มารู้จักหนังสือประเภท Film novelizations กับ Graphic Novels

:mrgreen: ทุกวันนี้วงการวรรณกรรมและภาพยนตร์แทบแยกจากกันไม่ได้ หนังสือบางชื่อที่ตีพิมพ์ เป็นเรื่องราวและเนื้อหาที่มาจากบทภาพยนตร์ที่โด่งดังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม ดังนั้นจึงมีการนำตีพิมพ์ออกเป็นหนังสือ
ตัวอย่างที่ยกมาเพราะเมื่อบรรณรักษ์วิเคราะห์หมวดหมู่นั้น จำเป็นต้องให้หัวเรื่อง ซึ่งหัวเรื่องที่มีอยู่ในฐานหัวเรื่องภาษาไทยจะเป็นในลักษณะของ การผลิตและการสร้างภาพยนตร์เสียส่วนใหญ่ หรือหัวเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบหรืออิทธิพลของภาพยตร์กับกลุ่มคนต่างๆ หรือประเภทของภาพยนตร์ เป็นต้น
การนำบทภาพยนตร์มาพิมพ์เป็นหนังสือนั้นจึงเป็นลักษณะเฉพาะ หากตรวจสอบไปที่ ฐานหัวเรื่องของ LC พบว่ามีหัวเรื่อง Film novelizations หรือ นวนิยายจากบทภาพยนตร์ อยู่ที่เลขหมู่ PN3448.F54 แต่หัวเรื่องภาษาไทยยังไม่มีการใช้ ดังนั้นหากต้องการใช้เป็นเรื่องก็เลยต้องใช้ Tag 653 ที่หัวเรื่องภาษาไทย แต่ใช้ Tag 650 ที่หัวเรื่องภาษาต่างประเทศ อย่าเพิ่งงงๆ หากพบหนังสือประเภทนี้ ที่ตอนนี้ทดลองใช้ไปก็มีหนังสือเพียง 1 เล่ม คือ คนโขน
หากต่อไปเจอหนังสือประเภทที่ชื่อเรื่องชื่อเดียวกับภาพยนตร์ก็คงต้องสังเกตกันหน่อย 😉
😮 และหนังสืออีกประเภทหนึ่งที่ตอนนี้เป็นที่นิยมกันในหมู่นักอ่านที่เป็นวัยรุ่น  😆 (ตามคำของป้าๆ ห้องสมุดใช้) ที่เวลาซื้อหนังสือประเภทนี้ต้องอาศัยดูว่า น้องๆหนูๆ ทั้งหลาย เค้ามุงที่ร้านหนังสือร้านไหน หรือหยิบหนังสือเล่มไหนมาดู ป้าๆ ก็จะไปหยิบตาม ประมาณหนูวาง ป้าหยิบต่อ จนบางครั้งโดนเหล่เ อะ! ยังงัยป้าคนนี้ 😎
หนังสือประเภทนั้นก็คือ Graphic Novel หรือ หนังสือนวนิยายภาพ หรือที่เราๆ ท่านๆ ที่มีอายุหน่อยก็รู้จักกันอย่างติดปาก ว่า Commic (การ์ตูนฝรั่ง) หรือ Manga (การ์ตูนญี่ปุ่น) ที่ทุกวันนี้การ์ตูนไม่ใช่เรื่อง ซุปเปอร์ฮีโร่อย่างในการ์ตูนฝรั่ง เช่นของ Marvel ไม่เป็นเพียงแค่การ์ตูนเนื้อเรื่องน่ารัก หรือการ์ตูนบู๊ดุเดือดของการ์ตูนญี่ปุ่น 😡
Graphic Novel เป็นศัพท์ของประเทศทางตะวันตก เพราะประเทศทางตะวันตกเวลาออกการ์ตูนมาตอนหนึ่งๆ จะเป็นเล่มบางๆ ทั้งเล่มมีเรื่องเดียวตอนเดียว ไม่ใช่ออกเป็นหลายเรื่องรวมกันเป็นเล่มหนาๆ เหมือนญี่ปุ่น จึงเรียกแยกเป็น Comics กับ Graphic Novel
และแน่นอนว่า Graphic Novel ที่เป็นที่นิยมก็จะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เช่น Graphic Novel ที่มีชื่อเสียงของ Marvel เรื่อง X-Men หรือ Thor หรือ Capitan America เป็นต้น
และภาพยนตร์อนิเมชั่นบางเรื่องที่เป็นที่นิยมก็จะถูกนำมาตีพิมพ์เป็น Graphic Novel เช่น เรื่อง Brave ของ Disney หรือ ภาพยนตร์และวรรณกรรมบางเล่มที่มีชื่อเสียงเช่น Twilight ของ Stephenie Meyer ก็ถูกนำมาตีพิมพ์เป็น Graphic Novel หรือ เจ้าชายน้อย ก็ถูกนำมาตีพิมพ์ ในรูปแบบ “Graphic Novel” เช่นกัน 😛
และถ้าจะพูดถึงความหมายอีกแง่หนึ่งในปัจจุบัน Graphic Novel คือ หนังสือการ์ตูนที่พัฒนาเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าที่จริงจัง เพื่อสะท้อนภาพของสังคม การเมือง และวัฒนธรรม จนกลายเป็นวรรณกรรม ในหมวดที่เรียกว่า “นิยายภาพ” หรือ Graphic Novel ที่ถ้าหากค้นหาไปในโลกไซเบอร์ก็พบว่า ร้านหนังสือในโลกไซเบอร์ได้แบ่งหมวดหมู่หนังสือประเภทนี้ได้เป็นหมวดหมู่หนึ่งเลยล่ะ
ในการวิเคราะห์หมวดหมู่ของบรรณารักษ์นั้น เลขของ Graphic Novel จะปรากฏอยู่ 2 หมวดหมู่คือ PZ7.7 (ที่เป็นเลขที่ LC กำหนดขึ้นมาใหม่) กับ PN6790 +
ส่วนหัวเรื่องก็จะให้เป็น Graphic novels สำหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ และ นวนิยายภาพ สำหรับหัวเรื่องภาษาไทย
สำหรับหนังสือภาษาไทยเท่าที่ผ่านสายตาจากการตรวจรายการบรรณานุกรม ก็มีนักเขียนบางท่านที่มีผลงานที่มีลักษณะเป็น Graphic Novel เช่น หนังสือของ คุณทรงศีล ทิวสมบุญ หรือหนังสือแปลของนักเขียนไต้หวัน ชื่อ เอินจั่ว ก็เข้าข่ายเช่นกัน (พราะผู้เขียนเขียนบอกไว้ในคำนำ 🙄 )
และจากการค้นข้อมูลทำให้พบบทความที่น่าสนใจ ซึ่งอ่านแล้ว ทำให้เข้าใจข้อแตกต่างระหว่าง การ์ตูนและนิยายภาพมากขึ้นค่ะ เป็นบทความของ
ชมนาด บุญอารีย์. นิยายภาพ : การ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อการอ่าน สืบค้นได้จาก www.tci-thaijo.org/index.php/HUSO/article/download/6147/5366

จึงขอนำข้อเขียนในบทความมาเล่าสู่กันฟังบางตอน เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น
“1. นิยายภาพเป็นการเล่าเรื่องขนาดยาวหลายหน้า มักอยู่ในรูปเล่มหนังสือ หนังสือในที่นี้ ส่วนใหญ่จัดพิมพ์โดยใช้กระดาษปอนด์ มิใช่กระดาษปรู๊ฟดังการ์ตูนทั่วไป ดังตัวอย่างรูปเล่มของ Maus และ Persepolis และ อุดมสุข
     ซึ่งจัดพิมพ์โดย สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก อย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบันถึง 4 เล่ม (จัดพิมพ์โดยเนื้อหาไม่จำเป็นต้องอ่านต่อเนื่องกัน และไม่มีกำหนดออกแน่นอน) ดังนั้น ความแตกต่างในแง่ของการเล่าเรื่องระหว่างนิยายภาพกับการ์ตูนอยู่ที่ว่า ถ้าเล่าเรื่องจบในตอนจะเป็นนิยายภาพ แต่ถ้าเป็นชุดต่อกันรายสัปดาห์หรือ รายเดือนจะจัดเป็น การ์ตูน (comic)
2. นิยายภาพไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องขำขัน แม้ว่าจะมีคำว่า นิยาย หรือนวนิยาย (novel) แต่นิยายภาพ อาจเป็นได้ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น หรือสารคดี โดยนิยายภาพจะมีความเป็นละคร (drama) มากกว่าการ์ตูน การ์ตูนเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพและมีเนื้อหาที่เน้นความสนุกสนาน นิยายภาพอาจมีมุข (gag) ที่สนุกหรือตลกสอดแทรกบ้าง แต่ต้องมีแก่นเรื่องหรือเนื้อหาสาระที่ต้องการนำเสนอที่ชัดเจน นิยายภาพบางเรื่องดัดแปลงจากวรรณกรรม
3. ตัวภาพในนิยายภาพวาดออกมาโดยคำนึงถึงความสมจริงมากกว่าการ์ตูน และใช้ภาษาภาพมากกว่าภาษาถ้อยคำ (คำพูดและคำอธิบาย)
4. นิยายภาพแต่ละหน้า อาจมีภาพหลายช่อง หลายขนาด จัดวางอย่างพลิกแพลงได้ แต่ไม่ทำให้การอ่านตามลำดับสับสน
5. การเดินเรื่องในนิยายภาพจะเน้นบรรยายสถานการณ์หรือความคิดของตัวละครด้วยตัวอักษรผ่านช่องสี่เหลี่ยม บน-ล่าง ของภาพนั้นๆ ซึ่งแตกต่างจากการ์ตูน การ์ตูนมักมีแต่บอลลูนแสดงคำพูด (word balloon) และบอลลูน แสดงความคิดของตัวละคร (thought balloon) บ้าง
6. ภาพในนิยายภาพ มักมีการแสดงท่าทาง (action) หรือมุมมองที่น่าสนใจ มากกว่าให้ตัวละครพูดโต้ตอบกันไปมา
7. นิยายภาพมีการลำดับเรื่อง และการตัดต่อเช่นเดียวกับภาพยนตร์ จึงมีการนำนิยายภาพไปทำเป็นภาพยนตร์ได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เช่นเรื่อง Persepolis และ Watchmen หรือนำภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงไปทำเป็น
นิยายภาพ เช่นเรื่อง ต้มยำกุ้ง สุริโยทัย และ Twilignt ทั้งสามภาค (New Moon, Eclipse, Breaking Dawn) “
จากที่ได้อ่านทำให้เข้าใจความแตกต่างมากขึ้นคะ  ต่อไปคงสามารถแยกออกระหว่าง Comic กับ Graphic Novels ได้แล้วล่ะ 😛

One thought on “มารู้จักหนังสือประเภท Film novelizations กับ Graphic Novels

  1. อ่านแล้วทำให้นึกถึงเรื่องการจัดกิจกรรมหลายๆ อย่างในห้องสมุดได้

Leave a Reply