สัมภาษณ์ชีวิต "คนชายขอบ" ภาค 2

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 หลังเลิกงาน ดิฉันเดินทางกลับบ้านโดยรถรับ-ส่ง ของมหาวิทยาลัยฯ ตามปกติ  รถเดินทางมาถึงทางแยกสามพรานประมาณเวลา 17.30 น. ในขณะเดินข้ามสะพานลอย มองลงไปที่ศาลาป้ายรถเมล์ก็พบกับคุณลุงนั่งบนรถสามล้อ ภายในรถมีแต่เศษขยะที่จัดเก็บมาเพื่อนำไปขาย  เมื่อดิฉันลงจากสะพานลอยก็ยืนแอบมองและพิจารณาดูคุณลุง มีความรู้สึกว่าคุณลุงอายุค่อนข้างเยอะ ดูจากสภาพหน้าตาที่เศร้าหมอง ดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก  แต่ดิฉันก็ไม่กล้าเข้าไปทักทาย  ทันใดนั้นคุณลุงลงจากรถสามล้อและเดินไปในทิศทางที่ดิฉันต้องเดินไปขึ้นรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง คุณลุงเดินช้าๆ เหมือนสภาพร่างกายไม่แข็งแรงนัก ดิฉันจึงตัดสินใจเดินตามไปอย่าช้าๆ คุณลุงไปซื้อของที่ร้านโชห่วยร้านหนึ่ง ดิฉันจึงหยุดสอบถามแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ๆ ว่า เห็นคุณลุงคนนี้มาแถวนี้นานหรือยัง  น้องตอบว่า เพิ่งเห็นไม่กี่วันนี้เอง ประมาณ 4-5 วัน แต่น้องไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคุณลุง แต่สังเกตเห็นว่ามีคนมีน้ำใจให้ความช่วยเหลือประจำ คุณลุงมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านตนเอง ก็ให้ทานฟรี บางวันลูกค้าเห็นก็สงสารจ่ายให้ลุง หลังจากที่ดิฉันได้ข้อมูลจากแม่ค้ารายนี้แล้ว จึงตัดสินใจหยิบเงินจำนวนหนึ่ง นำไปมอบให้ลุงที่ร้านโชห่วยข้างๆ คุณลุงยกมือไหว้ขอบคุณ ดิฉันรีบยกมือไหว้กลับทันที หลังจากนี้ จึงสอบถามข้อมูลคุณลุงมากมาย ดังนี้
ดิฉัน :  คุณลุงมาทำอะไรแถวนี้คะ
ลุง  :  มาทำงาน
ดิฉัน :  ทำงานอะไรคะ
ลุง  :   เก็บเศษขยะขาย
ดิฉัน :  แล้วบ้านอยู่ที่ไหน
ลุง  :   ไม่มีบ้าน
ดิฉัน :  แล้วพักที่ไหน 
ลุง  :   พักที่ศาลาริมน้ำในวัดสรรเพ็ชญ์
ดิฉัน :  แล้วไม่มีลูกเหรอคะ ไปไหนกันหมด
ลุง  :   ไม่มีใครแล้ว ภรรยาตายไปได้ 5 ปีแล้ว ลูกๆ ก็ต่างมีครอบครัว ต่างหายกันไปหมด
ดิฉัน :  ไม่มีใครดูแลคุณลุงเลยเหรอคะ
ลุงตอบ  :   ไม่มี เค้าต่างไปทำงาน ไปทำมาหากินแยกย้ายกันไปมีครอบครัว  ไม่เคยเห็นมา ลุงก็อยู่ตามลำพังคนเดียว
ดิฉันถาม :  คุณลุงอายุเท่าไรแล้วคะ
ลุงตอบ  :   ลุงเกิดปี เถาะ  ใกล้จะ 80 ปีแล้วหล่ะ
ดิฉัน :  แล้วมาทำอะไรที่นี่คะ
ลุง  :  มาทำงาน
ดิฉัน :  ทำงานอะไร ที่ไหนคะ
ลุง  :  เก็บขยะขาย
ดิฉัน :  แล้วได้เบี้ยยังชีพคนชราไหมคะ
ลุง  :   ไม่มี ไม่เคยได้ ต้องทำอย่างไรเหรอ
ดิฉัน :  ลุงเป็นคนไทยใช่ไหมคะ  มีบัตรประชาชนไหม หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
ลุง  :   ลุงเป็นคนไทย  แต่ไม่มีบัตรอะไรเลย หายไปหมดแล้ว เมื่อหลายปีก่อน 
ดิฉัน :  นั้นหนูจะพาลุงไปลงทะเบียนรับเบี้ยคนชรา แต่เราต้องไปแจ้งบัตรประชาชนหาย ทะเบียนบ้านหาย เพื่อทำเอกสารให้เรียบร้อยก่อน นั้นพรุ่งนี้เจอกันที่ป้ายรถเมล์นะคะ ประมาณ 17.30 น. หนูเดินทางมาถึง
ลุง :  ได้ ถ้าหนูช่วยได้ลุงก็ขอบใจนะ  ลุงจะมารอหนูตรงป้ายรถเมล์นะ
ดิฉัน :  ช่วยได้ค่ะ  หนูเคยช่วยสำเร็จมาแล้ว 1 รายนะคะ  ไม่ยากค่ะ แต่คุณลุงต้องให้ความร่วมมือนะคะ แล้วหนูจะพาไปเปิดบัญชีธนาคารไว้ก่อนด้วย เพื่อในเดือน พฤศจิกายน ในระหว่างวันที่  1-30  จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพคนชราได้  เพราะจะต้องใช้เอกสารเพื่อให้เค้าโอนเงินเข้าบัญชีจะสะดวกกว่า ไม่ต้องไปรับด้วยตนเอง 
ลุง :  ขอบใจนะหนูที่ช่วยลุง  ลุงน้ำตาคลอ ลุงเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว แต่มันไม่ตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ มันสมเพศตัวเอง ในชีิวิตนี้ไม่เหลือใครแล้ว 
ดิฉัน : ปลอบลุง
ลุง :   ลุงเล่าให้ฟังว่า เคยมีทหารหญิง เค้าเจอลุง จอดรถถามว่าลุงต้องการอะไรมากที่สุดเพื่อดำรงชีพ ลุงตอบว่ารถเข็นสำหรับใส่ขยะ เค้าให้ลุงรอตรงนี้ แล้วเค้าก็พูดจริง ทำจริง ช่วยจริงๆ เค้าซื้อรถเข็นมาให้ลุง ราคาแพงมาก ต้อง 12,000 บาท แล้วก็มีคนเอาขยะมาใส่ในรถให้ เอาเงินมาให้ บางรายก็ช่วยจ่ายค่าอาหารให้ 
ดิฉัน  :  อย่าท้อนะคะ สู้ๆ คนไทยไม่แล้งน้ำใจนะคะ  พวกเค้าไม่ใช่ญาติ ไม่เคยรู้จักยังช่วยลุงเลย ลุงอย่าคิดฆ่าตัวตายอีกนะคะ
ลุง :  ยิ้มเศร้าๆ แววตาเศร้ามากๆ 
ดิฉัน :   นั้น วันนี้ หนูขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ  พรุ่งนี้ เจอกันนะคะ