เทคโนโลยีการจัดการสารสนเทศสู่โลกอนาคต

Ubiquitous Computing หมายถึง การบูรณาการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆในชีวิตประจำวัน  เพื่อให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกแห่งหน  ทั้งนี้จากพัฒนาการของอุปกรณ์การติดต่อสื่อสารต่างๆในยุคเทคโนโลยีข้อมูล ข่าวสารและการสื่อสาร Ubiquitous Computing ตามแนวคิดของ Weiser จะมีลักษณะเด่น  ประการ ได้แก่
1. การเชื่อมต่อกับเครือข่าย (Network)
คอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายจะไม่ถูกเรียกว่า Ubiquitous Computing
2. ผู้ใช้จะไม่รู้สึกว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่
คอมพิวเตอร์จะต้องถูกใช้งานโดยที่ผู้ใช้มองไม่เห็น (Invisible) เสมือนเป็นเรื่องปกติทั่วๆไปในชีวิตประจำวันของเรา
3. การให้บริการจะเปลี่ยนแปลงตามบริบท (Context)
คอมพิวเตอร์จะทำงานให้บริการแต่ละบุคคลแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ ไปตามสถานการณ์ โดยขึ้นอยู่กับที่อยู่ของผู้ใช้ คุณลักษณะเฉพาะตัวของผู้ใช้และอุปกรณ์การใช้งานต่างๆ
จากแนวความคิดของ Weiser ได้จุดประกายไปสู่การสร้างสงคมเครือข่ายการสื่อสารทุกแห่งหน โดยอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ ได้แก่

  1. เทคโนโลยีพื้นฐาน ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกทุกหนทุกแห่ง
  2. เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ที่มีความสามารถจัดเก็บข้อมูลและการแสดงผลที่ง่ายต่อการใช้งาน
  3. เทคโนโลยีการเข้าถึง ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆให้สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นระบบเครือข่าย
  4. เทคโนโลยีการประยุกต์ใช้งาน ที่ประกอบด้วยโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงคุณประโยชน์ต่างๆของเครือข่ายการสื่อสารทุกแห่งหนอย่างแท้จริง

แนวคิดเรื่อง Ubiquitous Society ได้รับการผลักดันเป็นกลยุทธ์แห่งชาติโดยบริษัทเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารชั้นนำ และคณะรัฐบาลในประเทศที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสาร ในหลายประเทศ มีรายละเอียด ดังนี้

  1. U-Japan ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มพัฒนาแนวคิดเรื่อง Ubiquitous Society โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้าน เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่สุดในโลกภายใต้แนวคิด เมื่อไรก็ตาม ที่ไหนก็ตาม อะไรก็ตามและใครก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวต้องสามารถเชื่อมต่อกันเพื่อสร้างสรรค์สังคมเครือข่ายการ สื่อสารทุกแห่งหน
  2. Korea ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มุ่งมั่นพัฒนาแนวคิดเรื่อง Ubiquitous Society ภายใต้แนวคิด U-IT839 ซึ่งหมายถึง 8 บริการหลัก
  3. U-Taiwan ประเทศใต้หวันเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มุ่งมั่นพัฒนาแนวคิดเรื่อง Ubiquitous Society ได้ลงทุนสร้างเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศความเร็วสูง เป้าหมายหลักของกลยุทธ์นี้เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรในประเทศที่มีความสะดวกสบายและปลอดภัย
  4. ประเทศสหรัฐอเมริกา จุดมุ่งหมายของกลยุทธ์เพื่อรักษาความมั่นคงภายในประเทศและป้องกันการก่อการร้ายมากกว่าที่จะใช้เพื่อภาคธุรกิจ
  5. Europe ในกลุ่มประเทศยุโรป กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นที่รู้จักในชื่อ I2o1o โดยการให้ความร่วมมือและสนับสนุนอุตสาหกรรม 4 ประเภท

พัฒนาการของสังคมเครือข่ายสื่อสารทุกแห่งหนได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจโดยเฉพาะ การใช้เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุเพื่อระบุคุณลักษณะบุคคล ในทางกลับกัน พัฒนาการสังคมเครือข่ายสื่อสารทุกแห่งหนได้สร้างความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ตัวอย่างบทความทางวิชาการ เกี่ยวกับการนำ Ubiquitous มาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา
เรื่อง Ubiquitous Learning อัจฉริยะแห่งการล่วงรู้บริบท
Ubiquitous Learning หมายถึงการเรียนการสอนในทุกหนทุกแห่ง และทุกๆเวลา หากต้องการนำ U- Learning มาใช้เพื่อก้าวไปสู่ Ubiquitous Network Society ก็ต้องมีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับ การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งมีองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตและพัฒนาอย่างจริงจัง
องค์ประกอบของ U- Learning
สำหรับประเทศไทยนั้นควรเริ่มต้นโดยการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการ U- Learning มาใช้ ซึ่งประกอบด้วยความพร้อมด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีการเข้าถึง และเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้งาน

  1. เทคโนโลยีพื้นฐาน เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ทุกหนทุกแห่งและทุกเวลา และไม่ว่าที่ใดสามารถตรวจสอบ ID ของแต่ละคนได้รวมทั้งมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
  2. เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ซึ่งมี Human interface ที่เหมาะสมซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกที่เหมือนของตนเองได้ โดยเทคโนโลยีกลุ่มนี้เน้นการพัฒนาด้าน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีแหล่งกำลังไฟฟ้า เทคโนโลยีการแสดงผล เทคโนโลยีการป้อนข้อมูล
  3. เทคโนโลยีการเข้าถึง เพื่อใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่บนเครือข่าย เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ เทคโนโลยีเครือข่าย เทคโนโลยีการเข้าถึงอุปกรณ์ เทคโนโลยีการเข้าถึงที่ใช้ในระบบการควบคุมอาคารต่างๆ
  4. เทคโนโลยีการประยุกต์ใช้งาน เป็นเทคโนโลยีช่วยให้สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้จริงๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงคุณประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ในสังคมยุค Ubiquitou ได้อย่างแท้จริง

แนวคิดและแนวโน้ม U- Learning
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีผู้สนใจทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ U- Learning เป็นจำนวนมากซึ่งมีแต่ละเรื่องบริบทแตกต่างกันไป โดยจะศึกษากับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ ในสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์สารสนเทศเป็นส่วนใหญ่ หากสามารถนำมาปรับใช้ในสาขาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งดีที่ไม่ควรมองข้าม
ในปี 2006 ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับความสามาเกี่ยวกับความสามารถในการล่วงรู้บริบทของ U- Learning ในการเรียนแบบร่วมมือโดยการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด เนื้อหาที่ใช้ในการเรียน มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว คือ มีสัญชาตญาณในการจำแนกผู้เรียนแต่ละคนรวมถึงกลุ่มผู้เรียนที่เกี่ยวข้องได้อย่างแม่นยำ สามารถจัดหาเนื้อหาที่เหมาะสมกับผู้เรียน
ปัจจัยสำคัญของ U- Learning คือ การล่วงรู้บริบท ซึ่งเป็นแบบการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและบริการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระบุเกี่ยวกับลักษณะของบริบทผู้เรียนและบริบทบริการ
เมื่อบริบทเกี่ยวกับผู้เรียนและบริบทเกี่ยวกับบริการครบถ้วนสมบูรณ์แล้วระบบก็พร้อมที่จะทำงานซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของ3 ระบบ ได้แก่ระบบการนำเข้าและการประยุกต์เนื้อหา ระบบการจัดการด้านลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล และระบบการอภิปรายกลุ่ม โดยจะต้องอาศัยอุปกรณ์และช่องทางในการส่งรับข้อมูลมารองรับการทำงาน
บทสรุป
สำหรับแวดวงการศึกษาในประเทศไทย U- Learning ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจทีเดียวบริบทการศึกษาในประเทศไทยย่อมแตกต่างจากประเทศอื่น หากประเทศไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีการเข้าถึง และเทคโนโลยีการประยุกต์ใช้งาน เพื่อที่จะรองรับการนำ U- Learning มาใช้ และหากนักศึกษาไทยสามารถเข้าใจระบบการทำงานและประโยชน์ของการใช้ U- Learning อย่างถูกต้อง รวมทั้งสามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพก็ถือเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการศึกษาอีกหนึ่งทางเลือก

Leave a Reply