
เครื่องพ่นเมล็ดพันธุ์ข้าว

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าเครื่องมือบนหลังชาวนาในภาพนี้คืออะไร และเอาไว้ใช้ทำอะไรใช่ไหมคะ ที่บ้านดิฉันเรียกกันว่า “เครื่องพ่นเมล็ดพันธุ์ข้าว” นอกจากนี้ ยังสามารถดัดแปลงมาใช้พ่นปุ๋ยในนาข้าวได้อีกด้วย ตั้งแต่ได้เครื่องนี้มาช่วยทุ่นแรงพวกเราได้เป็นอย่างดี เจ้าเครื่องนี้เหมาะสำหรับการทำนาหว่านข้าวงอก หรือหว่านน้ำตม (การปลูกข้าวโดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวที่งอกแล้วลงสู่แปลงโดยตรง ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย) แถวบ้านของดิฉันนิยมใช้เครื่องนี้หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว เพราะสามารถหว่านได้อย่างรวดเร็วและมีระยะไกลมาก อีกทั้งเครื่องนี้ยังสามารถปรับระดับความหนาบางและความเร็วในการพ่นเมล็ดพันธุ์ฯ หรือปุ๋ยได้ตามความต้องการ
Read moreกลับบ้านเรา (วารสาร)
หลังจากที่ ไปอาศัยบ้านคนอื่นเขาอยู่ แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านตัวเองเหมือนเดิม ตอนไปทีแรกเราก็ไปกันเอง แต่ตอนกลับยังมีพี่น้องทหาร มาช่วยขนย้ายกลับมา ตอนเอาไปเราก็ไม่รู้ว่าน้องเขาบริหารจัดการงาน กันอย่างไร เพราะเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนย้ายไป แต่การกลับมาครั้งนี้เราต้องมีส่วนร่วมในการทำงานด้วยเห็นที่แรกร้องทันที ตาย เล่มทั้งใหญ่ หนักก็หนัก แถมมากมายกายกองอีกต่างหาก จะถอยก็ไม่ได้เสียแล้ว ไหน ๆ ได้วางแผนการทำงานรวมกันมาแล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียว ต้องมาเรียงลำดับเลขที่น้อง ๆ เขาเขียนลำดับเอาไว้เพื่อสะดวกในการจัดเรียง การทำงานมันก็ง่ายมากขึ้น เป็นเพราะน้อง ๆ เขาบริหารจัดการกับมัดวารสารเหล่านี้มาก่อน เราจึงทำงานกันง่าย และรวดเร็วมากขึ้น กลับวารสารที่มีจำนวนมาก และจำนวนคนที่ทำมีเพียงไม่กี่คน แต่ก็มีเด็กน้อยที่อยากช่วยทำงาน คอยเข็นรถวารสารไปให้ ทำงานอย่างสนุกสนาน ทำกันจนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจของคนที่ปฏิบัติงาน เพราะคนห้องสมุดมักจะทำงานเป็นทีม ฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หาจุดตรงกลางแล้วนำมาปฏิบัติร่วมกัน เมื่อตกลงกันได้ก็ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนของงานที่วางไว้ จนงานที่ทำสำเร็จตามเป้าหมาย
Read moreทริปสายมูกับชาวแก๊งหอสมุดฯ

ปี 2566 นี้ จาได้ทำอะไรครั้งแรกหลายอย่างมาก และวันนี้จาก็จะมาเล่าการเดินขึ้นเขาแบบจริงจังครั้งแรก ทริปในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการชักชวนของชาวแก๊งภูกระดึงประจำหอสมุด พี่เอ๊ะมาถามว่า “ไปถ้ำนาคากันไหม” จาก็คิดอยู่ไม่นานก็ตอบตกลงไปเลย เพราะเททริปภูกระดึงไปแล้ว แต่ก็ยังอยากจะไปเที่ยวฟีลธรรมชาติ ปีนเขาอยู่แล้ว และทริปนี้สู้ชีวิตมาก เราออกเดินทางเย็นวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม แต่ในเช้าวันนั้น จามีไปราชการที่กรุงเทพฯก่อน ในใจก็กลัวกลับมาไม่ทันจะจัดการยังไงดี พี่ ๆ เลยเลื่อนเวลารถออกเป็น 1 ทุ่ม แล้วก็กลับมาทันกลับไปอาบน้ำ และมาเตรียมตัวขึ้นรถ จุดนัดพบเป็นหลังหอสมุดฯ เรานี่แหละ พอล้อรถเริ่มหมุน ก็เตรียมตัวนอนเอาแรงได้ แต่การนอนบนรถเป็นเวลานาน ๆ ก็แอบเมื่อยขาอยู่บ้างนะ (หรือจาเริ่มจะแก่แล้ว 55555)
Read moreหนังสือเล่มเล็กที่สุดในโลก
ทำงานอยู่ในห้องสมุดใช่ว่า จะรู้หนังสือในห้องสมุดทุกเล่ม จนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่ง จากการที่เราได้ไปติด Tag RFID Collection หนังสือหายาก เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นหนังสือเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเพลงพร้อมโน๊ตเพลง 41 เพลง เช่น เพลงแสงเทียน เพลงยามเย็น เพลงสายฝน เพลงใกล้รุ่ง ฯลฯ และในเล่มยังมีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในขณะที่ทรงดนตรีหลายชนิด ขนาดตัวเล่มของหนังสือ 79x120x3 มม. น้ำหนัก 55 กรัม จำนวน 49 หน้า ซึ่งเป็นหนังสือที่มีขนาดเล็กที่สุดใโลกในปี พ.ศ. 2549 แต่มาพร้อมกับหนังสือเล่มใหญ่ เล่มเล็ก และเล็กที่สุดในโลก ที่มีเนื้อหา รูปเล่ม เหมือนกันทุกประการ เราอาจมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องใช้แว่นขยายดู หนังสือเล่มนี้มีให้บริการในหอสมุด ซึ่งอยู่ใน Collection ชั้นทั่วไป (ชั้น 3) สามารถยืมออกได้และ Collection หนังสือหายาก (ชั้น2) อาคารหอสมุดไม่สามารถยืมออกได้ เลขหมู่หนังสือ ML430พ74
Read more