จากการที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรม “การจัดการความรู้ เรื่อง การอนุรักษ์พลังงาน” จัดโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยวิทยากรผู้บรรยายคือ คุณกิตติศักดิ์ เสมอสุข ตำแหน่ง นายช่าง ซึ่งเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน และผมอยากนำมาเล่าคือเรื่องของหลอดไฟ
มาทำความรู้จักกับหลอดไฟและการใช้งานกันก่อนครับ
ความสว่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัย ดังนั้น ตามสถานที่ต่างๆ และบ้านเรือนที่พักอาศัยทั่วไปจึงจำเป็นต้องติดตั้งหลอดไฟเอาไว้เพื่อคอยให้แสงสว่าง โดยในปัจจุบันมีหลอดไฟมากมายหลายชนิดให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นหลอดกลม หลอดตะเกียบ หลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น หลอดไฟแตะละประเภทมีการใช้งานและคุณสมบัติแตกต่างกันไป ซึ่งอาจทำให้หลายๆ คนเกิดความสับสนได้ ในวันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับหลอดไฟประเภทต่างๆ มาให้ทราบกัน
1. หลอดไส้
ระบบการทำงานของหลอดกลม คือกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเส้นเล็กๆ ที่อยู่ภายในหลอด เพื่อทำให้เกิดความร้อน ความร้อนนี่เองที่เป็นตัวจุดประกายไฟ และให้แสงสว่าง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดไฟประเภทนี้ใช้พลังงานค่อนข้างมาก และเสื่อมสภาพเร็ว โดยมีระยะการใช้งานแค่ประมาณ 8 เดือน ดังนั้น ในตอนนี้ผู้ผลิตจึงหันความสนใจไปที่การผลิตหลอดไฟแบบอื่นแทน
2. หลอดฟลูออเรสเซนต์
หลอดยาวที่นิยมนำมาใช้งานในที่พักอาศัยใช้งานร่วมกับบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์ให้แสงสว่างนวลตาเหมาะกับการทำงาน สามารถให้สีของแสงได้หลายแบบ เช่น
– สี warm white ให้แสงสีขาวอมเหลืองนวล ทำให้รู้สึกอบอุ่น
– สี cool white ให้แสงสีขาวอมฟ้า ให้ความรู้สึกเย็นตา
หากเป็นไปได้ให้เลือกหลอดผอมแบบ T8 หรือ T5 ที่มีขนาดของหลอดเล็กกว่า แต่ให้ความสว่างเท่ากัน จะช่วยประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้ามากขึ้นด้วยมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 8 เท่า และใช้พลังงานเพียง 20% เมื่อเทียบกับหลอดไส้
หลอดประหยัดไฟ แบบหลอดฟลูออเรสเซนต์
หลอด T5 คือ หลอดที่ประหยัดไฟมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด หลอดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กลง ใช้กำลังไฟเพียง 28 watt แต่ให้ความสว่างมากกว่าหลอดผอม T8 36 watt ในปัจจุบัน ในขณะที่กลังไฟน้อยลง แต่ให้แสงสว่างที่มากกว่าเดิม ดังนั้น หลอด T5 จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
สาเหตุที่เรียกหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็น T นั้น เพราะว่าลักษณะของหลอดที่เป็นทางคล้ายท่อ ส่วนตัวเลขข้างหลังนั้นจะหมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 หุน
ส่วนการติดตั้งหลอด T5 เพื่อใช้ทดแทนหลอด T8 เดิมที่มีอยู่เนื่องจากหลอด มีขนาดเล็กกว่าหลอด T8 ดังนั้นการที่จะทำการติดตั้งหลอดเข้าแทนที่หลอดเดิมนั้นจะต้องใช้ Adapter G13-G5 เพื่อเพิ่มความยาวและปรับขนาดของขั้วหลอดให้เข้ากับโคมชุดเดิมได้อย่างไม่ยาก และบัลลาสต์ต้องเปลี่ยนเป็นบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับหลอด T5
ข้อดีของหลอดผอม T5
- หลอดผอมใหม่ T5 ประหยัดไฟกว่าหลอด T8 กว่า 30% เนื่องจากหลอดผอมใหม่ T5 ประสิทธิภาพแสงสูงกว่าหลอด T8 ทำให้กินไฟน้อยกว่าที่ความสว่างเท่ากัน
- หลอดผอมใหม่ T5 ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า จึงใช้วัสดุ และสารปรอทน้อยกว่าหลอดผอม T8 และหลอดอ้วน T12
- หลอดผอมใหม่ T5 มีอัตราการคงแสงสว่างไว้ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟ (Lumen maintenance) ประมาณ 95% เมื่อใช้งานไป 2000 ชั่วโมง สูงกว่าหลอด T8 และ T12
ซึ่งหลังจากเราทราบถึงประเภทของหลอดไฟที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่การเลือกใช้งานนั้น ต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานเพื่อให้เข้ากับภาวะโลกร้อนที่กำลังลุมเล้าโลกของเราอยู่ทุกวันนี้และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ในปัจจุบันจึงได้มีการผลิตหลอดประหยัดไฟ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากใช้กระแสน้อยกว่า แต่ให้ความสว่างมากกว่าหลอดไส้ร้อนธรรมดา ซึ่งหลอดประหยัดไฟที่นิยมใช้ในปัจจุบันนี้ที่ง่านแก่การปฏิบัติและให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงที่สุดมาตรการหนึ่งก็คือการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า คือ เปลี่ยนจากหลอดไส้เป็นหลอดตะเกียบ
3. หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ)
หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ หรือที่รู้กันทั่วไปในชื่อของหลอดตะเกียบนั้นถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้แทนหลอดไส้แบบเก่าเพราะหลอดตะเกียบนอกจากจะมีขนาดกระทัดรัดแล้ว ยังเพิ่มระดับความสว่างและมีอายุการใช้งานที่มากขึ้น โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยถึง 7 ปี หรือประมาณ 8000 ชั่วโมง อีกทั้งยังประหยัดพลังงานได้ถึง 4 เท่าของหลอดแบบเก่า ขนาดของหลอดตะเกียบแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ด้วยกัน คือ 2U 3U 4U 5U 6U 3ชนิดหลังเหมาะกับโรงงานหรืออาคารเชิงพาณิชย์มากกว่า ส่วนที่เหลือเหมาะกับบ้านเรือนหรือที่พักอาศัยทั่วไป
เมื่อไม่นานมานี้เราได้รับข่าวสารที่น่ายินดียิ่งนักเมื่อเทคโนโลยีการส่องสว่างได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ด้วยการผลิตหลอดไฟ LED ที่สามารถใช้งานทดแทนหลอดตะเกียบแบบเดิมได้เลย โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโคมไฟแต่อย่างใด เพราะผู้ผลิตได้ผลิตขั้วหลอด LED นี้ให้ใช้ได้กับขั้วหลอดเดิมได้ คาดว่าหลอดไฟ LED นี้ จะได้รับความนิยม และถูกรณรงค์ให้ใช้งานมากขึ้นอย่างแน่นอน
4. หลอดไฟ LED
หลอดชนิดนี้จะจุดติดได้ทันทีโดยไม่กระพริบและประหยัดไฟได้ถึง 80% เมื่อเปรียบเทียบกับหลอดไส้มีอายุการใช้งาน 3 – 10 เท่าของหลอดไส้ หรือ 3000- 10000 ชม. ซึ่งอายุการใช้งานเท่ากับหลอดไส้ 8 หลอด แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต
ราคาของหลอดไฟ LED ค่อนข้างสูงกว่าหลอดไฟทั่วไปอยู่สักหน่อย แต่ถ้าหากนำมาเปรียบเทียบการใช้งานและคุณภาพแล้วถือว่าหลอดไฟแบบ LED คุ้มค่ากับราคาของมันอยู่ไม่น้อย เพราะหลอดไฟประเภทนี้สามารถเปิด-ปิดได้บ่อยครั้ง ไม่มีการเสื่อมสภาพตามจำนวนการกดสวิตซ์ นอกจากนี้ไม่มีการปล่อยรังสียูวี หรือก๊าซอันตราย อีกทั้งยังสบายตากว่าหลอดชนิดอื่นที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 70%
ข้อดีและคุณประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับหลอดไฟ LED เทียบกับหลอดตะเกียบประหยัดไฟที่เราใช้ในตอนนี้ คือ
– ใช้ไฟน้อยกว่า ให้แสงสว่างมากขึ้น
– สว่างทันที ไม่ต้องรอเวลา
– สามารถเปลี่ยนแทนหลอดตะเกียบเก่าได้เลย
– ควบคุมการกระจายแสงได้
– ลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวหลอด
– ไม่มีรังสี UV
– อายุการใช้งานยาวนานขึ้น
เชื่อได้อย่างแน่นอนว่าหลอดไฟ LED คือความนิยมของหลอดไฟฟ้าที่จะตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน อสจจะสามารถทดแทนการใช้งานหลอดไฟฟ้าของทั้งประเทศได้มากถึง 50% ที่เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED
จากปัจจุบันยังมีการผลิตออกมาจำหน่ายเพียงไม่กี่แบบ และสามารถเลือกวัตต์ได้ไม่หลากหลาย และราคายังแพงกว่าหลอดตะเกียบหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์อยู่ แต่รับรองว่าอีกไม่นานเมื่อผู้ผลิตหลอดไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งมีหลายแบรนด์เห็นว่าประชาชนเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้น จะเกิดการแข่งขันในเรื่องคุณภาพสินค้าที่ดีมากยิ่งขึ้นและราคาถูกลงเท่ากับหลอดตะเกียบในปัจจุบันภายในไม่กี่ปี
โห แค่หลอดไฟก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เลือกใช้เพื่อความเหมาะสมและประหยัด