เห็นปกและชื่อเรื่องแล้ว click จึงหยิบมาดู เป็นหนังสือเรื่อง How to click with people : the secret of better relationships in business and in life เขียนโดย Dr. Rick Kirschner (HM1111 K57) จึงพยายาม สรุปมาเล่าต่อให้เพื่อนๆ อ่าน (ชัวร์หรือมั่วนิ่ม!! ก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็พยายาม go to ASEAN)

เคยสงสัยหรือไม่ว่ากับคนบางคนเราสามารถ click กันง่ายและรวดเร็ว กับคนบางคนเราเพียงแต่ได้พูดคุยกันไม่นานก็สามารถเข้าใจกันได้ทั้งสองฝ่าย Dr. Rick กล่าวว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของปรากฎการณ์ธรรมชาติ แต่เป็นทักษะในการสื่อสารที่สามารถเรียนรู้กันได้ ในหนังสือเล่มนี้ Dr.Rick ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Interpersonal Communication มีประสบการณ์มาถึง 30 ปี ได้อธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้ ที่บอกถึงวิธีการสื่อสารขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเรียนรู้ได้ วิธีการพูดภาษาเดียวกับผู้ที่เราพูดด้วย ทั้งทางด้านอารมณ์และความรู้ วิธีการที่จะทำให้ความคิดของเราสามารถ Click กับผู้อื่นได้ และวิธีการเอาชนะอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการสร้างสายสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ เราจำเป็นต้องใช้เทคนิคการสื่อสารขั้นพื้นฐาน 4 ประการ คือ Action, Accuracy, Approval, และAppreciate
Action คือการแสดงออกให้เห็นถึงการแสดงความคิดเห็นด้วยการพูด การแสดงออกที่เป็นการสนับสนุนคู่สนทนา
Accuracy คือการสื่อสารกับคู่สนทนาแบบมีจุดมุ่งหมาย อาจโดยการชี้นำให้คู่สนทนาคล้อยตาม ทำให้คู่สนทนาเห็นว่าคุณกำลังใส่ใจรายละเอียดต่างๆ
Approval คือการพิจารณาตนเอง และแสดงให้ผู้อื่นทราบถึงความคิดและความรู้สึกด้วยความมีมิตรภาพ พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราและคู่สนทนา โดยไม่มุ่งเน้นไปที่คู่สนทนาโดยตรง
Appreciate เป็นการพูดชื่นชมความสำเร็จของคู่สนทนาด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้น สอบถามข้อมูล ขอคำแนะนำ หรือขอความช่วยเหลือในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของคู่สนทนา
Dr.Rick ยังแบ่งแรงบันดาลใจ (Motivation) ทีเป็นตัวขับให้บุคคลแสดงพฤติกรรมต่างๆ และมีการตัดสินใจ Dr.Rick จึงแบ่งบุคคลไปตามลักษณะของแรงบันดาลใจเป็น 6 ประเภท คือ
1. Values เป็นพลังในตนเองที่รู้สึกว่าตนเป็นคนสำคัญ มีค่า บุคคลที่มีแรงบันดาลใจจากสิ่งนี้ มักจะเชื่อว่าตนเองเป็นคนทำถูกเสมอ Dr.Rick บอกว่า จริยธรรมไม่ใช่การเลือกระหว่างถูกหรือผิด บางครั้งก็ต้องเลือกระหว่างถูกกับถูก หรือผิดกับผิด
2. Reward บุคคลบางคนมีแรงบันดาลใจจากประโยชน์ที่ตนจะได้รับ หรือเสียไป การชนะหรือแพ้มีแรงมากพอที่จะผลักดันคนกลุ่มนี้ รวมถึงการชิงรางวัล และการได้รับโบนัส
3. Challenge (Success/Failure) ความท้าทายเป็นแรงบันดาลใจของคนกลุ่มนี้ที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ก็จะไม่ยอมแพ้
4. Esteem แรงผลักดันที่เกิดจากการได้รับการยกย่องนับถือ ทำให้บุคคลมีชื่อเสียง เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า คนกลุ่มนี้กระหายความชื่นชมยินดี Dr.Rick ยกตัวอย่างบุคคลที่ต้องการให้ผู้อื่นรู้จักชื่อเสียงของตนว่า ทีสนามบินที่เมืองชิคาโก เที่ยวบินหนึ่งได้ถูกยกเลิกและแถวของการจองตั๋วใหม่ก็ยาวมาก จนมีชายผู้หนึ่งแซงคิวขึ้นมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ แล้วถามพนักงานว่า Don’t you know who I am? พนักงานไม่ตอบแต่หยิบไมโครโฟนแล้วประกาศว่า “There is a gentleman at the counter who doesn’t know who he is? If you do, would you please come and claim him?” ในกรณีนี้พนักงานไม่ได้ click กับชายผู้นี้ แต่กำลัง click กับคนอื่นๆ ซึ่งเข้าแถวรออยู่
5. Feelings ความรู้สึกพึงพอใจและความเจ็บปวดเป็นความรู้สึก 2 อย่างที่มีผลต่อชีวิต ความพึงพอใจมักผลักดันให้ทำในสิ่งที่ถูก และความเจ็บปวดมักผลักดันให้ทำในสิ่งที่ผิด จากความรู้สึกที่ไร้คุณค่า และว่างเปล่า
6. Purpose การมีเป้าหมายเป็นแรงผลักดันที่เข้มแข็งที่สุด เพราะมันทำให้บุคคลประสบความสำเร็จ ถ้าไม่มีเป้าหมาย การกระทำก็ว่างเปล่า ความว่างเปล่าทำให้เกิดความสิ้นหวังได้ คนที่มีเป้าหมายจะรู้สึกตัวเองเสมอว่าตนเป็นใคร ทำอะไร และทำไมต้องเดินหน้าต่อไป เป้าหมายมักอยู่เหนือผลประโยชน์ที่เป็นวัตถุ อยู่เหนือการได้รับรางวัล แต่เป้าหมายเป็นสิ่งที่ให้ความหมายของชีวิตที่แท้จริง ดังนั้น Purpose จึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่าง เริ่มต้นอ่านแล้วก็จุกอยู่เหมือนกัน แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ เพียรสรุป หากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ จากการที่ Dr.Rick ได้แนะนำเทคนิคต่างๆ ทั้งทางด้านการคิดและการแสดงออก รู้สึกว่าเป็นเชิงจิตวิทยาอยู่เหมือนกัน แต่ส่วนตัวคิดว่า การที่เราจะ click กับใครนั้น พื้นฐานแรกเลยน่าจะเป็นพื้นนิสัยที่คล้ายคลึงกัน ก็จะ click กันได้ง่ายและสบายๆ มีความสุข แต่บางครั้งการพยายาม click กับคนที่มีพื้นนิสัยต่างกัน ก็เป็นความลำบากและทุกข์ใจ ถ้าไม่ใช่เพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งคงไม่มีใครอยากจะฝืนใจ-คิดว่าส่วนใหญ่คงคิดเหมือนกัน การใช้หลักของ Dr.Rick คงจะเป็นเพื่อความสำเร็จในเชิงธุรกิจ มากกว่าการคิดในเชิงปรัชญาชีวิต ดังที่ หนังสือใช้ subtitle ว่า “The Secret of better relationships in business and in life”
3 thoughts on “ชวนอ่านหนังสือ : How to click with people…”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
หนูชอบตัวอย่างขัอ 4 มากที่สุดจะจำไปใช้บ้างแต่จะรอดมั๊ยเป็นอีกเรื่อง
ข้อ 1 น่าคิด เรื่องระหว่างความถูกกับความถูก คงประมาณรักพี่เสียดายน้อง หากจะตัดสินคงต้องเห็นแก่ผ้าเหลือง ข้อ 2-3 และ5 คิดว่าตัวเองได้แรงบันดาลใจบางอย่างในทางลบ และ ข้อ 6 ตั้งความหวังว่าเราต้อง Go to ASEAN จึงขอเดินหน้าต่อไป
สุดท้ายขอแชร์ว่าความเห็นส่วนตัวหนูต่างจากพี่ไปบ้าง คือหากเราคุยกับคนเยอะๆจะทำให้เราเข้าใจคนมากขึ้น ก็จะมีส่วนทำให้ click กับคนที่ต่างกับเรามากๆ แบบไม่อยาก kick เหตุผลคือหากเราอยู่กับคนที่เหมือนกับเรามากๆ จะทำให้ตอกย้ำความเชื่อของเรา ทำให้เราหยุด เพราะอยู่ดีมีสุขแล้ว ความต่างจะนิดหน่อย หรือแบบสุดโต่งแม้จะฝืนใจไปบ้างก็ยอมจำทนเพื่อประสบการณ์
ฟังความเห็นของปองแล้วคิดตามก็เห็นจริงอยู่ว่า หากเราเปิดใจให้กว้างรับฟังและเรียนรู้จากผู้คนรอบข้างไม่ว่าจะเหมือนหรือแตกต่างจากเราก็จะทำให้เราเป็นผู้ที่สามารถอยู่ในบริเวณ Big gray area ได้ ตามที่ Dr.Rick กล่าวว่า โลกนี้ไม่ได้มีแต่สีดำและสีขาว เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินว่าถูกหรือผิด มักจะต้องตกอยู่ในพื้นที่สีเทาที่กว้างใหญ่นี้ (page 74) บุคคลที่วางตนได้เช่นนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีทั้ง EQ และ IQ สูง
น่าตามไปอ่านมั้ง แต่กว่าจะอ่านจบคงแย่ ขอบคุณพี่พัชที่มาแบ่งปัน ทำให้เราได้สนทนาภาษาหนังสือ หนูมีความสุขใจจังที่ได้อ่านและได้คุยแบบนี้ ขอบคุณพี่มากค่ะ