เมื่อวันที่ 24–25 สิงหาคม 2569 ดิฉันในฐานะหนึ่งในตัวแทนคณะทำงานบริการ ฝ่ายหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นสมาชิกข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค หรือ PULINET ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมสามัญประจำปี ณ ห้องประชุมใหญ่ 104 อาคารพิทยพัฒน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ PULINET พ.ศ. 2567–2571 เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน” เพื่อร่วมทบทวนการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมองทิศทางของห้องสมุดในอนาคต
ช่วงเช้าของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เริ่มด้วยการกล่าวเปิดงานฯ ฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “AI พลิกโฉมการบริหารงานห้องสมุดสู่ความอยู่รอดและยั่งยืน” ซึ่งชวนให้มองเห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการให้บริการของห้องสมุด รวมถึงบทบาทของบรรณารักษ์ที่ต้องปรับตัว จากผู้ดูแลทรัพยากรสารสนเทศไปสู่ผู้จัดการความรู้ นักวิเคราะห์สารสนเทศ และผู้สร้างประสบการณ์การเรียนรู้
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ได้ทราบว่าปัจจุบันมี AI ให้เลือกใช้งานมากมายกว่า 400 เครื่องมือ แล้วเรารู้จักและใช้ได้จริงกี่ตัว? คำถามนี้ทำให้กลับมาทบทวนตัวเองว่า ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราพร้อมเรียนรู้และนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเรามากน้อยเพียงใด
ในวันนี้ได้มีพิธีการลงนาม MOU ภายใต้ความร่วมมือ PULINET Plus เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกัน สะท้อนให้เห็นว่าในยุคที่ทรัพยากรมีจำกัด การทำงานแบบเครือข่าย การแบ่งปันทรัพยากร และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบัน ล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาห้องสมุดให้ก้าวไปข้างหน้าอย่งเวลาที่ได้ผ่อนคลายจากบรรยากาศการประชุม
ช่วงบ่าย เป็นการแบ่งกลุ่มสมาชิกแต่ละกลุ่มงานฯ เพื่อระดมความคิดเห็นจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยนำประสบการณ์ ปัญหา และมุมมองจากแต่ละสถาบันมาร่วมกันคิดถึงทิศทางของเครือข่าย พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของวิชาชีพบรรณารักษ์ว่า เมื่อโลกและรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป เราจะสร้างคุณค่าและพัฒนาบทบาทของวิชาชีพให้ตอบโจทย์องค์กรและผู้ใช้บริการได้อย่างไร
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือกับงานเลี้ยงสังสรรค์และกิจกรรมแต่งกายเป็นตัวละครจากภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ สร้างทั้งสีสัน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ทำให้สมาชิกได้พบปะ พูดคุย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนอกเหนือจากการทำงาน
ตลอดสองวันของการประชุมครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการรับรู้ทิศทางของเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ดิฉันได้กลับมาทบทวนตัวเองในฐานะคนทำงานห้องสมุดว่า ในวันที่ AI และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก เราจะเรียนรู้ ปรับตัว และร่วมกันสร้างคุณค่าใหม่ให้กับห้องสมุดและวิชาชีพของเราได้อย่างไร
ในอนาคตเราอาจไม่จำเป็นต้องแข่งกับ AI แต่ต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI ให้เป็น AI สามารถช่วยให้เราค้นหา วิเคราะห์ และทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่คนยังต้องเป็นผู้คิด เลือก และตัดสินใจ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การรู้จัก AI ทุกเครื่องมือ แต่คือการรู้ว่า เมื่อไรควรใช้ และใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับงานพร้อมทั้งรู้จักตรวจสอบข้อมูลและใช้วิจารณญาณกับสิ่งที่ AI นำเสนอ เพราะในอนาคต คนที่ทำงานได้ดีอาจไม่ใช่คนที่เก่งกว่า AI แต่คือคนที่ รู้จักใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพของตัวเอง

