ห้องแห่งความสุข

ความทุกข์จะบรรเทาเมื่อเข้า“ส้วม” หรือ “ห้องสุขา”นั่นเอง ผู้ที่บัญญัติคำว่า “ห้องสุขา” ต้องนับว่าท่านอัจฉริยะทางความคิดในการเลือกใช้คำที่เหมาะเจาะกับภารกิจส่วนตั๊ว ส่วนตัวของผู้คนบนโลกใบนี้อย่างยิ่ง เป็นสถานที่สำหรับปลดเปลื้องความทุกข์และอำนวยความสุขแก่คนทุกเพศทุกวัย ทุกบ้านทุกสถานที่ที่เป็นที่สาธารณะต่างๆจะขาดห้องสำคัญห้องนี้มิได้เลย เพราะเป็นห้องรองรับความทุกข์มิว่าจะทุกข์หนักหรือทุกข์เบา เขารับได้หมด
ทีนี้เรามาย้อนรอยเรื่องส้วมที่ว่านี่กันดีกว่า ในสมัยโบราณนั้นคนไทยเรายังมีไม่มากเท่าปัจจุบันนี้ ยังดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติ พึ่งพาอาศัยธรรมชาติในทุกเรื่องแม้แต่เรื่องขับถ่ายที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้เพราะคนเราต้องกินทุกวันเพื่อการดำรงชีวิต
บ้านในยุคก่อนนั้นไม่มีห้องส้วมในบ้านอย่างปัจจุบันยังใช้วิธีการ “ไปทุ่ง ไปท่า” กันตามอัธยาศัย ไม่เป็นที่เป็นทาง ต่อมาเริ่มพัฒนาเป็นส้วมหลุมแล้วใช้ไม้พาดปากหลุมเพื่อนั่งถ่าย ใช้ใบไม้หรือกิ่งไม้เศษไม้เช็ดก้น ที่เรียกขานกันในสมัยนั้นว่า “ไม้แก้งก้น” และเรียกส้วมแบบนี้ว่า “เว็จ” โดยจะสร้างให้ห่างจากบ้านที่อาศัยพอสมควรเพื่อมิให้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์มารบกวนได้
ตามวัดก็สร้างส้วมสำหรับให้พระท่านไว้ใช้เช่นกันเรียกว่า “เว็จกุฎี” หรือเรียกอีกอย่างว่า “ถาน”
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มเปิดรับวัฒนธรรมของตะวันตกเข้ามาจึงเริ่มมีการพัฒนาในเรื่องสุขอนามัยในเรื่องนี้ โดยการจัดตั้ง กรมสุขาภิบาล ขึ้นมาดูแล มีการสร้าง “เว็จสาธารณะ” แบบถังเทในย่านชุมชนที่มีผู้อาศัยอยู่หนาแน่น ส่วนตามวังต่างๆของเจ้านายชั้นสูงจะใช้โถสุขภัณฑ์แบบนั่งราบ มีแท้งก์น้ำสูงและมีสายชักให้น้ำไหลกระแทกลงมาทำความสะอาดเป็นชักโครกแบบโบราณและมีคอห่านไว้ดักกลิ่นได้อย่างดี จนมาถึงยุคหนึ่งที่ทางรัฐบาลรณรงค์ให้ตามบ้านเรือนตามต่างจังหวัดสร้างส้วมซึมไว้ใช้เพื่อสุขอนามัยที่ดีและปลอดภัยจากโรคระบาดที่เกิดจากสิ่งปฏิกูล
ในยุคต่อๆมาบ้านเมืองเริ่มเจริญมากขึ้นและพลเมืองก็มีมากขึ้นมีการพัฒนาในด้านต่างๆมากมายแม้แต่เครื่องสุขภัณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของห้องส้วมก็พัฒนารูปแบบให้น่าใช้ตามความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาการออกแบบให้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์อีกด้วยเช่นส้วมเคลื่อนที่ ส้วมแบบพกพา ส้วมลอยน้ำซึ่งใช้ได้กับสถานการณ์น้ำท่วม ส้วมกระดาษที่น้ำหนักเบาสามารถพับเก็บได้ หรือคอมฟอร์ต 100 ที่เอาไว้ใช้ยามการจราจรติดขัด
ฉะนั้น “ส้วม” อย่าคิดว่าไม่สำคัญ อันว่า“สุขา”นั้นจะอยู่หนใดก็ต้องหาให้เจอ การรักษาความสะอาดนั้นก็สำคัญควบคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเห็นว่าในสถานที่ต่างๆในปัจจุบันให้ความสำคัญกับห้องสุขาค่อนข้างมากทั้งบรรยากาศและความสะอาดจนถึงกับมีการประกวดส้วมสะอาดกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีรางวัลให้เป็นกำลังใจ ประกาศทางสื่อให้ทราบโดยทั่วถึงกันแทบทุกปี โดยเฉพาะส้วมสาธาณะตามสถานที่ต่างๆไม่เว้นแม้แต่ในวัด ทราบกันหรือไม่ว่าปีนี้ ห้องสุขาสาธารณะในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐมของเรานี้ ก็ได้รับรางวัลในเรื่องการรักษาความสะอาดด้วยนะ เมื่อเร็วๆนี้เอง เห็นมั้ยห้องเล็กๆห้องนี้ มีความสุขที่พร้อมจะมอบให้แก่ทุกคน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ห้องสุขา”

5 thoughts on “ห้องแห่งความสุข

  1. ห้องน้ำองค์พระฯ บ้านเราสะอาดจริงๆพี่ หนูไปเข้าบ่อยๆ โดยเฉพาะตรงข้างๆด้านในฝั่งพระร่วง ส่วนที่อยู่ริมกำแพงนั้นสะอาดแต่ยังไม่เท่าตรงนี้ค่ะ

  2. ครอบครัวของเราเป็นลูกค้าประจำห้องน้ำองค์พระฯ นะ ขอยืนยันอีกคนว่าสะอาดจริง ๆ ไม่ว่าจะเดินทางใกล้ไกลก็ต้องแวะเข้าห้องน้ำองค์พระก่อน เดี๋ยวมีปัญหากลางทาง โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ลูก ๆ เรียนพิเศษหลายที่ ตอนจะไปเรียนที่ใหม่ต้องขอแวะเข้าห้องน้ำองค์พระก่อน ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนที่สอนพิเศษก็มีห้องน้ำให้เข้า แต่ก็ไม่อยากเข้า ชอบเข้าห้องน้ำขององค์พระ ไม่รู้ติดใจอะไรเนอะ

  3. ส้วมสะอาด ใครๆ ก็อยากเข้าไปใช้ องค์พระต้องทำเป็นตัวอย่างเพราะเป็นช่วงวาระที่จะนำเสนอตนเองต่อยูเนสโก ของเราเองก็มีระบบการจัดการดูแลที่ดีนะ

  4. ตอนนี้ ถ้าใครจะเข้าห้องสุขา ไม่ต้องไปถึงวัดท่าการ้องแล้ว ห้องสุขาขององค์พระ ฯ นครปฐม ของเราก็สะอาดเยี่ยมเยี่ยม แถมสุขภัณฑ์ก็ทันสมัย ชนิดเข้าครั้งแรกเปิดน้ำไม่เป็นกันเลยทีเดียว ครับพี่น้อง

  5. เดี๋ยวพี่ตาต้องไปเข้าห้องน้ำที่องค์พระฯ บ้างแล้ว จะได้นำมาพัฒนาห้องน้ำของหอสมุดบ้าง (จริง ๆ นะ ช่วงหลัง ๆ นี้ไม่เคยไปเข้าเลย) ปีงบประมาณหน้านี้ จะต้องเอาจริง ๆ เอาจังกับการทำความสะอาดห้องน้ำของเราบ้างแล้ว เพราะอย่างไง ๆ ก็ยังมองว่าไม่สะอาด ไม่รู้เป็นอย่างไร ทุกซอกทุกมุมก็ยังไม่สะอาด (ส่วนวัสดุที่เป็นของเก่านั้นไม่เกี่ยวนะ) ถึงวัสดุจะเก่า แต่ความสะอาดมองด้วยสายตาได้ พี่ตาต้องไปคิดวางแผนก่อนว่าจะทำอะไรบ้างกับห้องน้ำของหอสมุดของเรา เรื่อง กลิ่น ก็กำจัดไปได้บ้างแล้ว แต่ความสะอาด ความแวว วาว ยังไม่เป็นน่าพึงพอใจมากนัก

Leave a Reply