ที่บ้านที่วัดไร่ขิง หลังจากน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 พลังน้ำได้พรากชีวิตต้นไม้ที่มีอายุมากกว่าพ่อกับแม่ของฉันไปหลายต้น จนเมื่ออาทิตย์ก่อนกลับไปบ้านแล้วเดินเข้าสวน เห็นต้นมะพร้าวเก่าแก่ที่แม่เคยบอกว่า เรียกว่ามะพร้าวนาลิเกร์ (หรือนาฬิเกร์ ไม่แน่ใจ เห็นมีผู้เขียนทั้ง 2 แบบ แต่สมัยก่อนฉันรู้จักแต่คำว่า นาฬิกา จึงคิดว่า ต้องเขียนเป็น นาฬิเกร์) และต้นชมพู่น้ำดอกไม้
มะพร้าวนาฬิเกร์สองต้นนี้ ยืนอยู่ตรงนี้มามากกว่า 80 ปี พื้นที่รอบ ๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ต้นสูงมากเหมือนมะพร้าวเก่าแก่ทั่วไป ผลมีเปลือกเป็นสีเหลือง เห็นในอินเตอร์เน็ตบอกว่าน้ำมีรสซ่า แต่ฉันเองไม่เคยชิม เพราะต้นสูงไม่เคยมีปัญญาเก็บลูกสดมากินเลย ในอินเตอร์เน็ตบอกว่าเป็นยารักษาโรคได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคดีซ่าน และที่สวนโมกข์ยังกล่าวถึงมะพร้าวนาฬิเกร์ในปริศนาธรรมของท่านพุทธทาสไว้ว่า “มะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง อยู่กลางทะเลขี้ผิ้ง ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญเอย” เป็นปริศนาธรรมเกี่ยวกับการถึงนิพพาน ต้นมะพร้าวนาฬิเกร์เป็นพระนิพพาน ทะเลขี้ผึ้ง คืองห้วงวัฏฏสงสาร ที่แปรเปลี่ยนสภาพไปมาเรื่อย ๆ แต่ยังไงก็ยังเป็นขี้ผึ้ง ดูจากภาพของสวนโมกข์แล้ว มะพร้าวนาฬิเกร์อยู่บนเกาะในสระนาฬิเกร์ ฉันก็เลยนึกขึ้นได้ว่า มะพร้าวนาฬิเกร์ที่บ้านที่ฉันเห็นก็อยู่กลางบ่อน้ำจืดของบ้าน ทำให้สงสัยว่าบรรพบุรุษของเราอาจจะเข้าใจปริศนาธรรมนี้เหมือนกันก็เป็นได้ (บ่อน้ำจืด คือ บ่อน้ำที่ชาวบ้านขุดขึ้นไว้ในสวน เนื่องจากในสมัยก่อนที่ฉันเป็นเด็ก ในหน้าแล้งแม่น้ำนครชัยศรีจะเค็ม แต่ละบ้านจึงต้องมีบ่อน้ำใหญ่ ๆ สำหรับเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้)


อีกต้นหนึ่งคือ ชมพู่น้ำดอกไม้ ต้นนี้เป็นต้นลูกที่ไปตอนกิ่งมาจากต้นเก่าแก่ของบ้านข้าง ๆ (ของเขาน้ำท่วมตายจากไปแล้ว) ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นใหญ่พอสมควร ผลมีความเด่นที่มีกลิ่นหอม เนื้อบาง รสชาดหวาน แต่บางคนบอกว่ามันหวานแห้ง ๆ แต่ฉันชอบ ตอนนี้กำลังออกลูก ฉันไปบ้านทีไรก็ไปเก็บกินทุกที ในวิกิพีเดียบอกว่าชมพู่น้ำดอกไม้มีสองสายพันธุ์ คือพันธุ์ของประเทศไทย และพันธุ์ของประเทศอินเดีย ของประเทศไทยผลสีเขียว ของอินเดียผลเป็นสีแดง ที่บ้านของฉันผลสีเขียว พอแก่จัดจะออกเหลืองนวล เมล็ดเมื่อแก่จัดจะมีสีน้ำตาลเข้ม นำไปแช่น้ำเพื่อปลูกจากเมล็ด เมล็ด 1 เมล็ด จะแตกออกได้อีกสัก 3 ต้น คล้าย ๆ กับเมล็ดชมพู่มะเหมี่ยว


เก็บมาให้่บ้างดิพี่พัช แต่ก่อนที่บ้านก็มี มันก็ตายไปตามสังขารของมัน รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย แต่ไม่ชอบกิน ชอบเอามาดมมากกว่า ชอบกลิ่นหอมเย็นๆ คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จักชมพู่น้ำดอกไม้ รู้จักแต่มะม่วงน้ำดอกไม้