
ปีนี้เป็นความโชคดีที่จาได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค โจทย์คือ ดูงานเพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพในปี 2572! ครั้งนี้บินไปไกลถึงเชียงราย และนั่งรถวกกลับมาที่พะเยา ถึงแม้จะได้ติดปีกบิน แต่ระยะเวลาก็อาจจะพอ ๆ กับขับรถเลยล่ะ (แซววว 555555) แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะทุกคน ถ้าได้ไปเปิดหูเปิดตาจริณญาลั้นลาอยู่แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นการประชุม PULINET ครั้งที่ 16 แล้วค่ะ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยพะเยา ระหว่างวันที่ 28 – 30 มกราคม 2569 และหอสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากรของเราก็ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 12 คนด้วยกัน นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่จาได้ไปจังหวัดพะเยา
เราเริ่มเดินทางออกจากนครปฐมไปสนามบินดอนเมืองตั้งแต่สาย ๆ ของวันที่ 27 กว่าจะไปถึงสนามบินเชียงรายก็ราว ๆ สี่โมงเย็นแล้ว จากนั้นเจ้าภาพก็มารับพวกเราที่สนามบินเชียงราย และต้องนั่งรถต่อไปพะเยา พอถึงโรงแรมพูดได้คำเดียวเลยว่า หิวโซ 5555555 แต่ยังดีที่ใกล้ ๆ โรงแรมมีห้างสรรพสินค้าชื่อย่อ “โรบินสัน” (ย่อกี่โมงบอกด้วย) อยู่ใกล้ ๆ รีบเลยค่ะ เก็บกระเป๋าเปลี่ยนชุดที่สบายที่สุดเดินปรี่ไปหาข้าวเย็นก่อนเลย และเมนูที่ถูกเลือกจากศูนย์อาหารก็คือ ขนมจีนน้ำเงี๊ยว First time แน่นอนว่าหิวขนาดนี้ เราไม่จบที่เมนูเดียวค่ะ ไปกันต่อที่ ตำข้าวโพดไข่เค็มใส่ปลาร้า อร่อยเริ่ดมากค่ะทุกคน แซ่บถูกจริต ถูกจิต ถูกใจ วันแรกจบไปอิ่มท้องแบบ จุก ๆ
ตื่นมาเช้าวันที่ 28 จาตื่นตั้งแต่ตี 5.30 เพราะโรงแรมเราเป็นคิวแรกที่เจ้าภาพจะมารับ เนื่องจากต้องนั่งรถต่อเข้ามออีกประมาณครึ่งชั่วโมง หลับบนรถได้อีก 1 ตื่น ก็ถึงแล้ว สิ่งแรกที่ต้องเติมเลยก็คือกาแฟ หรือแกฟะ ตึ่งโป๊ะ (เลิกเล่นมุกเข้าเรื่องเข้าราวสักที 55555) แล้วพวกเราก็ไปที่อาคารหอประชุมเพื่อที่จะลงทะเบียน และขวัญใจช่างภาพอย่างพวกเรา ช็อตแรก เริ่มเลยค่ะ แชะ!

หลังจากลงทะเบียนสิ่งที่เราจะได้รับก็คือ กระเป๋าผ้าใบใหญ่ 1 ใบ ซึ่งประกอบไปด้วย…
- ป้ายชื่อ ที่ด้านหลังจะมี QR Code สำหรับสแกนเพื่อดูได้ทุกอย่าง ตั้งแต่หัวข้อการเสวนาในงาน เอกสารประกอบการบรรยาย หัวข้อและห้องในการนำเสนอแต่ละประเภท รูปถ่ายในงาน บลา ๆ รวมถึงประโยชน์ของกระเป๋าผ้าที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปได้เท่าไหร่ต่อปี แฝงห้องสมุดสีเขียวไปอี๊ก
- คูปองสำหรับแลกอาหารเที่ยง และอาหารว่าง เช้า-บ่าย ของวันที่ 28 และ 29 รวมทั้งหมด 6 ใบ
- ข้าวหอมมะลิดอกคำใต้ พร้อมการตกแต่งที่แสนจะน่ารักด้วยผ้าพิมพ์ลายจากใบพะยอม ชอบอันนี้มาก ทำถึง! (แต่ยังไม่ได้ลองหุงข้าวเลย)
- ปากกาลูกลื่น 1 ด้าม


แล้วเราก็สามารถนำคูปองไปแลกอาหารว่างเช้าได้เลย มาเป็นชุด ขนม, น้ำผลไม้ และน้ำเปล่า และอาหารว่างเป็นแบบนี้ตลอดทั้ง 2 วัน จัดเต็มมากค่า สิ่งที่จากชอบที่สุดในอาหารว่างครั้งนี้คือ น้ำเปล่า ตราสิงห์ ที่แหล่งผลิตมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ทุกคนใครมีโอกาสอยากให้ไปลองเทียบกันจริง ๆ ปกติจาไม่ดื่มน้ำสิงห์เลย เพราะมีรสชาติที่ค่อนข้างเฉพาะตัว แต่น้ำสิงห์ที่มาจากเชียงใหม่มันแตกต่างจริง !

กลับมาต่อหลังจากที่เราได้รับอาหารว่างเรียบร้อยแล้วก็เข้าห้องประชุมเตรียมชมพิธีเปิด มีการกล่าวเปิด มอบรางวัลแก่ผู้สนับสนุน และผู้ที่ได้รับรางวัล PULINET Award ต่อมาก็จะเป็นการแสดงพิธีเปิดสุดแสนอลังการงานสร้าง ต้อนรับแขกแก้วมาเยือนโดยแท้ น่ามองไปหมด จาเก็บภาพบรรยากาศมาฝากด้วยนะคะ

และในช่วงแรกก็จะเป็นการบรรยายพิเศษจากผู้ที่ได้รับรางวัล PULINET Award ซึ่งในปีนี้ก็คือ รองศาสตราจารย์ ดร.อมร เพชรสม ผู้อำนวยการสำนักวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ Innovative Library for All เป็นการบรรยายที่ทำให้เรารู้จักห้องสมุดของตัวเองว่าเรามีอะไร และรู้จักกับผู้รับบริการของเราว่าเขาคือใคร ต้องการอะไร เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุด ทำให้ผู้รับบริการทุกคนรู้สึกเสมือนว่าห้องสมุดคือบ้านอีกหนึ่งหลัง ที่เขาสามารถทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างได้ภายในห้องสมุด
และนอกจากนี้ก็ยังมีการบรรยายอีกหลายหัวข้อ คือ
- การบรรยายจากผู้สนับสนุนระดับ Platinum โดยบริษัท GALE
“Empowering Scholarship in Thailand : GALE Primary Source as a Consortium Investment” By Mr. Vincent Cheah Senior Product Manager, Cengage Learning Asia Pte. Ltd. วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 11.15 – 11.30 น. - การบรรยายจากผู้สนับสนุนระดับ Platinum โดยบริษัท EBSCO
“อัจฉริยะในทุกการค้นหา : EBSCO Ebook, EDS AI และ EBSCO FOLIO เพื่อการจัดการห้องสมุดยุคใหม่” โดย คุณกัญญากานต์ นนทิวัฒน์วณิช
Regional Sales Manager : Thailand and Indochina วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 11.30 – 11.45 น. - การบรรยาย “Innovative Learning for the Future” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีร วงศ์อุปราช
อาจารย์ประจำแขนงวิชาการวิจัยจิตวิทยาประยุกต์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.00 – 14.00 น. - การบรรยาย “คลังปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัมเรศ เทพมา คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา, อาจารย์พนิดา ผาติโกเมศ ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ, ดร. อัษฎาภรณ์ ฉัตรานันท์
เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ดำเนินรายการ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรินธน์ นนทมาลย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 14.00 – 15.00 น.
เรียกได้ว่าวิชาการจัดหนักจัดเต็ม และในช่วงเวลาต่อจากนั้นก็จะเป็นการนำเสนอผลงานประเภทโปสเตอร์ จากหลาย ๆ มหาวิทยาลัย พอได้เดินดู บางเรื่องบางสิ่งก็เป็นสิ่งใหม่ที่น่าทึ่ง บางเรื่องก็เป็นงานที่เรา ๆ ทำหรือเคยทำเนี่ยแหละ แต่เราไม่เคยนำมาจับประเด็นเขียนออกมาเป็นเรื่องเป็นราว เรียกว่าการไปครั้งนี้ก็เติมเชื้อไฟได้นิดหนึ่งเหมือนกัน แต่สำหรับจาสิ่งที่เป็นปัญหาใน session นี้ คือ พอเป็นการนำเสนอแบบรวม ๆ กัน ทำให้เสียงรอบข้างค่อนข้างดัง และบางทีฟังสิ่งที่ผู้นำเสนอต้องการจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง หากถึงคราวเราเป็นไปได้อาจจะต้องแก้ปัญหาที่จุดนี้ด้วย


เมื่อจบการนำเสนอประเภทโปสเตอร์ก็มีช่วงเวลาให้พวกเราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก่อนที่จะไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ “กิ๋น หอม ต๋อม ม่วน” และด้วยความศิลปากรมันต้องเด่นต้องเริ่ด เรามาสถานที่จัดเลี้ยงเป็นโต๊ะแรกตั้งแต่วงดนตรียัง Sound check กันอยู่เลยค่า (ไม่รีบเท่าไหร่ 555555555) และงานในคืนนี้ทางเจ้าภาพขอให้ผู้ที่เข้าร่วมงานร่วมสนุกโดยการแต่งการในชุดประจำภาค จาก็เตรียมตัวแบบกรุบกริบ มาใน Concept ชุดตื่นเช้าไปทำบุญที่วัด ซึ่งเข้ากับน้องเฟิร์สที่นุ่งโจงน้ำเงิน เด่นเป็นสง่า แต่งตัวสมกันขนาดนี้ ก็ต้องออกไปโชว์ตัวสักหน่อย แล้วก็ออกมาอยากที่เห็นตามภาพเลยค่ะ 555555555

นอกจากอาหารเมืองบนโต๊ะที่พนักงานงานนำมาเสิร์ฟแล้ว ด้านข้างยังมีอาหารพื้นเมืองพะเยาให้ได้ชิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นยำมะม่วงหนังหมูที่เหล่าอาจารย์ได้บรรยายไว้ใน Session ตอนบ่าย, ข้าวปุกงา, ผัดหมี่แบบใช้เส้นขนมจีน, ขนมเทียนแบบฉบับทางเหนือ และน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ หวานกำลังดี จารักสิ่งนี้มาก อร่อยคล่องคอสุด ๆ แล้วนอกจากนี้ก็มีการแสดงสุดอลังการที่เจ้าภาพได้เตรียมไว้ต้อนรับอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนี้ก็ผ่านไปถึงเวลา 3 ทุ่มก็ลับโรงแรมได้

แล้วก็ได้เวลาตื่นเช้ามาวันที่ 29 วันนี้เป็นวันที่พวกเราต้องเดินทางกลับแล้ว พวกเราจะได้เข้าฟังการนำเสนอผลงานประเภทบรรยายจบในช่วงเช้าเท่านั้น เพราะเราต้องออกจากมหาวิทยาลัยพะเยาตั้งแต่ 12.00 น. เพื่อไปสนามบินเชียงรายให้ทันไฟลท์บินกลับ จาก็เริ่มไปสิงอยู่ที่ห้อง IM ก่อนเลย


ก็ไปนั่งฟัง จาว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ มหาวิทยาลัยบูรพา นำหัวข้อ “บทบาทของสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา ในการสร้างการรับรู้เผยแพร่ และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี “โจ๊กปริศนา”” ซึ่งโจ๊กปริศนา คือ การละเล่นพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่เป็นปริศนาคำทายร้อยกรอง แฝงเงื่อนงำการใช้ภาษา (พ้องเสียง/ผวนคำ) เพื่อทายคำตอบ มีต้นกำเนิดจากปริศนาผะหมีของจีน นิยมเล่นมากในจังหวัดชลบุรี โดยนำปริศนากลอนมาแขวนให้ทาย สนุกสนานและช่วยฝึกไหวพริบภาษาไทย ผู้นำเสนอก็มีการเล่าถึงความเป็นมาว่าได้มีการจัดกิจกรรมการเล่นโจ๊ะปริศนามาตั้งแต่อดีตในงานต่าง ๆ ของหอสมุด และเริ่มพัฒนามาเล่นแบบตอบออนไลน์ได้ เพื่อช่วยอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาในท้องถิ่น ด้านคณะกรรมก็การก็มีคำแนะนำว่าหากพูดไปในเชิงวิเคราะห์ตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วมาทำเป็นโมเดลเพื่อที่จะพัฒนาต่อให้เป็นบอร์ดเกมในอนาคตได้จะดีมาก จาก็คิดว่าอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ดี หอสมุดของเราเองก็มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับท้องถิ่นเช่นเดียวกัน อาจจะมีอะไรที่น่าจะสามารถนำมาส่งเสริม อนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่สานต่อได้ (เก็บไว้เป็นไอเดีย)

แล้วนอกจากนี้อีกเรื่องที่น่าสนใจเป็นหัวข้อนำเสนอของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คือ “การพัฒนากลไกการสนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้เพื่อการประกันคุณภาพระดับหลักสูตรโดยการประยุกต์ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งหลักการในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับการลงรายการของบรรณารักษ์ที่ชัดเจนว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องอะไร แล้วจากนั้นทีมระบบห้องสมุดอัตโนมัติจะเป็นตัวดึงข้อมูลมาแยกว่าหนังสือเล่มนั้น ๆ เกี่ยวข้องกับหลักสูตรไหน โดยใช้ AI มาช่วยในการประมวลผล ซึ่งผลที่ได้จากการแยกประเภทหนังสือตามหลักสูตร จะสามารถนำไปแสดงผลกับคณะวิชาต่าง ๆ ได้ว่า หลักสูตรนี้มีหนังสือประกอบการเรียนการสอนมากน้อยเพียงใด ส่งผลถึงเรื่องเสนอซื้อและงบประมาณจากคณะวิชาได้ด้วย ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจดีค่ะ
เมื่อฟังการนำเสนอเสร็จก็ได้เวลาจ้ำอ้าวไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ตั้งแต่เช้าคืน รับอาหารเที่ยง ขึ้นรถ แล้วออกเดินทางได้! ถึงสนามบินเชียงรายด้วยความหิวโหย รีบหาที่กินข้าวก่อนเลย พออิ่มท้องได้นั่งพักสักนิดก็เตรียมตัวขึ้นเครื่องต่อ เพื่อกลับสนามบินดอนเมือง และมารถติดต่อที่กรุงเทพฯ ถึงนครปฐมโดยสวัสดิภาพในเวลา 20.30 น. ยาวนานเหลือเกิน 5555555555 แต่ไม่เป็นไรค่ะถึงจะนั่งรถจนยมซ์ แต่ก็สนุก และความบังเอิญในการไป PULINET ในครั้งนี้ คือ จาได้บังเอิญเจอทั้งเพื่อนบรรณารักษ์รุ่นเดียวกัน และบังเอิญเจออาจารย์ที่สอนจามาสมัยมหาวิทยาลัย (เหมือนผ่านไปนาน 55555) อย่างไรก็ตามการได้มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เป็นการได้มาเปิดหูเปิดตาในบรรยากาศที่อบอุ่น ได้เจอคนที่คุ้นเคย สนุกมาก โอกาสครั้งนี้จบไปแล้ว รอโอกาสครั้งหน้าใหม่ แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ

จริณ.
