

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2555 ได้พาลูกสาวลูกชายไปส่งกลับหอพักโดยรถไฟเช่นเคย ลูกชายลงสถานีศาลายาและต่อเมล์เครื่องเข้าไปเอง เมื่อส่งลูกสาวเสร็จเรียบร้อยได้เวลาออกเที่ยวต่อ พวกเราสองคนนั่งเรือข้ามฟากไปลงท่าพระจันทร์แล้วไปสนามหลวง จุดมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ปีเก่าคือจะไปไหว้พระทันตธาตุจากภูฏาน ที่ท้องสนามหลวง
พระทันตธาตุ ที่ราชอาณาจักรภูฏานได้อนุญาตให้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ท้องสนามหลวงให้ประชาชนชาวไทยได้กราบไหว้สักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งจะมีเวลาให้ชาวกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้กราบไหว้จนถึงวันที่ 7 ม.ค. 2555 นี้เท่านั้น หลังจากนี้ก็จะอัญเชิญไปที่ จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา แล้วอัญเชิญกลับประเทศภูฏานเพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ภายในประเทศ ซึ่งจะทำทุกปีในวันที่ 2 ของเดือน 10 ตามปีจันทรคติ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555
พระทันตธาตุองค์นี้ เป็นพระบรมสารีริกธาตุ ในส่วน “ฟัน” ของพระมหากัสสปะพุทธเจ้า เป็นองค์เดียวในโลก อายุราว 3,000 ปี และถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในพระราชวังของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์นัมเกล วังชุก ซึ่งไม่เคยนำออกจากราชอาณาจักรภูฏานมาก่อน ประเทศไทยจึงเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการอัญเชิญมาประดิษฐานชั่วคราว



รู้แบบนี้อย่าให้พลาดโอกาสอันดีนะพวกเรา
สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขสวัสดีมีชัยทุกท่าน