ปัจจุบันการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ส่งผลให้ปัญหาโรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) พบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในวัยทำงาน เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้เข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ เนื่องจากมีอาการปวดตา ตาพร่ามัวหลังจากจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ร่วมกับอาการปวดคอ บ่า และไหล่ รวมทั้งมีเส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นครั้งคราว หลังการตรวจพบว่าอาการส่วนหนึ่งมีความสัมพันธ์กับภาวะตาแห้งและพฤติกรรมการใช้สายตาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพดวงตา
โรคตาแห้งเป็นภาวะที่ดวงตามีน้ำตาไม่เพียงพอ หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดี ส่งผลให้ผิวกระจกตาและเยื่อบุตาได้รับการหล่อลื่นไม่เหมาะสม น้ำตาตามธรรมชาติประกอบด้วยชั้นไขมัน ชั้นน้ำ และชั้นเมือก หากส่วนประกอบใดผิดปกติ น้ำตาจะระเหยเร็ว ทำให้เกิดการอักเสบของผิวตาและเกิดอาการระคายเคืองได้
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ รู้สึกแสบตา เคืองตา เหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตา ตาแดง น้ำตาไหล ตาพร่ามัวเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะหลังใช้สายตาต่อเนื่อง เมื่อพักสายตาหรือกะพริบตา อาการมักดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะกะพริบตาน้อยกว่าปกติ ทำให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดตาและเมื่อยล้าทางสายตา (Digital Eye Strain)
การรักษาโรคตาแห้งมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ เช่น การใช้น้ำตาเทียม การประคบอุ่นและทำความสะอาดเปลือกตา การรักษาภาวะต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ รวมถึงการใช้ยาหยอดตาลดการอักเสบในผู้ป่วยบางรายตามดุลยพินิจของจักษุแพทย์
การป้องกันสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้สายตา เช่น ใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้ละสายตาจากหน้าจอไปมองวัตถุที่อยู่ไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หมั่นกะพริบตาให้บ่อยขึ้น ลดแสงสะท้อนจากหน้าจอ ปรับความสว่างของจอให้เหมาะสม รักษาระยะห่างระหว่างตากับจอประมาณ 50–70 เซนติเมตร และพักสายตาเป็นระยะ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับอย่างเหมาะสม และเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ตลอดวัน
สรุป โรคตาแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในยุคดิจิทัล แม้อาจไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพในการทำงาน และสุขภาพของผิวดวงตาในระยะยาว การสังเกตอาการผิดปกติของตา การปรับพฤติกรรมการใช้หน้าจอ และการเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
บรรณานุกรม
- กรมการแพทย์.(2565). รพ.เมตตาฯ เตือน! ตาแห้งเป็นได้ง่าย ป้องกันได้อย่ามองข้าม.
- สืบค้นจาก https://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=37730
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.(2557).ตาแห้งกับน้ำตาเทียม. ศูนย์ข้อมูลยา.
- สืบค้นจาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/DIC/knowledge_full.php?id=14
- สรายุทธ์ จันทร์มหเสถียร, และ จันคนา บูรณะโอสถ. 2558).โรคตาแห้งและยาที่ใช้รักษา. วารสาร Thai Bulletin of Pharmaceutical Sciences, 9(1), 71–91.
- ไทยพีบีเอส. (2565). ภาวะตาแห้ง เส้นเลือดขึ้นตา | ปรับก่อนป่วย | คนสู้โรค. สืบค้นจาก YouTube.
