Last week ไปศาลายา for Thai IUG #14th ค่ะ …เอิ้นเป็นภาษาต่างด้าวมิใช่ไร เพราะได้ข่าวว่ามีต่างชาติมาแวะเวียนแถวนี้ เลยเอากับเขาหน่อย เหอ…เหอ…แต่ได้แค่นี้แหละ
ไปครั้งนี้ทำให้มีเรื่องให้ทำมาหาเขียนลง blog ได้จนถึงสิ้นปี แต่หันมาเห็น “ลานจันทร์” ฉบับที่แล้ว อ้าว….ครบรอบอีกแล้วนี่หว่า แต่เจ้านายยังไม่ทวงเฉยๆ ไว้ก่อน
หนูใหญ่จ๋าที่สัญญาไว้อย่าทำเป็นมึนบอกว่าเรียนหนัก (เพราะที่เห็น…น้ำหนักต่างหาก) ส่วนท่านชำนาญการทั้งหลายกรุณาเขียนมาด้วยเช่นกัน จะได้มิต้องให้ใครก็ม่ายรู้ มาพูดให้เจ็บกระดองใจ โอ๊ย….เจ็บกระดองใจ (พี่แมวคนเดียว เพราะเราไม่ได้ยินเลยไม่ค่อยรู้สึก…)
ไปศาลายา ก็พุทธมณฑล นครปฐมบ้านเรานี่เอง แต่ไปถึงทำไมเขาดูเป็นเมืองกรุงแฮะ ตั้งแต่หมายเลขโทรศัพท์ การดำเนินชีวิต และที่สำคัญเสียงไม่เหมือนคนนครปฐม แต่ไม่เป็นไรหรอกพารากอน สยามสแควร์ทุกซอย รถบนดินหรือใต้ดิน ก็ไปมาแล้ว
แหม… ยังอุตส่าห์เจอแฟนคลับบอกว่าช่างขยันเขียน ประชุมปั๊บ blog ขึ้นปุ๊บ เลยหน้าบานตามประสาคนหลงตัวเอง ยิ่งน้องอ้อได้รับหนังสือกองโตเนื่องจากการเขียน blog มาด้วยแล้ว หน้าที่บานอยู่แล้วกลับขยายบานหนักไปอีก
เฮ้อ…เรื่องหลงตัวเองนี่ห้ามไม่อยู่จริงๆ
คุณพี่แมวป้องปาก แบบระยะเผาขนว่า (5555 มันเขียนเป็นร้อย แต่…..) เลยค้อนไปหนึ่งที บอกว่าหนูมีแฟนคลับนา (จริงๆ แล้วอุปโหลกเพื่อปลอบใจตนเองทั้งนั้น)
ไปครั้งนี้นอกจากจะต้องไปเข้าสัมมนา เคาะสนิมดูว่าชาวบ้านเขาทำอะไรกันบ้าง เทคโนโลยีของระบบห้องสมุดอันแสนรักนี้ไปในทิศทางใด รวมทั้งไปดูว่าโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยวิจัยเป็นอย่างไร
โอ๊ว ว๊าว ….อะไรกันนี่ไปแค่สองวันเนี่ยนะ ยังคิดได้ขนาดนี้หากหอสมุดฯ มีงบประมาณส่งหนูไปสิงที่ไหนสักเดือน รับรองว่าคุ้มกับการลงทุนค่ะพี่แมวขา ว่าขอสัญญาด้วยเกียรติของอนุกาชาด เหล่าสีน้ำทะเล  (จำได้โบว์หาย หาซื้อแทบตาย  ครูหนอครูทำไมจึงไม่ใช้แม่สี อย่างเหลือง แดง น้ำเงิน) จะรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ไว้ยิ่งชีพ
เช้าวันแรกก่อน หลังจากจรลีจากบ้านกัน สาว (จุ่ม) สาว (ปอง) สาว (เอ๋) จึงขึ้นรถตู้มีหนุ่ม(ตุ้ม) เป็นสารถี ไปถึงโรงแรมศาลายาพาวิลเลียน
คำว่า พาวิลเลียน มาจากภาษาอังกฤษว่า pavilion ส่วนแปลว่าอะไรต้องหาคำตอบเองนะจ๊ะ เพราะเปิดเองอาจได้คำอื่นแถมด้วย ขืนบอกก็รู้แค่คำเดียว
ไปเลี้ยวปรู๊ดจอดหน้าโรงแรม คณะทำงานฝ่ายต้องรับเปิดประตูปั๊บ ฝ่ายช่างภาพก็กดแชะๆๆๆ แบบไม่ต้องเสียดายฟิล์ม เพราะใช้ดิจิตอล และแล้วก็ต้องตกใจกับของฝากที่เพื่อนฝูงจากแดนไกลส่งเสียวตามสายมาถึงคุณน้องเอ๋ ว่าช่วยซื้อขนมเปี๊ยะครูสมทรงไปเป็นของฝาก แหมเสียดายว่ายุ่งๆ ไปหน่อย หมายงั้นน้องอ้อบอกว่าจะลางานแปลงกายไปเป็นแม่ค้าสักสองวัน แต่ช้าไปแล้วน้องเอ๋ย งานนี้มีเงินมาสะพัดแถวนครปฐมอยู่หลาย
ห้องประชุมอยู่ชื่อห้องมหาสวัสดี คงมาจากชื่อคลองมหาสวัสดิ์ ที่ชาวนครปฐมควรไปล่องเรือเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง หาเวลาไปกันนะคะ
พิธีการก็เป็นไปตามกำหนดการ แต่ที่ปวดใจคือที่ศาลายากำลังก่อสร้างอาคารต่างๆ รวมทั้งสาธารณูปโภคมากมาย เป็นเมืองๆ หนึ่ง ที่พอเห็นแผนแม่บทของเขาแล้ว แอบอุทายว่า ว๊าว  โอ๊ว โน เอ…ก็ใกล้กับบ้านช้านนี่นา  แค่ขับรถครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่ข้าพเจ้าชอบขับรถเลยไปถึงสุวรรณภูมิแล้วไปไม่ถูก เลยขึ้นเรือบินไปซะเลย
ส่วนห้องสมุดก็เปลี่ยนเชื่อเป็น หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ชื่อแบบนี้มีหลายแห่งที่เริ่มใช้ พอเริ่มใช้ก็มีกิจกรรมภายในเกิดขึ้น “คลังความรู้” “คลังปัญญา” ของมหาวิทยาลัย ก็คือผลงานทางวิชาการของประชุมของมหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่องนี้เก็บไว้ก่อนเพราะคงยาวจนเกษียณอายุละมั้ง
จากนั้นท่านผู้จัดก็ให้พวกราลงมาถ่ายรูปที่ชั้นสอง สงสัยครามครันมาทำไมต้องลงมา พอไปถึงก็อ๋อออออ รูปเป็นแบบนี้ Perfect!
ตัวแทนบริษัทก็มาบอกกล่าวว่ามีอะไรใหม่ที่ อยากทำขาย มาเสนอให้เราน้ำลายไหล อยากซื้อ แต่สำนึกว่าเป็นคนจน จึงได้แต่มอง กรอกตาซ้ายขวา
ที่กรอกตาน่ะมิใช่ไร กำลังนึกว่า ถ้าไม่ซื้อล่ะ จะมีอะไรมาใช้ทดแทนได้บ้าง เหอๆๆๆๆ อุ๊บอิ๊บไว้ก่อน เพราะบรรเลงเกือบจะ Perfect!  อดนึกชมตัวเอง (ก่อน) นึกชมทีมงานว่าช่างทำงานได้สมกับค่าอาหารกลางวันและน้ำชากาแฟยิ่งนัก รวมทั้งขอบคุณอินเทอร์เน็ตที่ให้ตัวเองได้นั่งงมๆ งำๆ งับๆ งึกๆ งักๆ กับหน้าจอเป็นวันเป็นคืน ท่ามกลางความสงสัยของคนอื่น หรือแม้กระทั่งตัวเองว่านั่งทำอะไร (วะ)  มองนานๆ แสบตา จนน้ำตาไหล อ่านก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องส่งต่อไปให้เพื่อนช่วยอ่าน กลับแกะ แคะ เทียบเคียง คิด แล้วย้อนรอย ฯลฯ รวมถึงอาศัยเพื่อนรวมอุดมการณ์ที่เราสามารถหาได้จากวงสัมมนา หรือการประชุม หรือที่เดินผ่านเราไปมา มาช่วยคนละเล็กคนละน้อย แต่สนุกดี ที่ไม่สนุกคือไม่ทราบว่าจะเขียนในรายงานประจำวันว่าอะไร ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการให้ตัวเองมีชั่วโมงการทำงานที่มากขึ้น จะได้ดูไม่น่าเกลียดและไม่มีงานค้างให้พี่ๆ ต้องปวดหัว แค่โต๊ะรกนิดหน่อย
ตามด้วย “แนวทางในการเลือกใช้เครื่องแม่ข่าย (server) และ ระบบ ปฏิบัติการ (OS)” ที่ทำการติดตั้งแล้ว เช่น Linux บนเครื่อง DELL HP/ UNIX  โดย นายจีระพล คุ่มเคี่ยม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ นายกฤษฎา แก้วผุดผ่อง มหาวิทยาลัยมหิดล อันนี้เป็นเรื่องของโปรแกรมเมอร์ กับบรรณารักษ์ระบบของทั้งสองหอสมุดฯ ฟังได้เรื่อยๆ เข้าใจวิธีการแต่ทำไม่เป็น จบ …จำได้แต่เรื่องการ backup ข้อมูลว่าต้องทำไว้หลายๆ ที่ กับ การทำ PC ธรรมดาแล้วให้ข้างในเป็นหลายๆตัวได้ เพราะเรื่องนี้คุณน้องเกียรติพูด (กรอกหู) ให้ฟังบ่อยๆ แหะๆ
ต่อด้วยพี่สุวันนา ทองสีสุขใส  จาก ม.ขอนแก่น  บรรยาย เรื่อง “สรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการระบบห้องสมุดอัตโนมัติประเทศไทย”  สรุปว่าเรื่องไหนต้องทำต่อ เรื่องไหนเกินกำลังที่จะทำได้ เพราะแต่ละที่มีบริบทต่างกัน เช่น การยกเลิก Module ที่ไม่ใช้
ตามด้วยสถาบันที่ใช้ Encore คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย นางฉัตรวรุณ สุดใจประภารัตน์ และ นางสมร กรวิรัตน์ รายการนี้นั่งฟังตาแป๋ว ไม่ได้แอบหลับสักนิด คงไม่มีตังส์บอกรับ
รายการตอนเย็นก็พาทัวร์ในวิทยาเขตเช่น ห้องสมุด ตามด้วยคณะดุริยางคศาสตร์ โดยนั่งรถไฟ สนุกดี นักศึกษาที่เป็นไกด์ น่ารักมาก มาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะแพทย์ฯ เก่งรอบตัวจริงๆ แล้วกลับบ้าน
วันต่อมาเดินทางเหมือนเดิม เริ่มจากคุณพี่กฤษณา ธรรมเปาโล บริษัท Innovative
บรรยายเรื่อง “การใช้ประโยชน์จาก CSdirect and service commitment” น่าสนใจดีเพราะเป็นการติดตามความก้าวหน้าของระบบ ปัญหา ฯลฯ  คุณ Admin คงมอบ password ให้ต่อไป
ตามด้วยคุณพี่สุวันนา อีกครั้ง บรรยายเรื่อง การลงรายการทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์ คุณพี่บอกว่า การทำงานกับระบบเป็นการทำงานเผื่ออนาคตด้วย ดังนั้นต้องทำปัจจุบันให้ดี ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ เพื่อความถูกต้อง ถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่ต้องมาสะกดคำว่าคุณภาพ ตามด้วยเรื่องมาร์คที่อาจมีการแปลความผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่กลับตัวตอนนี้ยังทัน น้องเอ๋รับไปแก้ไขข้อผิดพลาดในคู่มือ ถามเอ๋ว่าเวลาทำคู่มือแบบนี้เคยมี feedback กลับมาไหม บอกว่ายังไม่เคยมี
เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า content ทั้งหลายต้องหมั่นดูแลและช่วยกันสร้างขึ้นมา คนๆ เดียวอาจเข้าใจผิดได้ แต่คนตามเป็นสิบ การตรวจสอบข้อมูล การทดลองทำตาม ได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคู่มือเล่มใด แล้วหยิบยกมาคุยกันมิใช่เป็นเรื่องของการจับผิด แต่เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ทั้งนี้มิได้หมายความเฉพาะเรื่องนี้ แต่หมายความถึงทุกเรื่อง ทุกอย่างในการทำงาน รวมถึงตัวข้าพเจ้าเองที่ก็ยังมีอัตตาอยู่
ปิดท้ายของการบรรยายจากคุณ William Ho เรื่อง Release 2009B รับฟังเช่นเดิม
และสุดท้ายของรายการคือ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละโมดูล ตัวเองเข้า โมดุล OPAC : My Millennium นำเสนอโดยคุณณัฐนพิน ฉุนพ่วง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่เรื่องนี้ของเราโปรแกรมเมอร์คือคุณไก่มีหน้าที่ คุณปองก็เลยฝากคุณพี่ลีและคุณน้องเอ๋ว่าเอา ISBN ที่หน้าสืบค้นมาให้ด้วย เพราะดิฉันต้องการใช้เป็นอย่างมาก  อิอิ…มีสงสัยเล็กน้อยว่าคงใช้อยู่คนเดียว
ทั้งหมดเป็นเรื่องราวของตัวเองที่ได้รับจากการไปครั้งนี้….  เป็น blog ที่ยาวที่สุดตั้งแต่เขียนมา  ส่งต่อให้คุณพี่จุ๋มไปเขียนเป็นบทความดีกว่าในฐานะผู้ปฏิบัติตัวจริงเสียงจริง ที่เพิ่มเริ่มเข้าวงการ แต่แหม…นั่งอยู่ข้างหลัง เห็นคุยอะไรก็ไม่รู้กับน้องที่รามฯ แบบหัวชนกัน พอจะลาจากก็แจกลายเซ็นวุ่นไปหมด นี่ขนาดไปสองวันนะคะ หากไปหลายวันละก็มีเพื่อนหนีบกลับมาเป็นสิบ ปีหน้าจัดที่ ม.เกษตรฯ จะพาไปใหม่นะคะคุณพี่
ปล. ระหว่างนี้คุณพี่จุ๋มกำลังซุ่มเขียนต้นฉบับอยู่…. และข้าพเจ้าตั้งใจว่าไปงานนี้จะได้สามประเด็น แต่รายงานได้แค่หนึ่งประเด็นกว่าๆ ตั้งแต่ห้าโมงจนถึงทุ่มครึ่ง ชักเริ่มหมดแรงเขียนแล้ว  ไหนจะต้องไปดูงานเปิดโลกชมรมอีก เผื่อจะไปเจอนักศึกษาผู้น่ารักสักคนสองคนมาช่วยกันทำงาน ….

5 thoughts on “Go to Thai IUG #14th

  1. IUG อ่านว่า ไอ ยู จี มันคืออะไร อธิบายเป็นภาษาไทยหน่อย เผื่อพวกเราที่ไม่ใช่วงการบรรณารักษ์จได้ทราบมั่ง พี่เองก็อยาก up date ด้วย

  2. คนที่จะเขียน blog ต่อไป… เฉลยด้วยค่ะว่าคืออะไรและเติมข้อมูลในส่วนอื่นๆด้วยค่ะ

  3. ว่าแต่ว่า นี่มันเดือนธันวาคมแล้ว ลานจันทร์ของเราที่ว่าจะทำเป็นฉบับเกี่ยวกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติเนี่ย จะ late ไปไกลมั้ยล่ะเนี่ย

  4. ไม่หรอก ป้าจุ๋มกับลุงบูรณ์เริ่มบรรเลงเพลงรักแล้วค่ะ

  5. ขอบอกว่า ไม่ว่าหนูจันทร์เป็ง ปอง ตายอย่างเดียว หาก late อุตส่าห์ ทำให้ตรงกับเวลา เป็นปัจจุบันแล้ว ยังจะมีหน้ามาlate อีก (ตายอย่างแห้งๆ) ต้นมกราคมส่งออก เผยแพร่ได้เลย ปั่นซิ พวกเราทำได้ ปั่นๆๆๆ ต้นฉบับนะ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร peer review วารสารลานจันทร์ ไม่มีเป็น กล่ม/คณะ ป้าแมวคนเดียวก็พอแล้ว ไม่้ต้องเสียกะตังค์(ก็หนูปองบอกว่าจะเชิญใครมาเป็นคณะกรรมการ peer review ก็มีค่า..) ป้าแมวก็เลยบอกว่างั้นอย่าดีกว่า เอาให้สา่ยผู้สอนทำไปเถอะ

Leave a Reply