รับราชการมา 17 ปี ไม่เค้ย..ไม่เคย ใช้บริการผู้ป่วยในจากโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งแบบจ่ายตรง หรือต้นสังกัด…
ครั้งแรก…ก็เป็นเรื่องซะแล้ว เรื่องมีอยู่ว่าต้องพาแม่ไปผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาล วันแรกหมอให้ไปแอดมิดล่วงหน้า 1 วัน พอพาแม่ไปทำขั้นตอนต่างๆ เสร็จ รวมถึงแจ้งสิทธิการเบิกจ่ายด้วยว่า จ่ายตรง
จากนั้นก็ไปจองห้องพิเศษให้แม่ (ประมาณลูกกตัญญู อยากให้แม่พักสายตานอนสบายๆ) ตรงที่บริการจองห้อง ก็บอกว่ามีห้องราคา 1,500 และ 1,800 บาท น้องชายที่แสนดีก็จองห้องราคา 1,800 บาทไป แล้วเจ้าหน้าที่ก็ถามว่า ใช้สิทธิเบิกจ่ายแบบไหน ก็บอกไปว่าจ่ายตรง
ทีนี้ก็ให้มีอาการอลหม่านกันไปหมด พยาบาลที่ทำเรื่องค่าใช้จ่ายก็ถามกลับมาด้วยว่า แน่ใจนะ เพราะไม่เห็นมีข้อมูลในฐานข้อมูลกรมบัญชีกลาง ทางที่จองห้องก็แจ้งมาเหมือนกัน (ลืมบอกไปว่า วันนั้นไม่ได้ไปด้วยตัวเอง น้องชายดำเนินการแทนหมด และเป็นวันหยุดด้วย) เราก็ยืนยันไปเหมือนเดิม เค้าก็ขอเอกสารบัตรไป (อย่านึกว่าเรียบร้อยนะ)
วันรุ่งขึ้น คุณพยาบาลก็แจ้งว่า ข้อมูลของคุณไม่มีในฐานกรมบัญชีกลางแน่นอนค่ะ น่าจะเกิดจากต้นสังกัดของคุณที่ทำข้อมูลไม่สมบูรณ์ แต่ถึงคุณแก้ไขเสร็จก็ยังไม่สามารถใช้อะไรไ้ด้ จนกว่าจะ 15 วัน ให้คุณทำใบสังกัดมาก่อน…อ่ะนะ
เกิดอะไรขึ้น … ข้อมูลในฐานนี้ จำได้ว่าเมื่อปี 2550 ช่วงนั้นแก้ไขกันทุกวันทุกวี่ ขอเอกสารโน่นนี้ แล้วก็จำได้ด้วยว่าสำนักงานเลขานุการ ขอข้อมูลใบทะเบียนสมรสของพ่อแม่ และหมายเลขสำเนาทะเบียนบ้าน จากนั้นก็บอกกลับมาว่าทำข้อมูลให้เรียบร้อย เราก็ลัลลาพาคนชรา 2 คน ไปโรงพยาบาลตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อไปทำเอกสารการจ่ายตรงให้เรียบร้อยซะ ผ่านไปครึ่งวันทุกอย่างก็เรียบร้อย ทางโรงพยาบาลก็บอกว่าเรียบร้อย แถมยังสำทับอีกว่า ดีครับข้อมูลสมบูรณ์ เลยไม่ช้า….สบายไป
แต่มาวันนี้ ให้สำนักงานเลขานุการกลับไปเช็คอีกทีว่าที่โรงพยาบาลบอกว่าไม่มีข้อมูลแปลว่าอะไร พบว่า ขาดข้อมูลใบทะเบียนสมรสของพ่อแม่ และหมายเลขสำเนาทะเบียนบ้าน มันน่าแปลกใจมั้ย…เนี่ย เราก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น และก็ไม่อยากได้คำตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน แสดงว่าไม่เคยมีการตรวจสอบข้อมูลของบุคลากรใดใดเลย พอเกิดปัญหาครั้งนึง ก็แก้เป็นครั้งๆ ไป…
ท้ายที่สุด ก็ทำใบต้นสังกัดไปแทน…ตรงนี้ต้องขอบคุณนู๋วรรณมั่กๆ ที่ช่วยเร่งดำเนินการให้
ตอนเย็นหลังจากได้ใบต้นสังกัดไปแล้ว ก็ไปติดตามเรื่องห้องพิเศษ มีเรื่องตลกที่ขำไม่ค่อยออกซะอีก คือ ไม่มีห้อง น้องสาวบอกว่าต้องไปใช้เส้นมั้ยฟะ ก็เลยบอกว่าอย่าเพิ่งเลย รอก่อน เผื่อได้ห้อง…
แต่กลับได้รับฟังเรื่องที่ไม่คาดคิด…แม่บอกว่ามีเจ้าหน้าที่มาถามที่ห้องผ่าตัดหลายรอบ เกื่ยวกับหน้าที่การงานของลูก ประมาณว่าจะมีตังก์จ่ายหรือเปล่า ทำให้เรากับน้องสาวปรี๊ดดดดดแตก แล่นไปถามเจ้าหน้าที่เรื่องห้องทันที แล้วแสดงตนว่าเป็นใครเล็กน้อย คำตอบที่ได้ก็คือ
จนท. : พี่จองห้อง 1,800 ไว้ใช่มั้ยครับ มันไม่มี
เรา : แล้วน้องมีห้องอื่นมั้ย
จนท. : มีห้อง 1,500 ครับพี่
เรา : แล้วทำไมน้องไม่บอก
จนท. : ก็พี่จองห้อง 1,800 ไว้นี่ครับ ก็มันเต็ม
(เอากะเค้าสิ…ทั้งๆ ที่เค้าคงกลัวเราไม่มีตังก์จ่ายมากกว่า ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะ..เดี๋ยวจะบอกว่า ทำไมเราถึงคิดยังงั้น)
เรา : พี่เอาห้อง 1,500 นี่แหละ
จนท. : พี่เลือกห้องเอาเลยครับ จะเอาห้องไหน
(เป็นไงล่ะ ว่างเกือบ 10 ห้องได้ นี่ถ้ายังไม่ได้บอกว่าเป็นใครเนี่ย ก็คงไม่มีห้องว่าง)
กลับมาที่เตียงแม่ (ห้องรวม) ป้าคนไข้เตียงข้างๆ ก็จองห้องพิเศษ 1,800 บาทไว้เหมือนกัน แล้วก็ได้รับคำตอบเดียวกัน คือห้องไม่ว่าง เราก็เลยบอกญาติเค้าว่า 1,500 ว่างเกือบ 10 ห้องเลยพี่ รีบไปติดต่อเลย ประมาณครึ่งชั่วโมง พี่เค้าก็บอกว่าห้องเต็มค่ะน้อง…อ่ะนะ เป็นไงล่ะ แสดงให้เห็นเลยว่า ไม่ใหญ่ไม่ได้ซะแล้ว แล้วพี่เค้าก็โทรไปใช้เส้นใครสักคนเนี่ยแหละ อีกครึ่งชั่วโมง เค้าก็ได้ห้องพิเศษเหมือนกัน
มันช่างเป็นครั้งแรกของอะไรอะไรที่ไม่ประทับใจ ทั้งจากหน่วยงานของตนเิอง และหน่วยงานอื่น … แล้วพี่จุ๋ม กับพี่ติ๋ว ก็บอกว่า… ครั้งแรก ก็แบบนี้แหละน้อง…55555
4 thoughts on “ครั้งแรก…ก็เป็นซะแบบเนี้ย”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ตัวอย่างที่ไม่ดีคือ บทเรียนสำหรับตัวเองในฐานะผู้ให้บริการว่าทีหลังอย่าทำ…
ก็คงจะอย่างนั้นแหละจ้า… พอดีเราก็เป็นหน่วยงานให้บริการเหมือนกัน ก็เลยเซ็งซะ แล้วก็รู้สึกว่า เราจะไปแบบชาวบ้านธรรมดาไม่ได้หรือไง
บริการแบบเสมอภาคเป็นเรื่องที่บอกให้ทำกัน แต่บางทีคนที่บอกนั่นแหละกลับไม่ชอบทำตัวเสมอภาค แบบว่าขอนิดนึง คนละนิดสองนิดก็มากแบบไม่รู้ตัว
ขอขอบคุณ หนูเอ๋ มากนะคะ ที่นำเรื่องนี้มาบอกกล่าวกันให้ทราบ เพราะวันที่ 8-9 กุมภา นี้
คุณแม่ของ หนูติ๋ว ก็ต้องเข้ารับการผ่าต้อกระจกตา เช่นเดียวกัน จีงหวังว่า จะได้อาศัยอิทฤทธิ์ ของพวกน้องน้อง หนูหนู บ้างนะคะ เพราะลำพังตัวเอง คงแย่เป็นแน่เลย ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ