วันสิ้นปีกับวันสิ้นปีงบประมาณต่างกันอย่างไร

วันสิ้นปี คือ วันสุดท้ายของปี ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม ตามปฏิทินเกรกอเรียน ทางราชการกำหนดให้วันหยุดราชการคือวันนี้จะมีการจัดงานนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่วันปีใหม่ในเวลาเที่ยงคืน
แต่วันสิ้นปีงบประมาณ ตามหลักราชการ ปีงบประมาณ มีความหมายว่า ให้นับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 ก.ย.ของปีถัดไป และใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ก็คือกำหนดเวลารอบปีที่รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินในการบริหารงาน เดิมตรงกับปีปฏิทิน ต่อมารัฐบาลคณะปฏิวัติให้เริ่มปีงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ถึงวันที่ 30 ก.ย.2504 เป็นต้นมา
ข้าราชการซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว จะต้องพ้นจากราชการ เพราะคนเกษียรณอายุเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์ ดังนั้นวันที่พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุ คือวันที่ 1 ต.ค. วันสุดท้ายที่อยู่ในราชการคือวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณ
เพราะเหตุใดทำไมไม่พ้นจากราชการในวันที่ 30 ก.ย. เพราะวันดังกล่าวคือวันสิ้นปีงบประมาณ กรณีนี้ คือว่า หากพ้นจากราชการเพราะครบเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย. วันสุดท้ายของการเป็นข้าราชการคือวันที่ 29 ก.ย. จึงถือได้ว่าพ้นจากราชการก่อนวันสิ้นปีงบประมาณ
ดังนั้นคนที่เกิดหลังสิ้นปีงบประมาณ คือหลังวันที่ 30 ก.ย. ของแต่ละปี จึงมีโอกาสรับราชการต่อไปได้อีก 1 ปี มีแถมว่างั้นเถอะ นั่นเป็นความเข้าใจที่มีมาแต่ก่อน แต่ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยคือ คนที่เกิดในวันที่ 1 ต.ค. ของแต่ละปี จะต้องเกษียณอายุในปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ คือปีเดียวกันนั้นเองไม่ได้แถมอีกต่อไป ต้องเกิดวันที่ 2 ต.ค. เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. จึงจะมีเวลาแถม
และวันนี้เป็นวันที่ 30 ก.ย. 54 เป็นวันสุดท้ายของข้าราชการที่ทำงานในปีงบประมาณ 54 บางคนก็มีความสุข บางคนก็ไม่มีความสุข ซึ่งอาจจะมีงานคั่งค้างในปีงบเก่า บ้างก็อาจจะทำเสร็จสิ้นไม่มีค้าง เพื่อต้อนรับปีงบประมาณใหม่ งบปี 2555 ข้าราชการบางท่านก็ได้เลื่อนขั้น เลื่อนยศ ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ และอื่น ๆ
สำหรับพี่ตา แผนรายงานประจำปี 2555 ก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เหลืองานที่จะต้องดำเนินการต่อไปในปีงบประมาณหน้า ก็คงจะต้องเริ่มทำงานตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 ก.ย. 54 เป็นต้นไป ซึ่งพรุ่งนี้ 1 ต.ค. 54 ก็เริ่มปีงบประมาณใหม่แล้ว แต่ตรงวันเสาร์ ซึ่งทุกคนก็ไม่อยู่ในที่ทำงาน ก็คงจะต้องเริ่มงานในงบใหม่ในวันจันทร์ที่ 3 ต.ค. 54 กัน
สำหรับหอสมุดของเราก็คงต้องจะเตรียมการโยกย้ายโต๊ะ เก้าอี้ ของใช้ต่าง ๆ ของบุคลากร ที่ต้องโยกย้ายปรับเปลี่ยนงานตามโครงสร้างของการปรับปรุงบุคลากร ในงานต่าง ๆ สงสัยจะต้องวางแผนให้ดีว่าจะยกโต๊ะใครไปก่อน และต้องยกใครมาแทนที่ แต่อย่างไรก็ต้องรอให้หัวหน้าฝ่าย/งานต่าง ๆ จัดเก็บของให้เรียบร้อยเสียก่อน
สำหรับการทำงานในปีงบประมาณใหม่ 2555 ทุกคนก็คงจะเริ่มต้นทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อพัฒนางานของเราให้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันแรกที่เราจะเริ่มต้นการทำงานของปีงบประมาณใหม่นี้ พี่ตาฝากเคล็ดลับให้นะ (ใส่เสื้อได้ทุกสี ยกเว้นสีแดงอย่าใส่) เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวของเรา (ใครจะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้นะ ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่) แล้วตลอดทั้งปีงบประมาณนี้ไปจนถึงปีงบประมาณหน้า ทุกท่านจะทำงานอย่างมีความสุข มีโชคลาภ เงินทอง มีทรัพย์ มีอำนาจ มีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนช่วยเหลือ (ถ้าท่านทำงานอย่างขยันขันแข็ง)
และพี่ตาขอแสดงความยินดีกับป้าณูเราด้วยนะ ที่ได้รับรางวัลลูกจ้างประจำดีเด่นในปีนี้ นี่แหละคือรางวัลชีวิตที่ป้าณูได้ทำงานให้หอสมุดฯ มาเกือบจะมีอายุครบเกษียณแล้ว

One thought on “วันสิ้นปีกับวันสิ้นปีงบประมาณต่างกันอย่างไร

  1. ดีใจกับพี่ณูด้วยจริงๆ ที่ได้รับรางวัลนี้…
    ยังมีอีกคำนึงที่เราต้องรู้จักคือปีการศึกษา เทอมหนึ่ง เทอมสอง ว่าเริ่มเมื่อไร เพราะเป็นวันที่ใช้ในการประกันคุณภาพ ดังนั้นเวลาเราเก็บสถิติจะต้องดูตรงนี้ด้วยค่ะ เพราะมักจะงงๆ และสับสนเพราะจะต้องไปหาย้อนหลังกันอีก

Leave a Reply