ข้อต่อแบบอ่อน

เป็นสมาชิกสาร biodata ของสกว.อยู่ จึงได้รับข่าวสารและอ่านสาร biodata (ออนไลน์) ทุกฉบับ เนื้อหาของสาร biodata เป็นแง่มุมต่าง ๆ ของการวิจัย ทั้งในแง่นักวิชาการและท้องถิ่น ฉบับล่าสุดคือฉบับที่ 95 พูดถึงเรื่อง ข้อต่อแบบอ่อน (weak links) อ่านแล้วทำให้นึกถึงสิ่งที่เป็นอยู่ในห้องสมุดของเรา จึงอยากเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง(อ่าน)ด้วย
ข้อต่อแบบอ่อน (weak links) คือความสัมพันธ์ระหว่างคนที่โดยปกติอยู่คนละวงการ แต่เมื่อมีความจำเป็นก็สามารถไล่เรียงหาจุดเชื่อมต่อได้เป็นขั้น ๆ และส่งผ่านข้อมูลได้ ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ปรากฏเป็นระบบ จะแสดงตัวเมื่อมีความจำเป็นเท่่านั้น  เรียกว่าเป็น  tacit links ก็ได้ และจากการวิเคราะห์ พบว่า ความสัมพันธ์แบบอ่อนนี้ กลับทำให้เครือข่ายเข้มแข็ง (weak links make strong network)   โดยทำหน้าที่เป็นทางลัดใ้ห้ข้อมูลสามารถส่งต่อไปถึงที่ที่ควรจะรู้ข้อมูลนั้นได้เร็ว
ที่ว่านึกถึงห้องสมุดของเราคือ ในประเด็นที่ ห้องสมุดได้คุณสมเกียรติมาเป็นที่ปรึกษาที่ด้านเทคโนโลยี หัวหน้าฝ่ายบริการได้มีการพบปะพูดคุยทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการกับ อาจารย์วรพจน์ ชอบธรรม จากศูนย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ทำ GPS  หัวหน้าหอสมุดฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการเป็นที่ปรึกษา ช่วยเหลือมวลประชาคมศิลปากรหลากหลายวิชาชีพในการทำวิจัย หรือแม้กระทั่งการที่คู่สามี ภรรยาของบุคลากรห้องสมุดที่อยู่ในวิชาชีพที่หลากหลาย ก็ทำให้เกิดเครือข่ายที่อยู่คนละวงการ เหล่านี้ถือว่าเป็น “ข้อต่อแบบอ่อน” ของห้องสมุดเราได้หรือไม่  เพราะี่พวกเราสามารถส่งผ่านข้อมูล และใช้ข้อต่อเหล่านี้ในการพัฒนา ดำเนินโครงการต่าง ๆ ของห้องสมุดได้อย่างราบรื่น
ตัวเองคิดเช่นนั้น และมีความเห็นว่า การเกิดข้อต่อแบบอ่อนของห้องสมุดเรานี้จะำทำให้ห้องสมุดเรา “เหนียว” (คำที่สาร biodata ใช้ : ไม่ล้มง่าย)  ใครเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร คอนเม้นต์กันได้
ยังมีประเด็นในสาร biodata ที่น่าสนใจอีกเยอะ ไว้จะสรุปให้อ่านอีกค่ะ..

One thought on “ข้อต่อแบบอ่อน

  1. อ่านหัวข้อแล้วนึกถึงเรื่องสุขภาพเพราะเมืื่ื่อวานล้มเนื่องจากวิ่งไล่จับเจ้าสี่ขาที่บ้านไม่ให้ไปปีนรั้ว แล้วล้มข้อต่อต่างๆ ดังกรึ๊บแต่หายปวดทั้งเข่าและฝ่าเท้าว่าจะบอกวิธีนี้ให้พี่อ้วนบ้างเผื่อจะหายจาก (โลก) เอ๊ย…อาการที่เป็นอยู่นี้
    ส่วนเรื่องนี้ถ้าจะให้พูดแบบกิ๊บเก๋ยูเรกาเข้ากั้นเข้ากันกับเรื่องราวที่ห้องสมุดเรากำลัง “สร้าง” ให้เกิดขึ้นคือเป็นเรื่องของ social netwoking ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในโลกของออนไลน์และในโลกที่เรานั่ง ยืน เดินอยู่โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์แต่ใดๆ สำคัญที่สุดคือเราต้องเปิดใจและยอมรับว่าเราไม่สามารถทำอะไรๆ ได้ด้วยตัวคนเดียว หรือองค์กรเดียวจะทำได้ทุกเรื่อง การสร้างเครือข่ายมีความจำเป็น การสนทนากับคนอื่นๆ นอกวงการทำให้เรามองอะไรๆๆๆๆ ได้กว้างขึ้น ครั้งที่หนึ่งอาจไม่เข้าใจ ก็ต้องถามและศึกษา…ต้องเรียนรู้กันไป พยายามทำความเข้าใจมากขึ้น แล้วก็จะมีครั้งสอง สาม สี่และนับครั้งไม่ถ้วน
    การสนทนาบางครั้งทำให้เราพบว่าโลกนี้กว้างใหญ่เหลือเกินและเราเป็นเพียงปลาเล็กๆ ในบึงใหญ่ แต่ความรู้ที่ช่วยกันสร้าง ช่วยกันแบ่งปันทั้งจากประสบการณ์และตำรา บวกกับความเหนียวและแน่น เป็นสิ่งเสริมให้พวกเราที่เป็นเพียงปลาเล็กๆ มีโอกาสได้แหวกว่ายไปด้วยกันและพร้อมทุกเวลาในการรวมตัวให้เสมือนกับปลาใหญ่้ที่ใหญ่กว่าปลาใหญ่ที่มีในบึงนั้น (ลองอ่านหนังสือเรื่องสวิมมีู่แล้วจะเห็นภาพ)
    วันนี้คุยกับอาจารย์สองท่านที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ทั้งคู่มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนแรกชวนไปเที่ยวเวียดนามปีหน้าเพราะฮานอยจะครบหนึ่งพันปีสัญญาว่าจะไปอธิบายเชิงประวัติศา่สตร์ให้ฟังเพราะไปแบบสเปเชี่ยลแล้วก้อธิบายในสิ่งที่เราสงสัยและใคร่รู้ (ต่อรองไปว่าขอลดสิบเปอร์เซ็น) คนที่สองชวนไปวัด ต่อรองว่าหนูเชื่อมั่นว่าตนเองมีคุณธรรมที่ไม่ชอบไปวัด (ท่ามกลางเสียงหัวเราะว่าดูซิคนอะไรหนอช่างยกยอตัวเอง) อาจารย์ได้สอนคำตรัสของพระพุทธเจ้าให้ฟังสามประการ… แ๊ป๊บเดียวจริงๆ เราก็ได้ความรู้มากขึ้น
    มีบางคนบอกว่าไม่มีโอกาสคุยกับใคร… เสนอว่าขั้นแรกลองทำตามคำตอบที่เขียน (ด้วยมือตัวเอง) ในข้อสอบพี่แมวทั้ง 6 ข้อก่อนแค่นั้นก็จะได้คุยกับใครๆ แล้ว หรือคำตอบที่เขียนไปไม่ค่อยจะ work ก็มาเขียนเม้นท์ในบล๊อกต่างๆ ก็ได้ค่ะ
    ส่วนข้อสอบที่ว่ายังไม่ได้ส่งเลย….ข้ออ้างคือไปราชการและกำลังก้มหน้าก้มตาออกแบบ Blook และที่สำคัญคือกำลังคิดว่าจะเขียนอย่างไรให้ดูไฮโซแบบใครอ่านก็ร้องอื้อฮือ… แล้วบอกต่อกันว่า…ทำไปคนเดียวเหอะ 5555

Leave a Reply