ทำไมต้องเก็บเงิน

เช้านี้น้องสัมฤทธิ์ ถามเช่นทุกๆ เช้าว่า “พร้อมยังครับ” เสียงพี่ๆ แถวเคาน์เตอร์บอกว่าพร้อมครับ/ค่ะ  แต่…อิอิ…
ต่อมาคุณพี่แมวกริ้งกร้างมาบอกว่าให้ตอบคำถามคุณพี่ติ๋ว เนื่องจากท่านพี่ไปรายงานว่ามีท่านผู้ใช้บริการซึ่งเราถือว่าเป็นบุคคลภายนอก เสนอแนะกับคุณพี่ติ๋วว่า ทำไมจึงต้องเก็บค่าบริการบุคคลภายนอก เพราะตัวท่านได้เสียภาษีอากรเรียบร้อยแล้วอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ประการต่อมาถามว่าหอสมุดฯ เราอยู่ในจังหวัดนครปฐมได้ทำอะไรให้คนนครปฐมบ้าง….และฝากทั้งสองคำถามถึงผู้บริหาร
จึงบอกพี่ติ๋วไปว่า พี่ติ๋วทำถูกต้องแล้วที่ไปเรียนท่านผู้บริหาร หากพบคำถามแบบนี้ หรือท่านนั้นมาอีกครั้งขอให้เรียนท่านว่าได้นำข้อคิดเห็นของท่านนำเสนอผู้บริการเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำตอบข้อสองขอเรียนมาว่าห้องสมุดมีกิจกรรมแบบบริการชุมชนมากมายตั้งแต่……. หากจะมาทำงานด้วยกันก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แต่ท่านผู้นั้นไม่ได้ย้อนกลับเพื่อหาคำตอบ เจตนาคือคงต้องการให้นำเสนอผู้บริหารต่อไป …
คำถามและข้อเสนอแนะแบบนี้ มีมาอย่างประปราย จึงขอตอบและแสดงความคิดเห็นแบบรวมๆ
การเดินตามหาแล้วไปตอบ แล้วยังเป็นคำตอบที่ไม่พึงใจด้วยแล้ว ตัวเองรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่แบบนั้น เพราะเขาคงอยากให้เราฟังมากกว่า ยิ่งมีการฟันธง หรือเชื่อกว่าครึ่งแล้วว่าเราเอาเปรียบ เราไม่เข้าท่า เราไม่ได้เรื่อง ….. ยากมากเผลอๆ อาจเป็นการต่อปากต่อคำ
ตั้งแต่มีการเก็บค่าบริการบุคคลภายนอกวันละยี่บาท และนักเรียนวันละสิบบาท ส่วนรายปีก็ลดหลั่นกันไป หกร้อย และสองร้อยบาท แม้จะเป็นเงินไม่มากแต่เข้าใจว่าหลายท่านคงเสียความรู้สึก… แต่เราก็มีเงื่อนไขภายใต้บริบทและความจำเป็นของหน่วยงานที่พึงต้องอยู่ในเกณฑ์เดียวกัน
เรามักได้ยินคำพูดนี้ค่อนข้างบ่อยว่าทำไมและทำไม ในเมื่อเสียภาษีอากรแล้ว หากมองในมุมนั้นก็จริง แต่หากมองในอีกมุมก็ไม่ใช่แบบนั้น
ในเมื่อเราเป็นหน่วยงานที่ต้องเก็บเงินจากผู้ใช้บริการ บุคลากรจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าทำไม และพร้อมที่จะตอบคำถามเช่นนี้ในเบื้องต้นได้
คำตอบที่นอกเหนือจากบอกผู้ใช้ว่าทำตามระเบียบที่กำหนดขึ้น แต่หากตอบไปได้เรื่องทุกครั้ง… (ไม่ฮา) ทางที่สุดคือการฟังอย่างสงบ ระหว่างฟังก็หาคำตอบที่คิดว่าดีที่สุด ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อร่วมงานหลายๆ คน
อาจารย์นรงค์ ผอ.เคยเตือนว่าอย่ามีเรื่องกับผู้ใช้ ต้องอดทนให้มาก เพราะก็เคยหลุด… ปรี๊ดแตกในเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ แต่ทำไปแล้ว (ทำไงได้) … ตั้งแต่นั้นจึงจดจำและยึกถือมาใช้โดยตลอด เวลาโมโหใคร หน้าอาจารย์จึงลอยมาวับๆ แวมๆ ให้เห็น…. ตามด้วยสุภาษิตไทยที่บอกให้ยึดถืออีกเป็นกระบุงโกย
การฟังข้อมูลจากหลายๆ คน ที่มีพื้นฐานความคิด การเลี้ยงดู การศึกษา หรือทัศนคติที่ต่างกัน แล้วสะสมเป็นคลังความรู้ จะเป็นอาวุธที่หลากหลายรูปแบบที่เราสามารถดึงมาใช้ได้อย่างทันท่วงทีตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่สำคัญคือต้องกล้าที่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นกับคนที่ต่างจากเรา และยอมรับทั้งกับบาดแผลหรือดอกไม้
เหตุการณ์แต่ละวันของแต่ละคนคือบทเรียนที่มนุษย์จำต้องเรียนรู้ ยิ่่งเราต้องทำงานบริการด้วยแล้ว เราต้องรู้จักฝึกฝนและทำแบบฝึกหัดให้มากขึ้นๆ และมากขึ้น
ห้องสมุดของเราเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งหมาบถึงประชมคมชาวศิลปากร
แต่ห้องสมุดก็ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาศึกษาหาความรู้ โดยเสียค่าสมาชิกนิดหน่อยเช่นเดียวกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ต้องเสียค่าบำรุงห้องสมุดเทอมละสี่ร้อยบาท สำหรับปริญญาตรี ส่วนสูงไปกว่านั้นเทอมละหนึ่งพันบาท สำหรับภาคปรกติ และมากกว่านั้นสำหรับภาคสมทบ… ดังนั้นหอสมุดจึงมีความจำเป็นที่ต้องเห็นความสำคัญของผู้ใช้บริการกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก
ค่าบำรุงทั้งหมดหอสมุดฯ ได้ใช้เป็นค่าดำเนินงานทั้งหลายของห้องสมุดตั้งแต่ค่าหนังสือ ค่ำน้ำ ค่าไฟ ค่ากระดาษทิชชู …… ฯลฯ เพราะลำพังงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีอากรแต่เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่พอเพียงต่อการดำเนินงาน
เขียนแบบนี้ทำให้นึกถึงสภาพห้องสมุดประชาชนในประเทศไทย ที่บางแห่งไม่มีผู้ใจบุญมาสนับสนุน อาศัยงบประมาณเพียงอย่างเดียวก็อยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่….
การเสียค่าบำรุงห้องสมุดรายวันเชื่อว่าไม่กระทบกับเงินในกระเป๋า แต่ก็เข้าใจอย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่ากระทบกับความรู้สึก….
แต่ก็อยากให้เข้าใจกันอีกสักนิด แบบการมองโลกในแง่ดีว่าค่าเข้าใช้คนละเล็กคนละน้อย สะสมไปเป็นวัน เป็นเดือนก็มีส่วนช่วยให้ห้องสมุดสามารถซื้อหนังสือดีๆ สะสมในห้องสมุดเพื่อผู้อื่นได้อีกสักเล่ม สองเล่ม หรือมากกว่านั้น หรือซื้อน๊อดมายึดขาเก้าอี้ หรือซื้อสก๊อตเทปมาปะหนังสือที่ขาดจากการพับมุมหนังสือ หรือเพื่อซื้อยางลบมาลบรอยดินสอ หรือปากกาที่ใครก็ไม่รู้เผลอเขียนไว้
หรืออย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเสียค่ารถเดินทางไปไหนๆ เพื่อหางานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ที่เราต้องการอ่านในส่วนกลาง เหนือ อีสาน ใต้ แม้กระทั่งออกนอกประเทศ
หนังสือเป็นแสนเล่มรอให้อ่าน รอให้ศึกษาเพื่อไปทำอะไรได้มากมาย ทั้งไปสอนลูก สอนหลาน กับชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว…ที่ต่อยอดได้แบบไร้ขีดจำกัด
ไม่ได้เห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อย และไม่มีเจตนาคิดว่าท่านเป็นคนอื่น แต่อยากให้ทุกท่านมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างห้องสมุดดีๆ ที่รวมหมายถึงกิจกรรมบริการชุมชนที่หอสมุดได้ทำไว้มากมายทั้งกับเด็ก ประชาชน ระเรื่อยๆ ไปจนถึงครูบาอาจารย์ทั้งหลายโดยไม่คิดมูลค่า
แต่เป็นให้โอกาสและสร้างโอกาสให้กับประชาชน ที่ก็ไม่ใช่นับเพียงว่าเป็นข้าราชการ
การจัดกิจกรรมห้องสมุดสัญจรไปว่าจะเป็นในงานองค์พระปฐมเจดีย์ หรือตามตลาดนัดนอกเมือง แม้จะออกไปปีละไม่กี่ครั้ง หรือการจัดงานวันเด็ก แม้เป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่พวกเราก็อยากจะประจุดเล็กๆนี้ให้เต็มแผนที่นครปฐมและออกไปๆ ให้กับเด็กๆ หรือประชาชนคนธรรมดาที่ไม่มีแม้โอกาสที่จะเข้ามาในรั้วของเรา
ค่าบำรุงห้องสมุดส่วนหนึ่งก็คืองานแบบนี้
ไม่ใช่เป็นการคืนกำไร… เพราะห้องสมุดไม่เคยนับรายได้แบบนี้เป็นกำไร
กำไรของห้องสมุดคือการมีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาศึกษา หาความรู้ในห้องสมุดเยอะๆ ยิ่่งมากเท่าไรก็ถือว่าเป็นกำำไรมากขึ้นเท่านั้น
มีคนสอนว่าเวลาเราจะทำอะไรให้ทำตารางไว้สองช่อง … ได้…และ…เสีย… ลองทำดูแล้วเชื่อว่าเมื่อบวกลบคูณหารแล้ว คงได้คำตอบแก่ใจตัวเอง
หวังว่าท่านที่เข้าไปในแต่ละห้องสมุด แล้วไม่ว่าห้องสมุดไหนเก็บเงิน…หากบังเอิญเข้ามาอ่าน โปรดเข้าใจและเห็นใจพวกเราด้วยเถอะค่ะ

2 thoughts on “ทำไมต้องเก็บเงิน

  1. ก็เพราะวาทศิลป์ของหนูปอง หัวหน้าฝ่ายบริการ เยี่ยม พี่แมวจึงมอบหมายจนเป็นกิจวัตร หรือเป็นประำจำกับการตอบผู้ใช้ด้วยวาจาที่ไพเราะ ระรื่นหู
    ขอบอกว่า ค่าสมาิชิกที่ได้รับ ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากที่ได้รับโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย 12 เดือน ประมาณ 330 วัน ทีเปิดบริการหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ วันธรรมดา เปิดถึง 4 ทุ่ม วันเสาร์ อาทิตย์ ถึง 2 ทุ่ม แถมวันนักขัตฤกษ์ช่วงสอบยังเปิดให้อีก เงินค่าสมาชิกจากบุคคลภายนอก ใช้เป็นค่าทำงานนอกเวลาราชการที่เปิดบริการได้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ที่ผ่านมาทุกปี วันเสาร์ อาทิตย์ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ เป็นบุคคลภายนอก ได้แก่ นักศึกษาทั้งปริญญา ตรี โท เอก สถาบันอื่นๆๆ หมายรวมถึง นักศึกษาที่กำลังเรียน เนติบัณฑิตด้วย (ค่าสมาชิกรายวัน 10 บาท รายปี 200 บาท) ข้าราชการที่จะทำผลงานทางวิชาการ /กำลังทำผลงานทางวิชาการ แก้ไขผลงานทางวิชาการตามที่ผู้ทรงคุณให้แก้ไข มาหาข้อมูลเพื่อทำ review literature (ค่าสมาชิกรายวัน 20 บาท รายปี 600 บาท) สำหรับประชาชนจริงๆ มีน้อยมากๆ หากมากับลูก ซึ่งเรียนที่นี่(ท่านมาเยี่ยมลูก ลูกเลยพามาห้องสมุดด้วย)(ถ้าทราบก็จะอนุโลม ไม่เก็บค่าสมาชิก ถือว่าท่านไม่ได้มาใช้หอสมุดอย่างปกติ) และจะรายงานให้ผู้ใหญ่ของสำนักหอสมุดทราบต่อไป หลายครั้งที่นักเรียนในจังหวัดนครปฐมมาเป็นกลุ่ม แม้ไม่มีหนังสือนำมาจากโรงเรียนขอยกเว้นค่าสมาชิก ก็จะอนุญาตให้เข้า โดยไม่เสียค่าสมาชิก ระเบียบต้องมีไว้ แต่ก็ยืดหยุ่นได้หากเรื่องนั้นๆไม่ใช่เรื่องเสียหาย เฉกเช่นเดียวกับค่าสมาชิก (ระเบียบนี้ใช้ทุกวิทยาเขต ,สนามจันทร์ วังท่าพระ เพชรบุรี)

  2. เกิดมาก็ไม่ได้แบบนี้ ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนและการมองงานให้ทะลุ มองไม่ออกก็ให้เพื่อนช่วยมอง ที่สำคัญเพื่อนพ้องน้องพี่น่ารัก เอื้ออาทรและแบ่งปัน ที่เห็นส่งเสียงโขมงโฉงเฉงนั่นคุยกันเรื่องงานล้วนๆ ค่ะ

Leave a Reply