ซีแลนเดีย : ว่าที่ทวีปใหม่ลำดับที่ 8 ของโลก

สมัยเด็กเคยดูการ์ตูนเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของทวีปแอสแลนติส ที่จมหายไปใต้ทะเลลึก ทำให้รู้สึกว่าใต้ทะเลที่กว้างใหญ่มีอะไรซ่อนตัวอยู่มากมาย เป็นดินแดนที่มนุษย์ยากจะค้นพบและยากจะค้นหา ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าทำให้เกิดปรากฎการณ์ “ซีแลนเดีย” “ดินแดนปริศนาทางใต้”

อ้างอิงรูปภาพ : https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_617514

แนวคิดเรื่องทวีปที่สาบสูญในซีกโลกใต้ปรากฏในความคิดของนักปราชญ์กรีกโบราณมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น อริสโตเติล, เอราโตสเทเนส และ ปโตเลมี ซึ่งเคยตั้งสมมติฐานถึงดินแดนขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของโลกตามหลักความสมมาตรของโลก ต่อมานักทำแผนที่ยุโรปเรียกดินแดนดังกล่าวว่า Terra Australis Incognita หรือ “ดินแดนปริศนาทางใต้” (BBC Thai, 2566) จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 การสำรวจทางทะเลของ อาเบล ทาสแมน ในปี ค.ศ. 1642 นำไปสู่การค้นพบเกาะนิวซีแลนด์ แม้เขาจะไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินขนาดใหญ่ที่จมอยู่ใต้น้ำ (BBC Thai, 2566)

กว่า 375 ปีหลังจากนั้น นักธรณีวิทยาจึงสามารถยืนยันได้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ใต้หมู่เกาะนิวซีแลนด์และนิวแคลิโดเนียเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลกทวีปที่มีลักษณะเฉพาะครบถ้วน และได้รับการเรียกว่า “ซีแลนเดีย” (Zealandia) (Mr.Vop.,2023) ปัจจุบันโลกมีการเรียนการสอนว่าประกอบด้วย 7 ทวีป ได้แก่ เอเชีย ยุโรป แอฟริกา แอนตาร์กติกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม การค้นพบซีแลนเดียกำลังท้าทายกรอบความเข้าใจดังกล่าว และอาจนำไปสู่การปรับปรุงองค์ความรู้ภูมิศาสตร์โลกครั้งสำคัญ (ปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์, 2564)

พัฒนาการทางธรณีวิทยาและกำเนิดจากมหาทวีปกอนด์วานา

ซีแลนเดียมีพื้นที่ประมาณ 4.9–5 ล้านตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปออสเตรเลียในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ โดยร้อยละ 94 ของพื้นที่ทั้งหมดจมอยู่ใต้มหาสมุทร (Mr.Vop.,2023; BBC Thai, 2566) ส่วนที่โผล่พ้นน้ำประกอบด้วยเกาะเหนือและเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ รวมถึงนิวแคลิโดเนีย และเกาะขนาดเล็กอื่น ๆ เช่น เกาะลอร์ดฮาว และบอลส์พีระมิด

ในเชิงธรณีประวัติ ซีแลนเดียเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปโบราณ กอนด์วานา ซึ่งก่อตัวเมื่อประมาณ 550 ล้านปีก่อน ต่อมาเมื่อราว 105–80 ล้านปีก่อน แผ่นเปลือกโลกบริเวณนี้เริ่มแยกตัวออกจากออสเตรเลียและแอนตาร์กติกา อันเป็นผลจากกระบวนการแปรสัณฐานของแผ่นธรณีภาค การยืดขยายของเปลือกโลกทำให้ชั้นเปลือกทวีปบางลงจากความหนาปกติราว 40 กิโลเมตร เหลือเฉลี่ยประมาณ 20 กิโลเมตร ส่งผลให้แผ่นทวีปทรุดตัวต่ำลงจนจมอยู่ใต้น้ำ (BBC Thai, 2566)

หลักฐานจากการวิเคราะห์อายุหินพบว่า หินทรายบางส่วนมีอายุราว 95 ล้านปี (ยุคครีเทเชียสตอนปลาย) ขณะที่หินแกรนิตและหินภูเขาไฟมีอายุเก่าแก่ถึง 130–110 ล้านปี ส่วนหินบะซอลต์มีอายุประมาณ 40 ล้านปี (BBC Thai, 2566) ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่าซีแลนเดียมีพัฒนาการทางธรณีวิทยาในฐานะเปลือกโลกทวีปอย่างชัดเจน

การพิสูจน์สถานะ “ทวีป” ตามเกณฑ์วิทยาศาสตร์สมัยใหม่

การนิยามคำว่า “ทวีป” มีพัฒนาการตามองค์ความรู้ทางธรณีวิทยา เดิมนิยามแบบภูมิศาสตร์พื้นฐานเน้นพื้นที่แผ่นดินขนาดใหญ่ที่ไม่มีทะเลขั้นกลาง แต่แนวคิดสมัยใหม่พิจารณาจากลักษณะของเปลือกโลก ได้แก่ ความหนา องค์ประกอบของหิน และความแตกต่างจากเปลือกโลกมหาสมุทร (Mr.Vop.,2023)

ในปี ค.ศ. 1995 บรูซ ลูเยนดิค นักธรณีฟิสิกส์จาก University of California, Santa Barbara เสนอชื่อ “Zealandia” เพื่ออธิบายแผ่นดินที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณดังกล่าว (ปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์, 2564) ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เกณฑ์ 4 ประการในการประเมิน ได้แก่

  • ความสูงสัมพัทธ์จากพื้นมหาสมุทร
  • ความหลากหลายของหินอัคนี หินแปร และหินตะกอน
  • ความหนาของเปลือกโลก
  • ขนาดพื้นที่ที่ใหญ่เพียงพอ

ผลการศึกษาพบว่าซีแลนเดียมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ดังกล่าวครบถ้วน แม้จะเป็น “ทวีปที่บางที่สุด” ก็ตาม (ปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์, 2564; BBC Thai, 2566) การทำแผนที่อย่างละเอียดโดยนักวิทยาศาสตร์จาก GNS Science และการตีพิมพ์ในวารสาร Tectonics ช่วยยืนยันขอบเขตและโครงสร้างของทวีปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น (Mr.Vop.,2023)

ความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

ความสำคัญของซีแลนเดียมิได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางวิทยาศาสตร์ หากยังเชื่อมโยงกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) ซึ่งกำหนดให้ประเทศสามารถขยายสิทธิในไหล่ทวีปออกไปเกิน 200 ไมล์ทะเลจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะ หากพิสูจน์ได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนต่อเนื่องของทวีป (BBC Thai, 2566)

หากซีแลนเดียได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในฐานะทวีป และหากนิวซีแลนด์พิสูจน์ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นทวีปขนาดใหญ่ดังกล่าว ประเทศอาจสามารถขยายอาณาเขตทางทะเลได้ถึง 6 เท่า ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุใต้ทะเล (Mr.Vop.,2023; ปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์, 2564)

นอกจากนี้ ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการทรุดตัวของแผ่นทวีปยังช่วยพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลศาสตร์โลก (geodynamics) อันมีผลต่อการอธิบายกระบวนการก่อตัว การแตกแยก และการล่มสลายของมหาทวีปในอดีต ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในวิชาธรณีวิทยาสมัยใหม่

บทสรุป

ซีแลนเดียเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จากแนวคิดเชิงจินตนาการในยุคกรีกโบราณ สู่การพิสูจน์ด้วยหลักฐานเชิงธรณีวิทยาและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แม้พื้นที่ร้อยละ 94 ของทวีปจะจมอยู่ใต้น้ำ แต่ลักษณะทางโครงสร้าง องค์ประกอบหิน ความหนาของเปลือกโลก และขนาดพื้นที่ ล้วนสนับสนุนสถานะของซีแลนเดียในฐานะทวีป การค้นพบและทำแผนที่อย่างละเอียดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่เพียงท้าทายกรอบความเข้าใจเรื่อง “7 ทวีป” หากยังมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ

ดังนั้น ซีแลนเดียจึงมิใช่เพียง “ทวีปที่สาบสูญ” หากแต่เป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ยังคงเปิดกว้างต่อการทบทวน และอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างความเข้าใจภูมิศาสตร์โลกในอนาคต

บรรณานุกรม

BBC Thai. (2023). เปิดแผนที่ฉบับสมบูรณ์ “ซีแลนเดีย” ทวีปสาบสูญและทวีปที่ 8 ของโลกเป็นครั้งแรก. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/articles/ c99qr14lp1do

Mr.Vop. (2023). รู้จัก ‘ซีแลนเดีย’ ทวีปที่ 8 ของโลก ที่เพิ่งมีการเผยแผนที่ฉบับสมบูรณ์. สืบค้นจาก https://thestandard.co/zealandia-the-8th-continent/

ปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์. (2564). ซีแลนเดีย (Zealandia) ทวีปใหม่ที่รอการประกาศ. สืบค้นจาก https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/ 6221

 

Leave a Reply