เมื่อคำว่า “ไม่มี” ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของงานบริการ

บางครั้งงานบริการห้องสมุดก็ไม่ได้จบลงด้วยคำว่า “ไม่มีให้บริการ”  แต่คำว่า “ไม่มี” กลับทำให้เราต้องคิดต่อว่า แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการได้สิ่งที่เขาต้องการ  เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จากการปฏิบัติหน้าที่ในงานให้บริการสารสนเทศ  เมื่อมีนักศึกษาท่านหนึ่งส่งคำขอใช้บริการยืมระหว่างห้องสมุดฯ เข้ามา นักศึกษาต้องการบทความเรื่อง “กลวิธีการนำเสนอสารและโลกทัศน์ในงานเขียนสารคดีท่องเที่ยวของ ธีรภาพ โลหิตกุล” ของ มธุรส ทิพรส ซึ่งตีพิมพ์ใน วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปีที่ 12 ฉบับที่ 22 (มกราคม–มิถุนายน 2560) หน้า 87–106

เมื่อได้รับคำขอ ดิฉันก็เริ่มค้นหาตามขั้นตอน ทั้งจากแหล่งทรัพยากรที่ห้องสมุดมีให้บริการ และประสานงานตรวจสอบกับห้องสมุดต่างวิทยาเขต แต่สุดท้ายก็พบว่า หอสมุดฯ ของเราไม่มีบทความเรื่องนี้ให้บริการ

ดิฉันจึงลองค้นหาต่อจาก ThaiJO อีกช่องทางหนึ่งและต่อด้วยช่องทางอื่น ๆ เท่าที่คาดว่าน่าจะพอหาได้ แต่ก็ยังไม่พบบทความที่ต้องการ จึงโทรศัพท์กลับไปแจ้งนักศึกษาตามผลที่ค้นพบ แต่พอวางสายแล้ว กลับมีความรู้สึกหนึ่งเกิดขึ้นในใจว่า “แค่นี้จริง ๆ หรือ?” คือถ้าห้องสมุดของเราไม่มีแล้ว เราก็แจ้งผู้ใช้บริการได้ แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังรู้สึกว่า น่าจะลองทำอะไรได้อีกสักอย่าง

ดิฉันจึงโทรกลับไปหานักศึกษาอีกครั้ง แล้วถามว่า  “ถ้าเป็นบทความ งานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์เรื่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน สามารถใช้แทนได้ไหมคะ”  นักศึกษาตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า “ได้ค่ะ”  คำตอบนั้นทำให้รู้สึกว่า อย่างน้อยเราก็ยังพอช่วยอะไรได้อีก จึงลองค้นงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เผื่อจะมีข้อมูลที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประกอบการศึกษาได้ จากการค้นหา พบงานที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน 4 เรื่อง ได้แก่

  1. กลวิธีการเขียนสารคดีชีวประวัติ : กรณีศึกษาจากผลงานนักศึกษาในวิชาการเขียนสารคดี / นพวรรณ งามรุ่งโรจน์
  2. ลักษณะเด่นของงานเขียนนำเที่ยวต่างประเทศในนิตยสารท่องเที่ยวภาษาไทย พ.ศ 2549 / วรวรรณ สุกใส
  3. เนื้อหาและกลวิธีทางภาษาในงานเขียนสารคดีท่องเที่ยวของ “นิ้วกลม” / กันยารัตน์ ผ่องสุข
  4. กลวิธีการเขียนสารคดีท่องเที่ยวใน “นิตยสาร Trips” / นพวรรณ เนตรธานนท์

หลังจากได้ผลงานที่เกี่ยวข้องมา 4 เรื่องแล้ว แต่บทความที่นักศึกษาต้องการตั้งแต่แรกก็ยังคงติดอยู่ในใจ แล้วจะหาเรื่องนี้ให้ได้อย่างไรนะ?  จึงลองกลับไปดูรายละเอียดของบทความอีกครั้ง จึงนึกขึ้นได้ว่า บทความนี้อยู่ในวารสารที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยรังสิต ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่เป็นต้นสังกัดของวารสารน่าจะมี?  ดิฉันจึงลองค้นหาข้อมูลติดต่อของงานบริการยืมระหว่างห้องสมุดของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต แล้วตัดสินใจโทรศัพท์ไปสอบถาม

แม้ว่าโดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันและบรรณารักษ์ของห้องสมุดแห่งนั้นจะไม่เคยประสานงานกันมาก่อน และในส่วนของหน่วยงานก็ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายความร่วมมือด้านการยืมระหว่างห้องสมุดฯ ร่วมกันก็ตาม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำตอบที่เป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลืออย่างมาก  บรรณารักษ์ท่านนั้นแนะนำว่า ให้ส่งรายละเอียดของบทความมาทางอีเมล โดยระบุชื่อบทความ ผู้แต่ง ชื่อวารสาร ปีที่ ฉบับที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ช่วยค้นหาให้ ดิฉันรีบรวบรวมข้อมูลแล้วส่งอีเมลไปทันที

จากนั้นดิฉันก็รอคำตอบ…ซึ่งเร็วมาก ๆ  ไม่ถึง 30 นาที มีอีเมลตอบกลับมา พร้อมกับไฟล์ Full Text ของวารสารฉบับที่มีบทความที่เรากำลังตามหาอยู่  ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากจริง ๆ ดีใจที่ในที่สุดก็หาเจอ และดีใจยิ่งกว่านั้นที่ความพยายามของเราสัมฤทธิ์ผล สามารถพาผู้ใช้บริการไปถึงทรัพยากรที่เขาต้องการได้ หลังจากได้รับไฟล์ ดิฉันรีบโทรศัพท์กลับไปขอบคุณบรรณารักษ์ท่านนั้นด้วยตัวเอง และได้ทราบเพิ่มเติมว่า วารสารชื่อดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนชื่อในภายหลัง จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การค้นหาจากชื่อเดิมคลาดเคลื่อนได้

จากนั้นก็ไม่รอช้า รีบส่งไฟล์ต่อให้นักศึกษาทันที พร้อมโทรศัพท์ไปแจ้งด้วยว่า “ได้รับบทความจากห้องสมุดต้นสังกัดที่จัดทำวารสารแล้วนะคะ และพี่ได้ลองสืบค้นผลงานที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันเพิ่มเติมให้อีก 4 เรื่องด้วยค่ะ” ครั้งนี้จึงไม่ได้ส่งให้นักศึกษาเพียงบทความที่ต้องการ แต่มีทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 4 เรื่อง รวมเป็น 5 รายการ  นักศึกษาก็ตอบกลับมาด้วยคำขอบคุณ น้ำเสียงฟังดูดีใจมากเช่นกัน

เรื่องนี้อาจเป็นเพียงบทความหนึ่งเรื่องที่ต้องการนำไปใช้ในการเรียนหรือการทำงาน แต่สำหรับคนทำงานบริการอย่างเรา เรื่องนี้กลับทำให้บรรณารักษ์อย่างเราใจฟู รู้สึกว่างานของเราไม่ได้มีหน้าที่เพียงค้นหาคำตอบว่า “มีหรือไม่มี” บางครั้ง สิ่งที่เราต้องทำต่อคือถามตัวเองว่า  ถ้าไม่มีที่นี่…แล้วจะมีที่ไหน? ถ้าหาไม่เจอจากช่องทางนี้…เราลองหาจากอีกช่องทางได้ไหม? และเรื่องนี้ก็ทำให้เห็นอีกอย่างว่า การประสานงานระหว่างห้องสมุดไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเป็นเครือข่ายเดียวกันเสมอไป

เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้อาจไม่ได้เป็นผลงานชิ้นใหญ่ ไม่ได้มีตัวเลขสวย ๆ มาวัดความสำเร็จ และอาจไม่มีใครเห็นว่ากว่าจะได้บทความหนึ่งเรื่องมา เราต้องลองค้น ลองถาม และลองประสานไปกี่ทาง  แต่สำหรับคนทำงานบริการ เรื่องแบบนี้มีความหมายมากค่ะ เพราะสิ่งที่เราส่งให้ผู้ใช้บริการ อาจไม่ใช่แค่ไฟล์บทความ 5 รายการ  แต่อาจเป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ว่า “เมื่อเรามาขอความช่วยเหลือจากห้องสมุด มีคนพยายามช่วยเราอย่างเต็มที่”  และบางที…คำว่า “ไม่มี” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของงานบริการ หากเรายังไม่หมดความพยายามเสียก่อน

 

Leave a Reply