วันนี้เอาโรคมาฝากค่ะ เฮ้ยไม่ใช่อย่างนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับลมพิษ ลูกหลานของเราชอบเป็นหรือแม้กระทั่งตัวเราเองคงเคยเป็นมาแล้วแต่เราคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่แนอน สาเหตุของลมพิษเรื้อรัง การติดต่อ วิธีการป้องกันและรักษา
โรคลมพิษ (Urticaria) เป็นโรคที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้น นูนแดง ไม่มีขุย ปื้นมีขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 0.5-10 เซนติเมตร มีอาการคัน เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขน ขา แต่ละผื่นจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นนั้นจะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีผื่นขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลมพิษเฉียบพลัน ทั้งมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง หน้า-ตาบวม ปากบวม ควรพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาการเหล่านี้ เช่น แน่นหน้าอก เกิดจากมีการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดอาการหอบหืดถึงชีวิตได้
ชนิดของโรคลมพิษแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.ลมพิษเฉียบพลัน ผื่นลมพิษเป็นมาไม่เกิน 6 สัปดาห์
2.ลมพิษเรื้อรัง ผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป
สาเหตุของโรคลมพิษทั้ง 2 กลุ่มมีดังนี้
1.อาหาร เช่น อาหารทะเล สารกันบูด สีผสมอาหารบางชนิด
2.ยา ปฏิกิริยาการแพ้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดผื่นลมพิษได้
3.การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือมีพยาธิ
4.โรคระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์
5.อิทธิพลทางกายภาพ ผู้ป่วยบางรายผื่นลมพิษอาจเป็นผลจากปฏิกิริยาของผิวหนังที่ตอบสนองผิดปกติต่อความร้อน ความเย็น น้ำหนักกดรัด แสงแดด การออกกำลังกาย เป็นต้น
6.การแพ้สารที่สัมผัส ผื่นลมพิษเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ผิวหนังสัมผัสกับสารที่แพ้ เช่น แพ้ยา ขนสัตว์ พืช หรืออาหารบางชนิด
7.ปฏิกิริยาแพ้พิษแมลง เช่น ปฏิกิริยาที่เกิดจากผึ้ง ต่อ ต่อย
8.มะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบอื่นๆ ของร่างกาย
9.ระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง ผู้ป่วยลมพิษบางรายเกิดจากมีภูมิคุ้มกันไปกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางชนิดออกมาที่ผิวหนังทำให้เกิดผื่นลมพิษขึ้น
10.สาเหตุอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยโรคลูปัส หรือผู้ป่วยโรคเส้นเลือดอักเสบบางรายอาจมีผื่นลมพิษ แต่มีข้อสังเกตคือ แต่ละผื่นอยู่นานมักเกิน 24 ชั่วโมง เวลาหายมักมีรอยดำ
ผู้ป่วยลมพิษจำนวนมากแม้ว่าแพทย์ได้พยายามตรวจอย่างละเอียดแล้วแต่ก็ยังหาสาเหตุไม่พบ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่มากพอที่จะอธิบายหาสาเหตุได้ทั้งหมด ผู้ป่วยลมพิษจึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งหากพบสาเหตุที่ก่อให้เกิดลมพิษและหลีกเลี่ยงหรือรักษาสาเหตุนั้นได้จะทำให้โรคลมพิษสงบลงหรือหายขาด ผู้ป่วยที่มีเฉพาะผื่นลมพิษที่ผิวหนังควรปฏิบัติตัวดังนี้ งดสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดเฉพาะผื่นลมพิษตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด นำยาต้านฮีสตามีนติดตัวไว้เสมอเมื่อเกิดอาการจะได้ใช้ได้ทันที ไม่แกะเกาผิวหนัง อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากยาทำให้เกิดอาการง่วงซึมจนรบกวนการทำงานควรบอกแพทย์เพื่อเปลี่ยนยา อาจใช้โลชั่นคาลาไมน์ทาบริเวณผื่นลมพิษเพื่อช่วยลดอาการคัน แต่ยานี้ไม่ได้ทำให้ผื่นหาย สำหรับผู้ป่วยโรคลมพิษชนิดเรื้อรัง ในรายที่ได้สืบค้นจนทราบสาเหตุและแก้ไขสาเหตุได้ เมื่อกินยาต้านฮีสตามีนผื่นลมพิษมักหาย แต่ถ้าหาสาเหตุไม่พบหรือเป็นสาเหตุที่แก้ไขไม่ได้โดยง่าย แพทย์ต้องให้ยาตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป เพื่อควบคุมอาการผื่นลมพิษให้ได้ เมื่อควบคุมอาการได้แล้วจึงจะค่อยๆ ลดยาลงเพื่อควบคุมโรคในระยะยาว และพยายามหยุดยา ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายโรคอาจเรื้อรังเป็นปี อย่างไรก็ตาม ผื่นลมพิษชนิดเรื้อรังส่วนใหญ่มักจะไม่รุนแรง ผู้ป่วยและญาติไม่ควรวิตกกังวล
จบแล้วจ้า
แหล่งข้อมูล จากข่าวสด คอลัมภ์รู้ไปโม้ด (20 พ.ค.2552)
One thought on “ลมพิษ”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
สมัยก่อนใช้ใบพลูกับเหล้าขาว ถ้าจะให้หายฉับพลันต้องหนึ่งกรึ๊บ…