สวัสดีค่ะพี่น้องทุกคน
มาถึงแล้วค่ะโดยสวัสดิภาพ เริ่มจากออกจากบ้านด้วยกระเป๋าใบใหญ่ชั่งน้ำหนักแล้วเกินยี่สิบกิโลกรัมจึงต้องถ่ายเทของออกไปบ้าง
เครื่องออกเวลา 23.30 น. โดยสารสายการบินไทยไปลงที่โอซาก้า ไปที่นั่นประมาณเกือบๆ สองทุ่ม มีเพื่อนๆ ไปส่ง พบปะสนทนา พอสายการบินเปิดรับเช็คอินก็นำกระเป๋าไปจัดการ จะได้ไม่เป็นภาระในการดูแล พอสามทุ่มก็ต้องเข้าไปข้างใน ตรงนี้ให้ระวังเพราะประตูที่จะออกไปขึ้นเครื่องไกลมาก กว่าจะเดินไปถึงใช้เวลาพอสมควร ตามประสบการณ์เคยเปลี่ยนไฟลท์ให้เร็วกว่าเดิม ผลคือวิ่งหอบแฮ่กๆ เหนื่อยมาก
ใครเอาคอมพิวเตอร์ไปก็ต้องแยกออกมา ในตัวต้องมีแต่เสื้อผ้า เข็มขัด เศษสตางค์อะไรทั้งหลายเอาออกให้หมด แนะนำคือแต่งตัวให้สบายที่สุด เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น
โปรดกรอกใบผู้โดยสารขาออกให้เรียบร้อย แล้วให้เจ้าหน้าที่ ให้ตอนไหนจำไม่ได้ แต่น่าจะช่วงนี้
ตรงด่านมีสองแบบคือ ให้คนตรวจกับให้ระบบตรวจ กับระบบอัตโนมัติมีคนช่วยดูแล น่าแปลกคือคนยังนิยมเข้าคิวให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ส่วนตรวจจากเครื่องว่างตลอด เช่นเดียวกับระบบการยืมคืนของห้องสมุดเรา ระบบเครื่องก็ไม่ยากมีวิธีการบอกที่หน้าจอคล้ายๆ กับการอัพเดทสมุดธนาคาร และปั้มนิ้วมือ ก็ให้กดไปนิ่งๆ เด๋วก็ผ่าน พอเข้าไปก็นั่งรอเวลา หรือเดินดูของเรื่อยๆ และซื้อน้ำไปหนึ่งขวดสำรองเผื่อหิวน้ำกระทันหัน แพงดีแต่ต้องซื้อเพราะน้ำ รวมทั้งของเหลวทั้งหลายต้องทิ้งไปก่อนจะผ่านด่าน
พอถึงเวลาก็รอฟังสายการบินเรียกว่าเราจะเข้าไปตอนไหน จะเรียกตามเลขที่นั่งเป็นช่วงตัวเลข ไม่ทันไม่เป็นไร ไม่ต้องตื่นเต้น แค่ต้องการไม่ให้วุ่นวายเบียดเสียดกัน พอเข้าไปก็นั่งตามที่นั่ง เครื่องที่นั่งไปเป็นแอร์บัสลำใหญ่มาก เป็นเบาะสามแต่นั่งไปคนเดียวที่นั่งว่างๆ จึงเหมาะกับการเหยียดขา เหยียดแขน สบายใจ
พอถึงเวลาเครื่องยังออกไม่ได้เพราะผู้โดยสารหายไปหนึ่งคน แต่กระเป๋ามาแล้ว และกัปตันไม่รอ ดังนั้นจึงต้องนำกระเป๋าของผู้โดยสารคนนั้นออกไปด้วย จึงทำให้เสียเวลาไปนิดหน่อย แต่ตรงเวลา (กัปตันแจ้งให้ทุกคนทราบทั่วกัน) แล้วก็นั่งๆ งีบๆ หลับๆ ตื่นๆ จะดูหนังฟังเพลงก็เลือกกันไป ดูปุ่มแล้วงงหัว ก็เชิญน้องแอร์มาช่วย พอถึงเวลาอาหาร แอร์ก็จะนำมาให้ เราก็เลือกว่าชอบแบบไหน เนื่องจากเป็นการบินไทย จึงพูดไทยกันสบาย
ใกล้ๆ จะลง แอร์จะแจกใบให้กรอกรายละเอียดผู้โดยสารขาเข้าประเทศญี่ปุ่น ไม่ต้องห่วงเพราะมีภาษาอังกฤษกำกับด้วย รวมทั้งการสำแดงว่านำอะไรเข้ามาหรือไม่ ก็ให้กรอกไป หาอ่านได้จากทั่วๆ ไป จำไว้บ้างก็ดีค่ะ
การไปเกียวโตต้องลงสนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า พอลงจากเครื่องก็ต้องไปนั่งรถออกมาเข้าตึก ไม่ยากเดินตามๆ กันไป พิธีการเข้าเมืองคล้ายๆ กับการออกจากประเทศไทยคือ จะตรวจพาสปอร์ต ปั้มลายนิ้วมือ ถ่ายรูป
ตรงนี้ดิฉันจะเป็นกรณีพิเศษเพราะไปอยู่นาน ญี่ปุ่นต้องออก Resident Card ให้ จึงต้องไปเข้าคิวแบบนานมาก เพราะมีหลายขั้นตอน บังเอิญคนที่เช็คอินก่อนหน้ามาเป็นหมู่คณะ และรายแรกกว่าจะผ่านด่านได้ใช้เวลานาน แต่พอคนแรกผ่านไปก็เร็วขึ้น ตรงนี้เจ้าหน้าที่จะถามรายละเอียดและให้เราตรวจสอบข้อมูลของเรา ถ้าถูกต้องก็บอกว่า เยส …ข้อมูลส่วนนี้จะพิมพ์จากในระบบ หากเราตรวจสอบตั้งแต่แรกจะไม่มีปัญหาอะไร
ใช้เวลาตรงส่วนนี้เกือบชั่วโมง ใจคอไม่ดีเพราะนัดรถตู้ให้มารับ หากช้าต้องไปเข้าคิวใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร พอออกมาได้กระเป๋าวนในสายพานแทบจะเป็นใบสุดท้าย ถึงด่านสุดท้าย ตม.ตรวจบัตร Resident Card ซึ่งระบุว่าดิฉัน Professor บทสนทนาคือ – Are you a professor? – Yes -what’s school? – Kyoto University. – Oh yes, Excellent. – Thank you. Bye.
แล้วก็ลากกระเป๋ามองหาประตู H แต่ขอโทษมองไม่เห็น จึงต้องไปเข้าคิวถามโต๊ะประชาสัมพันธ์ว่าต้องการไปขึ้นรถตู้ชื่อ MK ที่ประตู H ที่ไหน อยู่อีกด้านค่ะ แทบแย่ พอไปถึงก็แจ้งหมายเลขจองรถ (จองไว้ล่วงหน้าแล้ว ทางญี่ปุ่นจองให้ หากเราไปเองสามารถจองล่วงหน้าได้ที่เว็บ)
ลุงพขร. บอกให้นั่งรอพอถึงเวลาลุงก็มาเรียก พอนั่งลุงก็เช็คชื่อ เก็บตังส์ในรถพร้อมออกใบเสร็จ เราก็นั่งไปเรื่อยๆ สุดแต่ลุงจะพาไป จนกระทั่งมาถึงโรงแรม (ต้องอยู่โรงแรมของมหาวิทยาลัยก่อนค่ะ เพราะแฟลตยังไม่ว่าง) มีคุณโอโนะ หัวหน้าที่นั่น ซึ่งเคยพบกันแล้ว กับคุณชิน นักศึกษาปริญญาเอก ที่กำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มาช่วยดูแล
โรงแรมให้เช็คอินบ่ายสาม ทั้งสองคนเลยพาไปห้องสมุดเพื่อไปพักผ่อนชั่วคราว พอบ่ายสี่มีเจ้าหน้าที่อีกคนพากลับไปที่โรงแรม เข้าที่พักผ่อนเอวังสำหรับวันแรก
แล้วก็พบว่าสายแลนที่เตรียมเสียบไม่ได้กับแมคบุ๊ค โน๊ตไว้เพื่อไปซื้อใหม่ แล้วก็จดทุกอย่างที่สงสัยสำหรับถามในวันรุ่งขึ้น 😆
3 thoughts on “ระหว่างทางที่เกียวโต 1”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
น้องเอ๋ก็ต้องขออภัยคุณพี่เป็นอย่างแรง ลืมไปว่าคุณพี่เอา Mac Book ไป มันจะไม่ช่อง LAN ลืมไปได้ไงก็ไม่รู้ ทั้งที่เป็นคนเตรียมเครื่องให้คุณพี่แท้ๆ ดันนึกว่าเอาโน๊ตบุ๊คไป…อิอิ
พอไปถอยตัวเสียบ มีปัญหาเรื่องปลั้กอีก เพื่อนญี่ปุ่นให้มาบอกซื้อที่เมืองไทยสิบบาท ฮ่าฮ่า ที่ญี่ปุ่นหายากนะขอบอก พี่ซื้อตั้งแต่บุ๊คแฟร์แต่ให้ยอดตองไป ว่าจะไปซื้อใหม่ก็ลืม
เมืองไทยเราจะกลม จะแบบได้โหม้ด ไม่รักได้ไงเนาะ
เพิ่งมีเวลา แว่บอ่านบล็อค เก่งอยู่แล้ว ถ้าเป็นเป็นดความรู้ให้น้องๆ ต้องแก้ปัญหา