วิชาใจเบา : ถ้าถือไว้มันหนัก ก็แค่ปล่อยวาง

 

ทุกคนคงจะเคยประสบช่วงเวลาที่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ความคิดที่เต็มไปด้วยความกังวล หวาดระแวง สงสัย เศร้า ไม่สบายใจ ฉันเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น ครั้งหนึ่งเคยประสบกับเรื่องแย่ ๆ จนทำให้กลายเป็นคนที่คิดมากและวิตกกังวล ขนาดที่กระทบกับการใช้ชีวิตขั้นสุด วันหยุดก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร วันๆเอาแต่นั่งกังวล กลัวว่าเรื่องไม่ดีจะเกิด กลัวอย่างนู้นกลัวอย่างนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วทุกอย่างก็ยังดำเนินไปตามปกติของมันอย่างที่ควรจะเป็น ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าหัวใจของเราไม่เคยปล่อยวางอย่างแท้จริงเลย

 

‘ปล่อยวาง’ เป็นคำที่ฉันคอยพูดกับคนอื่นเสมอ แต่พอถึงคราวของตัวเองก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ พอบอกตัวเองว่าให้ปล่อยวางมันลงไป กลับกลายเป็นเอาเรื่องนั้นมาถือให้มันหนักกว่าเดิมซะอย่างนั้น

 

แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งบนที่ช่วยเปลี่ยน Mindset ฉันได้ดีมากๆ หนังสือเล่มนั้นคือเรื่อง วิชาใจเบา โดย พูเอลโบ, ยัง (YUNG PUEBLO) เป็นหนังสือที่ผู้เขียนพูดถึงการเรียนรู้ที่จะเยียวยาตัวเอง ปล่อยวางความรู้สึกที่เคยยึดติดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งไว้ มีประโยคในหนังสือที่บอกไว้ว่า

 

“การเยียวยาไม่ใช่การเติมเต็มชีวิตด้วยความพึงพอใจ และไม่ใช่การไม่พบช่วงเวลายากลำบากอีกเลย แต่มันคือการอยู่กับความจริง และเผชิญหน้ากับความรู้สึก เพื่อไม่ให้มันสะสมจนนำไปสู่หนทางอันตราย การอยู่กับช่วงเวลาตกต่ำก็ยังดีกว่าการแบกความเจ็บปวดที่ไม่ผ่านการพิจารณาไปยังทุกหนแห่งที่คุณไป” (พูเอลโบ, ยัง, 2567, น.8)

 

ฉันชอบประโยคนี้มากๆ เพราะฉันเคยเศร้าเสียใจกับเรื่องในอดีตอยู่บ่อยครั้ง เจ็บปวดราวกับว่าบาดแผลนั้นสดใหม่อยู่เสมอ ทั้งที่ความจริงมันผ่านมาแล้วเนิ่นนาน นั่นเป็นเพราะว่า ฉันไม่เคยคิดจะเยียวยาหัวใจตัวเองอย่างแท้จริงเลย ปล่อยให้อดีตกัดกินอยู่แบบนั้น จนเริ่มเสียตัวตนไป แต่วันหนึ่งที่ฉันเริ่มรู้จักการปล่อยวาง ความเจ็บปวดที่เคยรู้สึกนั้น มันก็เริ่มจางลงไป ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกเลย แต่ฉันเริ่มกลับมาอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไป จากนั้นฉันก็รู้สึกว่าบาดแผลได้รับการเยียวยามากขึ้นเรื่อย ๆ

 

อีกบทหนึ่งในหนังสือที่กล่าวถึงหัวข้อ “ปัญหาที่เราสร้างให้ตัวเอง” (พูเอลโบ, ยัง, 2567, น.61) บทนี้เป็นบทที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมานั่งอยู่กลางใจ คือ หลายครั้งที่คนเรารู้สึกว่ากังวล มันก็เกิดจากเรื่องที่เราจินตนาการมันขึ้นมาเอง มัวแต่นึกถึงแต่สิ่งที่ขาดหายไป สิ่งที่หาคำตอบไม่ได้ หรือนึกถึงแต่เรื่องเลวร้ายที่ยังไม่เกิด หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ สิ่งเหล่านี้แหละจะทำให้เราลืมโฟกัสความสุขตรงหน้าไป ซึ่งในชีวิตฉันก็เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง พอมาอ่านแล้วจึงรู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำในการเปลี่ยนความคิดได้ดีมากๆเลยล่ะ

 

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกกับทุกคนว่า หากพบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขอให้คำนึงไว้ว่า ช่วงเวลานั้นจะไม่อยู่กับเราตลอดไป เรื่องแย่ๆก็เหมือนพายุที่พัดผ่านเข้ามา มันอาจจะผ่านไปโดยทิ้งร่องรอยแห่งความเจ็บปวดไว้ แต่เชื่อเถอะว่า วันหนึ่งบาดแผลจะถูกเยียวยาแน่นอน เราแค่ต้องปลดปล่อยความรู้สึกในอดีตทิ้งไว้ และเดินหน้าต่อไป

 

“ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยอย่างลึกซึ้ง เมื่อเศษซากแห่งอดีตกำลังจะถูกชำระล้างไปจากจิตใจ อาจทำให้เรารู้สึกหน่วงใจไปนานหลายชั่วโมงหรือกระทั่งหลายวัน ซึ่งเรามักจะรู้สึกว่าเวลาแบบนี้อาจคงอยู่ตลอดไป แต่ขอให้เตือนตัวเองไว้นะครับว่า มันเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น … ช่วงเวลาชั่วคราวแบบนี้เป็นเพียงร่มเงาจากอดีต และขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการนี้ว่าจะช่วยเหลือให้คุณขับเคลื่อนไปตามกระแสขึ้นลงของการเยียวยาได้อย่างมีสติมากขึ้น” (พูเอลโบ, ยัง, 2567, น.181)

 

บรรณานุกรม

พูเอลโบ, ยัง. (2567). วิชาใจเบา. (จีรชาตา เอี่ยมรัศมี, ผู้แปล). ฮาวทู. (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2022)

Leave a Reply