เป็นแม่ยายแล้วจ้า

การเป็นแม่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเตรียมการและเตรียมตัว โดยเฉพาะการเป็นแม่ยาย ต้องเตรียมหลายๆ อย่าง เช่น การเตรียมสถานที่ อาหาร และปัจจัยที่ขาดไม่ได้ก็คือ เงิน เพราะจะต้องมีการจัดงานแต่งงานขึ้น มีการบอกญาติพี่น้องและเพื่อนๆ มาร่วมอวยพร และเป็นสักขีพยานในงานมงคลที่จัดขึ้น
ประเพณีการแต่งงานของแต่ละสถานที่ จะแตกต่างกันไป แต่ยังยึดหลักประเพณีดั้งเดิม ให้สอดคล้องกับสมัยใหม่ เริ่มต้นด้วย
พิธีแห่ขันหมาก ฝ่ายชายจัดกระบวนขันหมากโดยให้พานธูปเทียนแพนำหน้าเพื่อเป็นการคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง ถัดมาเป็นพานขันหมากต่อด้วยพานสินสอด ทองหมั้น ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ตามด้วยพานผ้าไหว้ และปิดท้ายด้วยเครื่องขันหมาก



ฝ่ายเจ้าสาวจัดคนถือพานหมากไปคอยต้อนรับที่ประตู (มักนิยมใช้เด็กหญิง) แต่ที่บ้านข้าพเจ้าใช้สองคนคือเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงถือพานหมาก เชิญเมื่อขบวนขันหมากมาถึงก่อนเข้าบ้าน โดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย และกล่าวต้อนรับโดยพูดว่า “ไปยังไงมายังไงถึงมากันมากมายจริงๆ” ผู้นำขบวนขันหมากจะพูดตอบว่า “วันนี้มาดีนะ ไม่ได้มาร้าย นำแก้วแหวนเงินทองและนำคนดีมีสิริมงคลมาให้เพื่อเป็นทองแผ่นเดียวกัน ขอผ่านหน่อยนะ” พร้อมกับหยิบหมากบนพานไปเคี้ยว และมอบซองเงินเป็นของกำนัลให้เด็กทั้งสองคนที่ถือพาน
พิธีกั้นประตู ฝ่ายชายเตรียมซองใส่เงินเพื่อใช้ผ่านประตู ฝ่ายหญิงเตรียมสร้อยเงิน ทอง นากไว้สำหรับกั้นประตู ที่บ้านข้าพเจ้าร้อยดอกรักมากั้น เริ่มพิธีการโดย เด็กๆ พาเถ้าแก่มายังห้องทำพิธีหมั้น แต่ก่อนถึงห้องทำพิธีจะต้องผ่านประตูเงินประตูทองเสียก่อน ซึ่งบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ฝ่ายหญิงจะออกมากั้นประตู โดยถือสร้อยเงิน สร้อยทอง ซึ่งประเพณีดั้งเดิมมีเพียง 3 ประตู คือ ประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง ที่บ้านข้าพเจ้ากั้นประตูเยอะมาก มีทั้งญาติพี่น้องและเพื่อนๆร่วมกันกั้นประตูซึ่งได้ทั้งความสนุกและซองเงินจากฝ่ายเจ้าบ่าว

พิธีเชิญขันหมาก เมื่อคุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่ฝ่ายชายเข้ามาในบ้านเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวหนึ่งคู่ ซึ่งเป็นคู่ที่แต่งงานอยู่กินกันมานานเป็นผู้รับพานขันหมาก พานทองหมั้น พานธูปเทียนแพ ไปยังห้องทำพิธี เชิญบ่าว สาวก้มกราบแบมือสามครั้ง จากนั้นเถ้าแก่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงทำพิธีนับสินสอดทองหมั้น

พิธีการนับสินสอดทองหมั้น ฝ่ายหญิงเตรียมผ้าสีชมพูหรือผ้าสีทองขนาดใหญ่พอประมาณสำหรับห่อสินสอด และพานใส่ถั่วงา ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรยสำหรับโรยอวยพรให้หนุ่มสาว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าววางสินสอดทองหมั้นบนผ้าที่เตรียมไว้ ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนับพอเป็นพิธี จากนั้นคุณพ่อคุณแม่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายช่วยกันโรยข้าวตอกดอกไม้ลงบนสินสอดเพื่อเป็นการให้พรแก่ทั้งคู่ให้จงเจริญ งอกงาม เหมือนถั่วเหมือนงาและเจริญรุ่งเรืองเหมือนดอกดาวเรืองและมีความรักยืนยาวเหมือนดอกบานไม่รู้โรย จากนั้นแลกแหวนกัน โดยฝ่ายเจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาวก่อน เจ้าสาวพนมมือรับไหว้ และสวมแหวนให้เจ้าบ่าว (แหวนของเจ้าสาวเป็นแหวนเพชร ส่วนของเจ้าบ่าวเป็นแหวนทอง) “เพชรเล็กนิดเดียว” เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห่อสินสอดและให้คุณแม่เจ้าสาวแบกขึ้นบ่าทำท่าหนักๆและให้พูดเอาเคล็ดว่า ห่อนี้หนักจริงๆคงมีเงินมีทองงอกเงยออกมาเต็มบ้านเต็มเมือง

พิธีไหว้ผู้ใหญ่ ฝ่ายหญิงเตรียมหมอนสำหรับรองกราบสองใบ บ่าว สาวยกพานธูปเทียนแพหมอบกราบคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายโดยกราบแบมือสามครั้ง คุณพ่อคุณแม่อวยพรให้บ่าวสาวและให้ของรับไหว้และญาติพี่น้องเพื่อนๆและแขกที่มาในงานร่วมรับไหว้ (ของรับไหว้เป็นร่มลายดอกสวยหรูน่ารัก) แสดงถึงความร่มเย็นเป็นสุข

พิธีสวดพระพุทธมนต์ นิมนต์พระ 10รูป เพื่อสวดเจริญพระพุทธมนต์ เครื่องถวายจตุปัจจัยไทยทาน ถึงเวลาสมควร เจ้าบ่าวเจ้าสาว จับมือกันจุดเทียนทางด้านซ้ายไปด้านขวาของผู้จุด เสร็จแล้วนั่งพับเพียบพนมมือรับศีลฟังพระเจริญพระพุทธมนต์จนกว่าจะถึงเวลาตักบาตร (พระสวดบทพาหุง) จับทัพพีด้วยกันหยิบของใส่บาตรด้วยกัน ของที่ใส่บาตรจะเป็นของมงคล เช่น ไข่ต้ม ขนมทองหยิบ ทองหยอด ขนมชั้น ขนมถ้วยฟู ต่อจากนั้นประเคนภัตตาหาร เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เสร็จ และกรวดน้ำ เริ่มรินน้ำเมื่อพระเริ่ม “ยถา” โดยตั้งใจอุทิศส่วนกุศล รีบรินน้ำให้หมดเมื่อพระรูปแรกว่าจบลง

พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และปราสาทพร เริ่มด้วยผู้ทำพิธีเจิมหน้าผากให้ คุณป้ากับคุณลุงเจ้าบ่าวสวมมงคลแฝด (มงคลแฝดหลวงพ่อวัดบันไดทองทำมาให้) คุณแม่เจ้าบ่าวและคุณแม่เจ้าสาวสวมพวงมาลัยให้บ่าวสาว ตามด้วยการรดน้ำสังข์ต้องเริ่มจากขวาไปซ้าย เพราะฉะนั้นต้องเริ่มรดน้ำสังข์เจ้าบ่าวก่อนและให้พรบ่าวสาว ตามด้วยญาติผู้ใหญ่พี่ๆเพื่อนๆ เมื่อรดน้ำสังข์เสร็จ ถอดมงคลออกจากศรีษะ ให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเป็นผู้ปลดโดยยกมงคลขึ้นพร้อมกันวางบนพาน (ด้ายมงคลถือเป็นของสูง เป็นสิริมงคล ให้เก็บไว้ถาวรในที่สูง เช่นบนหิ้งพระ)

พิธีจัดเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเป็นพิธีต่อไปในช่วงเย็น โดยบ่าวสาวจะยืนต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางเข้ามาร่วมงานอยู่ที่ซุ้มอันโดดเด่นที่หน้างาน  ร่วมถ่ายรูปกับผู้มาร่วมงานทุกท่าน มอบของชำร่วย และเชิญท่านประธานกล่าวอวยพรแก่คู่บ่าวสาว และเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว บ่าวสาวกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

และในขั้นตอนสุดท้ายก็คือ พิธีปูที่นอน ผู้ทำพิธี จะเชิญผู้ใหญ่คู่ที่มีความสุขในการครองเรือนเป็นผู้ปูที่นอน เตรียมแก้วใส่น้ำ 1 แก้ว หมายถึงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและสามัคคีกลมเกลียวกัน ขันน้ำมนต์ ข้าวตอกดอกไม้ (ดอกรัก ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ และเหรียญ 9 เหรียญ) ได้เวลาฤกษ์ ผู้ใหญ่ชาย-หญิงทำพิธีปูที่นอน ประพรมน้ำมนต์ให้ศีลให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคล และโรยข้าวตอกดอกไม้ลงบนที่นอน แม่และญาติผู้ใหญ่กล่าวคำอวยพรให้กับบ่าวสาว ให้รักกันมั่นคงตลอดไป เป็นอันเสร็จพิธีมงคลสมรส
สุดท้ายนี้ พี่หนามหวังว่าเนื้อหาที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับบรรดาแม่ๆ ในการใช้้เป็นแนวทางปฏิบัติหากจะจัดงานมงคลสมรสให้กับลูกๆ

One thought on “เป็นแม่ยายแล้วจ้า

  1. จากเรื่องราวของประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวที่นำมาผูกเรียงร้อยจนเป็นความรู้ให้กับชาวโลก ซู๊ดยอดของ KM น้องของคารวะสักไห …
    เสียดายที่ไม่ได้ไปแสดงความยินดีกับหลาน เพราะอยู่ระหว่างออนทัวร์ พี่หนามกับพี่… อีกคน เวลามีงานทีไรหนูต้องมีภารกิจไกลๆ ทู๊กที
    ยินดีด้วยจ้า อีกไม่นานก้อจะได้เป็นคุณยายแล้ว

Leave a Reply