ผู้ขับขี่รถ เราเชื่อว่าทุกคน คุ้นเคยกับการขับรถเข้าทางโค้ง
และเชื่อว่าทุกคนจะระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อถึงทางโค้ง
แต่การใช้ความเร็วนั้นก็คงแตกต่างกันไปตามทักษะและความชำนาญในการขับขี่
รวมถึงความพร้อมและสมรรถนะของรถที่ใช้ด้วย
หลายวันก่อน เราขับรถไปเส้นถนนพุทธมณฑลสายในขนานทางรถไฟสายใต้
โดยเข้าจากทางตลาดนครชัยศรีข้ามสะพานรวมเมฆ
ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้คุ้นเคยเวลาเลี่ยงปัญหาจราจรที่จอแจบนถนนเพชรเกษม
เมื่อมาถึงบริเวณทางโค้งก่อนถึงซุ้มทางเข้าวัดไทยาวาส ศาลายา นครปฐม
ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ที่ทำให้เราเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็เกิดขึ้น
โปรด…ดูคลิปจากกล้องวงจรปิดประกอบ
โปรด…อ่านเพื่อความเข้าใจเหตุการณ์จริง…นาทีต่อนาที
จากคลิป ที่แรกเห็นรถโฟล์ค(เต่า)สวาเก้น ปี1963 โผล่มาในกล้อง
และดูเหมือนวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วมาก
บางคนถึงกับสันนิษฐานว่าขับมาด้วยความเร็วเกิน 100 กม. /ชม.
บางคนถึงกับลงความเห็นว่าเราหลับในจึงพาเต่าน้อยม้วนลงไปนอนเล่นในคันนา
ความจริง คืออะไร ??
การใช้ถนนเส้นนี้ของเรา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
แต่ปกติมักใช้รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ 4 ประตู
ความเร็วประมาณ 80-100 กม. /ชม.
ครั้งนี้ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นครั้งแรกที่ขับเต่าน้อยมาเส้นทางนี้
ด้วยความเร็วประมาณ 80 กม. /ชม.
แล้วความเร็วที่เห็นในภาพตามคลิปนั้น คืออะไร ??
ภาพที่เห็นจากวงจรปิด
จริงแล้วเป็นช่วงกลางและท้ายของเหตุการณ์ทั้งหมด
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น คือ
เราขับรถมาปกติอยู่ดีๆ รถที่ขับมาเริ่มมีอาการร่อน
ซึ่งตอนนั้น แว๊บแรกเราเข้าใจว่า…ยางลมอ่อน
คล้ายๆ เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ยางลมอ่อนในความเร็วระดับหนึ่ง
ในคลิปแรก…ภาพที่เห็นรถเต่าโผล่มา หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ารถเป๋นิดๆ
ทั้งที่เราผ่อนคันเร่งและแตะเบรค แต่แทนที่รถจะเบาลง
มันกลับเหมือนยิ่งเพิ่มความเร็ว ทำให้มีอาการ ร่อน ส่าย และเหวี่ยง แรงขึ้นๆ
เราตกใจระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีสติประคองพวงมาลัย
…ตอนนั้นรถเบรคเอาไม่อยู่แล้ว…
สิ่งที่เราต้องพยายามอย่างที่สุดคือไม่ให้รถส่ายไปฟาดรถทางซ้ายและขวา
เรากลัวที่สุด คือ กลัวไปชนคนอื่นทำเขาเดือดร้อนไปกับเรา
รถที่เราพยายามประคองพวงมาลัยซึ่งหลุดมาจากโค้งก่อนหน้า
และเสียการทรงตัวอย่างแรงทำให้เราไม่สามารถแตะเบรคได้อีก
แต่พอมาถึงจุดก่อนที่รถจะหมุน เราเริ่มรู้สึกว่าแรงเหวี่ยงมันเพิ่มขึ้นไปอีก
จึงตัดสินใจเหยียบเบรคมิดอีกครั้ง ทำให้รถปัดและหมุนข้ามเลนอย่างที่เห็น
แต่ความเร็วรถก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง ยังคงแรงและกลับวิ่งถอยหลัง
มีน้องรู้จักกันผ่านไปนาทีนั้นแต่จำรถเราไม่ได้เพราะเพิ่งทำสีมาใหม่ไม่นาน
เราได้คุยกับน้องหลังเหตุการณ์ น้องยังเข้าใจขณะพบเหตุว่าน่าจะเข้าเกียร์ผิด
นับว่ายังโชคดีที่รถปิคอัพคันขาวมาช้า หรือเขาอาจจะเห็นก่อนแล้ว
เพราะถ้าไม่เห็นหรือหลบไม่ทัน รถเค้าจะเสยกลางลำรถเราด้านคนขับพอดี
นาทีที่รถหมุนข้ามเลนมาเราพยายาม
เหยียบเบรคและประคองพวงมาลัยอย่างหนัก
หวังให้รถเบาหรือหยุดลงโดยไม่พลิกคว่ำ
แต่พอมาถึงฟุธบาทอีกข้างที่นึกว่ามันจะเบา จะหยุด แต่ก็ไม่หยุด
รถยังคงถอยหลังอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาเลย
ตอนนั้นใจแป้วกว่าตอนที่ส่ายและดริฟอยู่กลางถนนอีก
เพราะพอรถปีนขึ้นฟุธบาท เราหันกลับไปมองด้านซ้ายมือ
เราเห็นศาลารอรถซึ่งเป็นปูน ความรู้สึกตอนนั้น คือ กลัวรถฟาดศาลา…
เพราะถ้าฟาดไป…คาดว่ารถจะยับทั้งคัน คนก็ไม่รู้จะอาการไหน
พอรถพ้นจากศาลารอรถ
เราก็พยามยามประคองพวงมาลัยและเบรคอีกแต่รถก็ยังคงถอยหลังๆ
เราหันหลังมองอีกที…ยิ่งใจหายหนักกว่าเก่า…นึกว่าข้างหลังเป็นคลอง
เราไม่รู้ว่ามันลึกแค่ไหน แต่ถ้าตกลงไปคงตายแน่…เราว่ายน้ำไม่เป็น
ดีที่ตรงที่รถไหลลงไปเป็นริมคันนาซึ่งต่ำกว่าขอบฟุธบาทมากกว่าฟุธ
และดีว่าตรงนั้นมีตอๆ ต้นไม้ที่เค้าตัดไว้ไม่เตียนอยู่
มันคงช่วยลดแรงลงทำให้รถหยุดค้างอยู่ในท่า 45 องศา
ที่โชคดีมากๆ คือ รถถอยลอดช่องไปอย่างหวุดหวิด
ระหว่างเสาไฟฟ้าและศาลารอรถ
ซึ่งตอนที่รถยังคงถอยหลังๆ และหันมองนั้น
ยังไม่เห็นว่าด้านคนขับคือเสาไฟฟ้า…ไม่อยากนึกภาพเลย
พอรถจอดสนิท ระหว่างที่เรายังคงนั่ง สตั๊น งง อยู่ในรถนั้น
ชาวบ้านฝั่งตรงข้าม ชาย หญิง หลายคน
วิ่งข้ามถนนกรูกันมาถึงรถเราเพื่อให้ความช่วยเหลือ
น้องเหมียว (เสื้อยืดขาว) รีบไต่ขอบฟุธบาทลงมาดู
มาเคาะหน้าต่างเรียกให้เราเปิดประตูออกจากรถ
ขณะที่เรายังตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลง นั่งมือสั่น ขาสั่นไปหมด
ลุงๆ ป้าๆ พี่ชายตรงนั้น จึงบอกกับน้องเหมียวว่าให้เรานั่งตั้งสติก่อน
สักครู่น้องเหมียวก็ช่วยเปิดประตูรถ และยื่นมือมาให้เราดึงกลับขึ้นไปบนฟุธบาท
ลุงๆ ป้าๆ พี่ๆ ตรงนั้น ถามไถ่อาการว่าเราเป็นอย่างไรเจ็บตรงไหนมั้ย…ก็ปกติดี
พวกเขาก็บอกว่าไม่เป็นไรแล้ว ให้รอกำลังให้คนไปตามรถยกที่อยู่ละแวกนั้น
ชาวบ้านกลุ่มนั้นบอกกับเราว่า…โค้งนี้เป็นโค้งอันตราย
คนที่อาศัยในละแวกนั้นตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างรู้ดี
พวกเขาอยู่ตรงนั้นเห็นอุบัติเหตุแทบไม่เว้นวัน
บางวันมากกว่า 1 ราย บ้างรอด บ้างเจ็บ ก่อนหน้าเราเพิ่งเผาไป 1 ราย
เมื่อรถยกคันแรกมาถึงดูสภาพรถที่ตกลงไปและสภาพที่เกิดเหตุ
ประเมินแล้วเห็นว่ารถยก 1 คัน ไม่น่าจะลากหรือดึงเต่าน้อยขึ้นมาได้
อย่างปลอดภัยไร้ขีดข่วนจึงตามมาอีก 1 คัน
เมื่อรถยกมาพร้อม 2 คันแล้วก็ใช่จะยกขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ทุกคนในที่นั้น ทั้งเจ้าของรถยกพ่อลูกและคนอื่นๆ
ที่พอจะเข้าใจวิธีการที่จะลากรถขึ้นจากที่ต่ำ
ต่างช่วยกันออกความเห็นและออกแรง
ในที่สุดเต่าน้อยก็กลับขึ้นมาบนบกอย่างปลอดภัย
…แต่มันไม่จบเท่านั้น…
ดินท้องนาเข้าไปอุดอยูในท่อไอเสียเต็ม 2 ท่อ
เราไม่กล้าสตาร์ทรถจึงโทรตามอู่โฟล์คประจำมาดู
ปรากฏว่าพออู่มาดูลองสตาร์ทเครื่องติดได้และสามารถขับได้
จึงพากันขับไปทิ้งที่อู่ เพื่อให้นำดินออก และตรวจสอบช่วงล่าง
รวมทั้งระบบเครื่องยนต์ต่างๆ ให้เรียบร้อย
ตอนนี้…เต่าน้อยคืนอ้อมอกแม่มาใช้งานปกติร่วมสัปดาห์แล้ว
#เคสนี้คนอาการครบ32ปกติทุกอย่าง
#รถปกติ99เปอร์เซนต์
เสียหายเล็กน้อยตรงซุ้มกระดองล้อหลังที่กระแทกลงไปในดิน
ต้องใช้เครื่องดึงออกให้ฝากระโปรงท้ายซึ่งเป็นห้องเครื่องเปิดได้ปกติ
อ่อ!! ลืมบอกไป โชคดีที่เราขาดเข็มขัดนิรภัยตั้งแต่ออกจากนครปฐม
#เข็มขัดนิรภัยช่วยได้
#ขอบคุณสามีคุณนิรันดร์ บุญญานิตย์ ที่ให้ข้อมูลรถและข้อคิดเพิ่มเติม…ท้ายนี้
…รถโฟล์ค(เต่า)สวาเก้นปี1963 อยู่ด้วยกันมา30ปี
รถแก่กว่าคนขับ 1 ปี เครื่องเดิม 1200 cc.
เครื่องใหม่(ปรับแต่ง) 1600 cc. เป็นรถขับหลัง เครื่องอยู่หลัง
หน้าอิสระ ดังนั้นหน้ารถจะลอยๆ
(เราคิดว่า…เมื่อเสียหลักแรงเหวี่ยงน่าจะส่งผลค่อนข้างมาก)
คุณสามี สันนิษฐานว่าลมหลังน่าจะอ่อน เมื่อเข้าโค้งที่ไม่รับ
มาเร็ว ความเร็ว ถนน เกียร์ไม่สัมพันธ์กัน จึงทำให้ท้ายปัดได้
#ซึ่งทั้งหมดคุณสามีแค่วิเคราะห์และคาดเดา และกล่าวต่อไปว่า
#คงเป็นบทเรียนที่ต้องจำ…อีกบทหนึ่งในชีวิต
เราชอบพูดกันเสมอ…
อุบัติเหตุไม่เกิดจากเรา ก็เกิดจากคนอื่น หรือทำชาวบ้านเดือดร้อน
เหตุการณ์นี้ผ่านมาด้วยดี จะด้วยอะไรก็แล้วแต่
ด้วยบารมีพระเกจิ ด้วยบารมีลูกประคำหลวงพ่ออุตตมะ
ด้วยดวง ด้วยบุญบารมีที่เคยทำไว้ ช่วยให้ผ่านพ้นมาได้
คงเป็นการช่วยเตือนสติก่อนออกสตาร์ท ในแต่ละหน (ต่อไป…อันนี้เราพูดเอง
และจะพยายามไม่ลืมลดความเร็วเข้าโค้งทุกครั้ง ไม่ว่าโค้งนั้นจะอันตรายหรือไม่)
#เพราะรอดจึงได้เล่า
#นาทีเฉียดตาย
#เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
…การนำเสนอภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุทั้งหมดเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้ที่ใช้รถใช้ถนน
… โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม …โปรดงดเว้นดราม่าไม่สร้างสรรค์…
