ไม่ "ชน" ใช่ว่าจะ "ไม่ผิด"

111หลังเลิกงานในวันที่ 20 สิงหาคม 2558 ระหว่างเดินทางกลับบ้านในเวลาประมาณ 17.30 น. วันนี้ฝนตกหนัก ดิฉันมีความจำเป็นต้องรีบกลับ จึงต้องเดินฝ่าฝนออกมาขึ้นรถหน้ามหาวิทยาลัย ในขณะเดินออกมาถึงบริเวณศาลาแปดเหลี่ยมตรงข้ามโรงอาหารUnion ก็เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น คือ ได้ยินเสียงดัง ดิฉันก็หยุดเดินแล้วก็หันมาเห็นภาพที่ชายคนหนึ่งกำลังกลิ้งตัวงออยู่กลางถนน หลับตา เหมือนหมดสติ และข้างๆ พบว่ามีรถมอเตอร์ไซด์ล้มอยู่ แต่ก็ยังไม่ทันทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่เห็นร่องรอยการชน รถ Forturnner คันหนึ่งสวนทางมาได้หยุดรถกระทันและลงมาดูผู้บาดเจ็บพร้อมกันนักศึกษาหญิง 3 คน ที่ลงมาจากรถเก๋งที่จอดอยู่ข้างๆ ที่เกิดเหตุ ดิฉันกำลังจะเข้าไปช่วยแต่ในมือถือของจำนวนมาก จึงเดินเอาของเข้าไปไว้ที่โต๊ะในโรงอาหารก่อน ในระหว่างที่กำลังจะออกมาช่วย ผู้บาดเจ็บก็ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของรถ Forturner และนักศึกษาหญิงทั้ง 3 รายโดยช่วยกันพยุงผู้บาดเจ็บเข้ามาที่ข้างๆ โรงอาหารฯ  ดิฉันจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเหตุกับ รปภ. เพื่อให้มาดูที่เกิดเหตุ แต่ไม่ทราบเบอร์โทรศัพท์ รปภ. จึงโทรศัพท์หาพี่บรรจง เพื่อรบกวนให้ช่วยโทรแจ้ง รปภ. ให้ต่อไป ในระหว่างรอ รปภ. ดิฉันจึงได้เจรจาสอบถามเหตุกับผู้บาดเจ็บและผู้เกี่ยวข้อง ทราบเบื้องต้นว่า เกิดจากขณะที่ผู้บาดเจ็บขับรถมอเตอร์ไซต์ผ่านมานั้น รถเก๋งที่จอดอยู่ได้เปิดประตูออกมา จึงทำให้รถมอเตอร์ไซต์ชนที่ฝาประตูแล้วเสียหลักล้มลงจนได้รับบาดเจ็บ ดิฉันจึงสอบถามข้อมูลต่อดังนี้
ดิฉัน :  รถมีประกันภัยหรือไม่
นักศึกษา :  มีค่ะ แต่เป็นประกันชั้น 2
ดิฉัน : โทรเรียกประกันหรือยัง
นักศึกษา : ยังค่ะ
ดิฉัน : โทรเรียกประกันเลย
นักศึกษา : ทำหน้าเหมือนไม่อยากเรียกประกัน
ดิฉัน : ย้ำคำพูดเดิมโดยบอกนักศึกษาว่าให้เรียกประกันด่วน
นักศึกษา : พยักหน้าแบบทำหน้างง ๆ  พร้อมกับเดินไปหาเบอร์โทรจากเอกสารในรถมาติดต่อโทรหาประกัน
ดิฉัน : สอบถามอาการผู้บาดเจ็บต่อ ได้ความว่าเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก เหมือนจะคลื่นไส้ อาเจียน
ผู้หวังดี : ผู้ที่ขับรถ forturner กล่าวขอตัวลาไปก่อน หลังจากที่ช่วยผู้ประสบเหตุเข้ามาข้างโรงอาหารแล้ว
ดิฉัน : สอบถามผู้บาดเจ็บต่อ ได้ความว่าตนเองขับรถมาดี ๆ ก็ไม่คิดว่าประตูรถที่จอดอยู่จะเปิดออกมา จึงขับชนประตูและล้มลงกลางถนน คนขับรถ forturner ขับผ่านมาพอดี เกือบจะทับผมแล้ว
นักศึกษา : บอกว่าตนเองจะเปิดประตู ก็มองดีแล้วว่าไม่มีใครมา อยู่ๆ ก็มีมอเตอร์ไซด์คันนี้มาจากไหนไม่ทราบ
ได้สนทนากันซักประมาณ 20 นาที จนดิฉันนึกขึ้นได้ว่า รภป. ทำไมยังไม่มาสักที จึงโทรศัพท์กลับไปแจ้งพี่บรรจงอีกครั้งว่าได้แจ้ง รปภ. ให้หรือยัง พี่บรรจงบอกว่า ขณะโทรไปหา รปภ. ได้รับแจ้งจาก รปภ. ที่รับสายว่า มี รปภ. กำลังออกมาดูที่เกิดเหตุแล้ว แต่ดิฉันก็ยืนยันว่าอยู่ในที่เกิดเหตุตลอดเวลา ก็ไม่เห็นมี รภป. มา จึงขอให้โทรแจ้งซ้ำให้อีกครั้ง  หลังจากนี้อีกประมาณ 15 นาที จึงมี รปภ. ขับรถมอเตอร์ไซด์มาดู พอ รปภ. มาถึงก็ได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น รถชนเหรอ คันไหน
ดิฉัน : รถเก๋งคันที่จอดข้างถนนสีฟ้าๆ คันนั้น
รปภ. ทำไมไม่เห็นมีร่องรอยการชนเลย
นักศึกษา : ใช่ค่ะ ๆ  ไม่ได้ชน ไม่มีตรงไหนชนเลย
ดิฉัน : ไม่ได้ชนค่ะ แต่เค้าขับรถมา นักศึกษาเปิดประตูออกไปจึงทำให้เกิดการชนประตูรถฯ จนเกิดอุบัติเหตุ ดิฉันจึงได้ต่อว่านักศึกษาไปว่า นักศึกษาคะ ไม่ได้ชนก็จริงแต่นักศึกษาเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับอุบัติเหตุในครั้งนี้ เพราะนักศึกษาอยู่ในรถตั้งใจจะเปิดประตู แลประตูก็จะยื่นออกมาบนถนน ย่อมต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษก่อนเปิด และมองให้ดีว่ามีกำลังรถขับผ่านหรือไม่ จึงจะเปิด แต่คนขับรถเค้าขับมาบนถนนดีๆ รถนักศึกษาจอดอยู่ข้างถนน เค้าไม่อาจทราบได้เลยว่าในรถมีใครหรือไม่ และกำลังจะมีใครเปิดประตูออกมาหรือไม่ นักศึกษาต้องเป็นฝ่ายระวังมากกว่า แต่กลับประมาทจึงเป็นเหตุให้เค้าต้องได้รับอุบัติเหตุ ก็ย่อมมีส่วนในความผิดนี้ แต่อย่าพยายามบอกว่าตนเองไม่ได้ชน แล้วจะไม่มีความผิด  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการชดใช้ แต่จะอย่างไรก็ให้ประกันฯ /ตำรวจ ตัดสินดีกว่า อย่าตีความไปเองว่าไม่ชนแล้วจะไม่มีความผิด
นักศึกษา : แสดงสีหน้าไม่พอใจ
รปภ. : เป็นคนนอกนี่
นักศึกษา : ใช่ค่ะๆ คนนอกค่ะ
ผู้ได้รับบาดเจ็บ : ครับ
ดิฉัน : ค่ะ คนนอกแล้วอย่างไรคะ คนนอกแล้วจะไม่ช่วยเหลือเค้าเหรอคะ
รปภ. : ถ้าเป็นคนในก็จะมีรถนำตัวไปส่งโรงพยาบาล แต่ถ้าคนนอกไม่มีบริการ
ดิฉัน : อ๋ออ ถ้าอย่างนั้น ช่วยเรียกมูลนิธิให้หน่อยได้ไหมคะ เพราะเค้าบาดเจ็บอยู่
รปภ. : แล้วเค้าไม่มีญาติเหรอ
ดิฉัน : มีค่ะ โทรติดต่อแล้ว กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมา
รปภ. : แล้วไหวไหมหล่ะ จะให้เรียกรถมูลนิธิมารับไปโรงพยาบาลไหม
ดิฉัน : สอบถามผู้บาดเจ็บว่าจะให้เรียกรถมูลนิธิไหม
ผู้บาดเจ็บ : ประกันฯ ยังไม่มาเลย จะไปได้เหรอครับ แล้วรถผมทำอย่างไรดี จะเอาไว้ที่ไหน ญาติก็ยังไม่มา
ดิฉัน : แจ้ง รปภ. ว่า ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องเรียกก็ได้ค่ะ
รปภ. : นั้นก็รอประกันนะ พอประกันมาก็ให้นักศึกษาพาเค้าไปโรงพยาบาลก็แล้วกัน หรือจะไปกับญาติก็แล้วแต่
ดิฉันจึงนั่งรอเป็นเพื่อนผุู้บาดเจ็บต่อไป แล้วสอบถามอาการ และประวัติ ทราบว่ามีญาติทำงานในมหาวิทยาลัยศิลปากร ตึกอธิการบดี แต่จำไม่ได้ว่างานอะไร และดิฉันจึงได้สอบถามเบอร์โทรติดต่อพร้อมแลกเบอร์กัน เพื่อจะโทรศัพท์กลับไปสอบถามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไป เนื่องจากใกล้ค่ำแล้ว และฝนก็หยุดตกแล้ว จึงตั้งใจว่าถ้าประกันฯ มาก่อนหรือญาติเค้ามาก่อน ก็จะขอตัวกลับก่อน จนกระทั่งญาติมา ดิฉันจึงได้ขอตัวกลับบ้านแล้วผู้บาดเจ็บก็กล่าวคำขอบคุณมากมายว่าหากไม่ได้พี่ผมคงแย่ ขอบคุณพี่มากนะครับ พร้อมยกมือไหว้ ดิฉันจึงบอกว่าไม่เป็นไรเรื่องเล็กๆ พอช่วยเหลือกันได้ก็ต้องช่วย พี่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม/การเอาเปรียบ หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับบ้าน
เวลาผ่านไปประมาณ 3 วัน ดิฉันยังไม่ทันโทรศัพท์กลับไปสอบถามความคืบหน้าของเหตุการณ์ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้บาดเจ็บโทรกลับมาแจ้งความคืบหน้าของคดี พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณอีกครั้งว่า ในวันนั้นถ้าผมไม่ได้พี่ช่วย คงต้องแย่แน่ๆ เลย เพราะนักศึกษาเค้าจะไม่ยอมรับว่าตนเองผิด ไม่รู้ว่าตัวเองผิด และหลังจากนี้พอเรื่องถึงสถานีตำรวจก็นัดให้มาเจรจาแต่ก็ไม่ยอมมาตามเวลา มาช้ามากจนฝ่ายผมเดินทางกลับแล้ว จึงเดินทางมาถึงสถานีตำรวจ  ฯลฯ  แต่อย่างไรก็ตามผมก็ได้รับการชดใช้ครับ ค่ารักษา ค่าซ่อมรถ พร้อมนี้ ตำรวจให้นำไปรับรองแพทย์มาเพื่อเรียกค่าทำขวัญต่อไป
ขอบคุณพี่มากจริง ๆ ครับ
ในวันนั้นหากดิฉันรีบกลับบ้านตามความตั้งใจ หากเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเหตุการณ์ ก็คงจะต้องเสียใจ เพราะได้พลาดการช่วยเหลือครั้งยิ่งใหญ่ …
 

Leave a Reply