สัญชาติญาณของแม่

dscf2860        
เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ธ.ค. 54  ที่ตาเดินไปอาคารเก่า เนื่องจากระบบการยืม-คืนวัสดุโสตทัศน์ฯ และหนังสือ เข้าระบบไม่ได้เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องบางประการ ทั้ง ๆ ที่ไฟฟ้าก็ไม่ได้ดับทั้ง 2 อาคาร ขากลับระหว่างทาง เดินมาถึงบริเวณข้างไปรษณีย์ เวลาประมาณ 10.47 น.  มีลูกกระรอก 2 ตัว ตกลงมายังพื้นปูนทางเดิน  กระแต (ลูกสาวน้องดวง) เดินมาพบก่อนหน้าพี่ตา เรียกป้าตาให้มาดูใกล้ ๆ ว่าลูกกระรอกตกลงมาจากต้นไม้ ยังหายใจอยู่ จะทำอย่างไรดี พี่ตาก็ไม่กล้าจับ เพราะตัวมันเล็ก และนิ่มมาก จึงเรียกดวงธิดาซึ่งอยู่ปฏิบัติงานบริเวณรับฝากของ ให้ออกมาช่วยจับลูกกระรอกเคลื่อนย้ายจากพื้นมาไว้ในถาดรองกระถางต้นไม้ก่อน ระหว่างนั้นแม่กระรอกก็วิ่ง กระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ ต้นโน้น ต้นนี้ อย่างกระวานกระวายใจ ว่าลูกของมันหายไปไหน พี่ตาก็คิดว่าจะทำอย่างไรนะให้แม่กระรอกมองเห็นลูกและได้ยินเสียงร้องของลูกได้ชัดเจน พี่ตาจึงให้ดวงธิดายกถาดรองกระถางต้นไม้ที่มีลูกกระรอกนอนอยู่ ไปวางใต้ต้นไม้ที่มีรังของกระรอกอยู่บนต้นไม้ ลูกกระรอกส่งเสียงร้อง(จิ๊กจั๊ก จิ๊กจั๋ก) อย่างเบา ๆ และนอนขดตัวเบียดกันสองตัวเนื่องจากอากาศเย็น  ทันใดนั้นก็มีสุนัขตัวหนึ่งสีดำขนเกลี้ยง ท่าทางปราดเปรียวเดินวนเวียนมาใกล้ ๆ เจ้าลูกกระรอก คงจะได้กลิ่นและเสียงของเจ้ากระรอกน้อย  หมายจะเข้ามาขย้ำให้ได้ พี่ตาและน้องกระแตก็ช่วยกันไล่สุนัขตัวนั้นไปให้ไกล และน้องกระแตก็นั่งเฝ้าคอยระวังสุนัขให้ ส่วนพี่ตาก็คว้ากล้องถ่ายรูปออกมาเพื่อจะจับภาพแม่กระรอกไว้ ว่าเมื่อไหร่จะลงมาคาบลูกไป แม่กระรอกยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้น เมื่อเห็นมีคนมายืนอยู่ใต้ต้นไม้ พี่ตาก็ถอยห่างออกมาอีกนิดหนึ่ง รอเวลาแม่กระรอกลงมาคาบลูกตัวแรก ก็กดชัตเตอร์ไว้ได้ 1 ครั้ง จะกดขณะที่แม่กระรอกคาบลูกขึ้นไปอีก 1 ครั้ง ก็ไม่ทันเสียแล้ว แม่กระรอกคาบลูกได้ก็รีบนำลูกไปไว้ในรังอย่างรวดเร็ว  ยังเหลือลูกกระรอกอีก 1 ตัว พี่ตาคิดว่าแม่กระรอกจะต้องลงมาคาบลูกอีกตัวอย่างแน่นอน  จึงรอสักพักหนึ่ง แม่กระรอกก็ลงมาจด ๆ จ้อง ๆ อยู่หลายรอบ เมื่อได้จังหวะแม่กระรอกก็ลงมาคาบลูกน้อยอีกตัว พี่ตาจ้องไว้แล้ว จึงได้ภาพที่ชัดมาก แม่กำลังคาบลูกพ่อดี แล้วแม่กระรอกก็นำลูกไปไว้ในรัง เมื่อจบภาระกิจแล้ว พีตาจึงบอกหลานกระแตว่าเรียบร้อยแล้ว ลูกกระรอกปลอดภัย และอยู่ในรังกับแม่อย่างอบอุ่นแล้ว หลังจากนั้นทุกคนก็โล่งอกที่ลูกกระรอกปลอดภัย เพื่อน ๆ เห็นหรือยังว่าแม้แต่กระรอกซึ่งเป็นสัตว์ ยังรักลูกและห่วงลูกของมันอย่างมาก ดูจากกิริยาที่มันวิ่งไปมา กระโดดไปมาจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง และแววตาของแม่กระรอกก็ส่งแววตาส่องประกายให้เรารู้ว่ามันกระวนกระวายใจเป็นอย่างมากที่ลูกมันหายไป (ไม่รู้นะพี่ตาจ้องมองแม่กระรอกอย่างเห็นได้ชัด)
ทำให้พี่ตานึกถึงลูกสาวของตัวเอง มีอยู่วันหนึ่ง พาลูกสาวไปเดินตลาดนัดวันพุธจะไปซื้อข้าว อยู่ดี ๆ ก็เป็นลมล้มพับเฉย ๆ พี่ตาตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย ทิ้งรถมอเตอร์ไซด์เลย และเรียกนักศึกษาชายทียืนอยู่แถวนั้นให้ช่วยอุ้มลูกสาวมาที่หอสมุดฯ ก่อน แล้วพี่ตาก็วิ่งตามมา ลูกสาวก็ยังไม่ฟื้น พี่ตาเรียกลูกสาวว่า จูน ๆ ๆ ๆ อย่าเป็นอะไรนะลูก และเขย่าลูกสาวตลอดเวลา เพื่อให้รู้สึกตัว และได้น้องพนิดาช่วยขับรถพาลูกสาวไปส่งโรงพยาบาล ความรู้สึกของแม่ในวันนั้นเหมือนจะขาดใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ลูกสาวเป็นอย่างนี้  ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่  หิวข้าวจนเป็นลม  หรือว่าสาเหตุอื่น ๆ  หลังจากนั้นพี่ตาก็พาลูกสาวไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล  ไปพบหมอตา  หมอหู  ตรวจอย่างละเอียด   ปรากกฏว่า หูเป็นปกติ  แต่ตามีปัญหาเรื่องม่านตาไม่แข็งแรง  ซึ่งหมอบอกว่าสายตาไม่มีปัญหาอย่างอื่น  นอกจากให้ไปฝึกหัดใช้สายตาเพื่อให้ม่านตาแข็งแรง โดยคุณหมอแนะนำวิธีการฝึกหัดสายตาให้ม่านตาแข็งแรง คือ ให้ใช้นิ้วชี้ยื่นไปข้างหน้าแล้วใช้สายตาทั้งสองข้างมองไปที่นิ้วชี้ ให้มองให้ตรง ๆ ถ้าเห็นภาพนิ้วชี้เป็นหลายนิ้วแสดงว่าม่านตาไม่ปกติ ให้ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมองเห็นนิ้วชี้เป็นนิ้วเดียว  หลังจากนั้นพี่ตาก็คอยสังเกตและคอยซักถามลูกอยู่ตลอดเวลา ว่ายังเป็นลม หรือมองภาพไม่เห็นอีกหรือไม่  นี่แหละความเป็นแม่ห่วงใยลูกทุกเรื่อง แล้วกระรอกหละ ลูกมันหายไปทั้ง 2 ตัว และยังช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้  มันจะรู้สึกอย่างไร พี่ตาได้ช่วยแม่และลูกได้พบกันและอยู่ด้วยกันแล้ว พี่ตาก็มีความสุขใจที่ได้ช่วยชีวิตสัตว์ตัวเล็ก ๆ
dscf28492 dscf28502 dscf28512 dscf28522    
dscf28531 dscf2854 dscf2855 dscf2856        
dscf2858 dscf2859 dscf2860

One thought on “สัญชาติญาณของแม่

  1. นี่แหละที่เขาเรียกว่าหัวอกคนเป็นแม่ไม่เว้นว่าเป็นสัตว์หรือมนุษย์ก็รักลูกที่สุดเหมือนกัน

Leave a Reply