สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจปี 2556 นี้มีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-13 ตุลาคม 2556 แน่นอนว่า สำหรับท่านที่กินเจอยู่ทุกปีนั้นก็คงไม่ลำบาก หรือรู้สึกทำตัวไม่ถูก และศีลขาดหรอกนะคะ แต่สำหรับมือใหม่หัดกินเจปีนี้เป็นปีแรกล่ะก็ วันนี้ดิฉันมีทริคเล็กๆน้อยๆมาฝากให้นำไปถือปฏิบัติในช่วงกินเจ 2556 ตลอด 9วันนี้ ไม่มีความทุกข์ร้อน หรือศีลขาด
ซึ่งเทศกาลกิเจนั้นมีข้อห้ามหลายอย่างที่ต้องยึดถือและปฏิบัติให้ได้ นอกจากกินงดกินเนื้อสัตว์แล้ว ได้แก่
- ห้ามกินผักฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง ที่อาจจะทำให้ร่างกายและพลังธาตุถูกทำลาย และยังทำให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นจากรสของอาการนั้นๆด้วย ได้แก่ กระเทียม หัวหอม (ต้นหอม, ใบหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ (บุหรี่,ยาเส้น,ของเสพติดมึนเมา) นั้นหมายถึงว่าต้องงสูบบุหรี่และกินเหล้าในช่วงที่ถือศีล กินเจนี้ด้วย
- ห้ามกินเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีส่วนผสม ส่วนประกอบจากนั้น หรือเป็นส่วนใด ส่วนหนึ่งจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นไขมันสัตว์ ไข่ เลือด
- ห้ามกินอาหารรสจัด เพราะอาหารรสจัดจะไปกระตุ้นต่อมต่างๆของร่างกายให้ทำงานมากขึ้น เป็นผลให้จิตใจไม่สงบในช่วงที่ถือศีล กินเจนี้ ที่หมายถึงทั้งหมดคือ อาหารรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจักก็ตามที่ ดังนั้น ที่กินได้ก็คืออาหารรสจืดนั่นเอง
- ห้ามกินอาหารที่คนปรุงไม่ได้ถือศีลกินเจ อันนี้แหละจึงทำให้คนที่ถือศีลกินเจต้องไปอยู่รวมกันในสถานที่ที่มีคนกินเจรวมกันอยู่ อาจจะเป็นโรงทาน ศาลเจ้าต่างๆที่จัดงาน เพราะคนที่ทำหน้าทำอาหารนั้น ถือศีลด้วย
- ถ้วยชามจะต้องไม่ปนกัน
- ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
- แต่งกายด้วยชุดขาว
- ห้ามพูดคำหยาบ โกหก ส่อเสียด หรือพูดจาเพ้อเจ้อ
- ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา ตลอดช่วงเวลา 9 วัน
- ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง ในสถานที่อย่างศาลเจ้า โรงเจ โรงทาน หรือสถานที่อื่นที่จัดงานถือศีลกินเจ จะมีการจุดตะเกียง 9ดวงเอาไว้ตลอดวันตลอดคืน จึงต้องมีคนเฝ้าไม่ให้ตะเกียงนั้นดับ
กินเจเพื่ออะไร ???
จุดประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ
1. กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพ
2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากทุก ๆ วัน อาหารที่เรากินประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้ที่มีจิตใจดีงามจึงไม่สามารถกินเนื้อของสัตว์เหล่านั้นได้
3. กินเพื่อเว้นกรรม เพราะการฆ่าเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะการซื้อผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย ผู้ที่เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมจึงหยุดกิน หันมารับประทานอาหารเจแทน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ให้อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

ความแตกต่างของ “เจ” กับ “มังสวิรัติ”
หลายคนอาจสงสัยว่า “กินเจ” ต่างกับ “กินมังสวิรัติ” อย่างไร เพราะอาหารมังสวิรัติก็เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน แต่มังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกชนิด แต่ อาหารเจ ต้องเว้นผักฉุน 5 ประเภท คือ ผักชี กระเทียม หัวหอม (รวมทั้งหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอม) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยพบในประเทศไทย) กุยช่าย และใบยาสูบ รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการถือศีลกินเจที่แท้จริง ขณะที่มังสวิรัติ หมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น



ประโยชน์ของการกินเจ
การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลรักษาประเพณี และละเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้
1. ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน เพราะสารอาหารจากพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ
2. เมื่อรับประทานเป็นประจำ โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลง ทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส ร่างกายแข็งแรงรู้สึกมีสุขภาพดี
3. อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์
4. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่าง ๆ ได้แก่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง มลภาวะ และก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ ซึ่งสารอาหารในพืชผัก จะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่าง ๆ ได้
5. สามารถต้านทานสารพิษได้สูงกว่าคนปกติ ในบรรดาผู้ที่ทานเจมักไม่ปรากฏโรครุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ
6. การกินเจทำให้เกิดความเมตตา เกิดความสงบสุขุม อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่โมโหง่าย ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลส่งเสริมให้บารมีธรรมสูงขึ้นเรื่อย ๆ
7. หยุดการสร้างบาป เวรกรรม ทำให้ไม่เกิดการอาฆาต พยาบาท จึงปราศจากศัตรูทั้งมนุษย์และสัตว์ที่คิดมุ่งทำร้ายตามจองเวร

จากข้อมูลที่นำเสนอไปข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่า เทศกาลกินเจ ไม่ใช่แค่การงดรับประทานเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการถือศีล และทำบุญ เพื่อให้ทั้งร่างกาย และจิตใจ บริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งประโยชน์ของการเข้าร่วมเทศกาลกินเจ นอกจากจะช่วยปรับสมดุลภายในร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใสแล้ว ยังส่งผลให้จิตใจสดชื่น เบิกบาน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น และมีความสุข
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การเข้าร่วมเทศกาลกินเจ นอกจากจะทำให้อิ่มบุญ อิ่มใจ กันถ้วนหน้าแล้ว ผู้ที่หมั่นทำบุญ ถือศีล อย่างเคร่งครัด ย่อมได้รับสิ่งเข้าดี ๆ เข้ามาในชีวิตอีกด้วย แต่สำหรับท่านใดที่ไม่สะดวกในกินเจ สามารถถือศีล 5 ศีล หรือ 8 เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสได้เช่นกัน เมื่อรู้ข้อดีของการกินเจแล้ว วันที่ 5-13 ตุลาคม 2556 นี้ หากมีโอกาสก็อย่าลืมมาร่วมกินเจด้วยกันนะคะ 😆


ทำได้ไม่ครบ ทำได้จริงเฉพาะข้อ 5 กับข้อ8 งดดื่มสุรากับทำบุญทำทาน(แต่ไม่นุ่งห่มขาวนะ)