พี่ตาอยู่ ม.ศิลปากรมา 30 กว่าปีแล้ว ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ภาพของความรักของตัวเงินตัวทอง (หรือบางคนก็เรียกว่าตัวตะกวด หรือตัว.เ หี้ ย.) เพราะคำว่า เหี้ย นั้นมักใช้เป็นคำด่าทอ และเป็นคำหยาบคายที่ไม่สุภาพ สำหรับสามัญชนทั่วไป ในภาษาไทยบางครั้งจึงเลี่ยงไปใช้คำว่า “ตัวเงินตัวทอง” หรือตัวกินไก่ หรือน้องจระเข้
ตัวเหี้ยเป็นสัตว์เลื้อยคลานด้วยรูปร่างที่แปลกประหลาด ดูน่าเกลียดน่ากลัวในสายตาของคนทั่วไป แต่มันก็มีความรักให้กัน มีความรักใคร่กัน มีความเป็นพี่เป็นน้อง มีความเป็นเพื่อน หรือมีความรักต่อกันระหว่างเพศ แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า เจ้าสองตัวที่เห็นนี่ มันกำลังทำอะไรกันอยู่ มันไม่ได้สู้กัน แต่มันกำลังกอดกัน (ทราบมาว่าเพื่อแสดงความรักต่อกัน ก่อนที่มันจะผสมพันธ์กัน) ซึ่งมันจะออกลูกเป็นไข่และใช้เวลาฟัก ประมาณราวในปลายฤดูร้อนต่อเนื่องจากฤดูฝน
มันจะจับคู่กันโดยไม่เลือกวาคู่จะต้องเป็นตัวเดิม บางครั้งอาจมีการต่อสู้รุ่นแรงระหว่างตัวผู้เพื่อแย่งตัวเมีย พี่ตาก็เพิ่งจะรู้ ไม่เคยรู้มาก่อน ทุกครั้งที่พี่ตาเห็นแถวแฟลต เห็นมัน 2 ตัว กำลังฟู่เข้าหากัน นึกว่ามันจะกัดกัน เพื่อน ๆ เห็นไหม ขนาดสัตว์ที่ทุก ๆ คนชอบเรียกมันว่าตัว……บ้าง หรือบางคนก็เรียกว่าตัวเงินตัวทอง เพราะถ้าพบเห็นโบราณเขาว่าจะให้โชคลาภ บางคนไม่เชื่อ ก็จะเรียกว่าตัว…… แล้วก็รีบเดินหนีไป แต่พี่ตาว่า น่าจะให้โชคมากกว่านะ เพราะถ้าพี่ตาเห็นมันเดินตัดหน้าทีไร เราจะได้โชค เหมือนเราเห็นงูเลื้อยผ่าน เราก็คิดว่าเราจะได้โชค หรือตามคำทำนายก็ว่า จะได้เนื้อคู่บ้าง แต่ถ้าเราไม่ระวังก็จะได้รับอันตรายเช่นกัน
ถึงแม้ว่าตัวเงินตัวทองจะไม่ทำร้ายใคร แต่คนโบราณก็ยังถือว่าเป้นตัวอัปมงคลอยู่ดี จึงให้เรียกชื่อใหม่ว่า ตัวเงินตัวทองเพื่อเป็นการแก้เคล็ด หากตัวเงินตัวทองเข้าบ้านใคร อย่าไปไล่ แล้วให้พูดแต่สิ่งดี ๆ ให้ถือว่าได้นำเอาเงินเอาทองมาให้เรา เป็นการนำสิ่งดี ๆ เข้ามาในบ้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วรนัส หรือ วรนุส หรือวรนุช (สกุล Varanus อ่านเป็นภาษาลาตินว่า วารานุส ซึ่งคล้ายกับคำว่า วรนุข) จนเกิดเป็นกระแสข่าวอยู่ช่วงหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 2552 ซึ่งหลังจากที่มีกระแสข่าวนี้ออกมา
คำว่าวรนุชนั้นก็ถูกนำไปใช้ในการสื่อความหมายไปในทางเสื่อมเสียบนอินเทอร์เน็ต และส่งผลกระทบแก่บุคคลที่ชื่อวรนุชโดยปริยาย
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่ทุกคนเห็นแล้วก็ไม่ชอบ เกลียดมัน แต่ปัจจุบันเหี้ยถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่มีการส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยกันเพื่อนำเนื้อไปใช้ในการบริโภค (ไม่ค่อยได้ข่าว) แต่โดยเฉพาะเนื้อบริเวณส่วนโคนหางที่เรียกว่า “บ้องตัน” และหนังไปทำเครื่องหนัง เช่น กระเป๋า เข็มขัด เช่นเดียวกับจระเข้ นั้นเคยได้ยิน

5 thoughts on “ความรักของเจ้าตัวเงินตัวทอง”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
รูปชุดนี้ดังมากเลยนะพี่ตา ไม่คิดว่าพี่ตาจะมีด้วย มีคนถ่ายได้ไปหลายคน โดยเฉพาะรูปแรกซ้ายมือ มีคนไปตั้งชื่อรูปว่า Hi! how are you.
พี่ตาไม่ไปถ่ายกับเขาหรอก แต่น้องสมศรี โชค ไปได้มา และเรียกพี่ตามาดู ถามพี่ตาว่า พี่ตาตั้งแต่อยู่ มศก.มา30 กว่าปีแล้วพี่เคยเห็นรูปแบบนี้ไหม พี่ตาเห็นแล้วบอกว่า ไม่เคยเห็นแบบนี้ที่มันกอดกัน แต่เห็นมันจะกัดกัน เพราะแย่งอาหารกัน พี่ตาก็เลยได้รูปจากน้องสมศรีมาฝากเพื่อน ๆ จ้ะ
หนูเห็นรูปนี้จาก ดร.นิรุทธ์ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคนถ่ายรูปชุดนี้ค่ะ โดยเฉพาะรูปแรกอย่างที่บอก มีเพื่อนๆ ส่งต่อๆ กันไปยัน ตปท. เพราะด้วยเหตุของความน่ารักของเจ้าสองตัวนี้
ดูรูปแล้ว พวกเธอ พวกเขา พวกเรา พวกฉัน ต้องรักกันไว้ เดี๋ยวอายตัว— นะ.
พี่ตานำรูปที่ได้มาจากคนอื่น อีกที ไม่ได้ไปถ่ายเองหรอก เพื่อเป้นตัวอย่างใด้ดูกันให้เป็นข้อคิด (ภาพมันจะสื่อความหมาย ทุกคนอาจจะคิดไม่เหมือนกันก็ได้) แต่ที่
สังเกตุเมื่อทุกคนดูภาพนี้แล้ว ก็มักจะพูดกันว่า ดูซิแม้ตัวเงินตัวทองมันยังรักกันเลย มันกอดกัน แล้วคนเราหละทำไมถึงไม่ค่อยรักกัน) แต่ถึงกระนั้นทำให้พี่ตานึกถึงคำสอนของพระที่ว่า คนเราทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิ ดังที่ทราบอยู่แก่ใจ ควรมีเมตตา สงสารในสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเช่นเดียวกับเรา ดังนั้น เมื่อเราเห็นสัตว์อะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่ามันจะทำอะไรกันก็แล้วแต่ มันจะมีอันตรายหรือไม่มีอันตราย เราควรจะแผ่เมตตาให้แก่สัตว์ทั้งหลาย ดังคำแผ่เมตตา สั้น ๆ ดังนี้ สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตาย ด้วยกันทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่างได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย.