ฟังดูอาจจะงงงงว่ามันคืออะไรน้อ…
หนังพระนครไหว จะว่าไปก็คือ “หนังใหญ่” ที่เรารู้จักกันนั่นเอง
ในหนังสือเรื่อง หนังพระนครไหว ของ กรมศิลปากร บอกเอาไว้ว่า…

nhangหนังใหญ่ เป็นมหรสพที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีชุดหนังใหญ่สำหรับการแสดงในงานพระราชพิธี งานพระเมรุ และงานสมโภชต่างๆ มีชื่อเรียกว่า “หนังพระนครไหว” เพราะเป็นตัวหนังที่มีความสวยงาม ครบถ้วนสำหรับการแสดงรามเกียรติ์ในแต่ละศึกได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้การแสดงของราชสำนักแต่ละครั้ง เป็นที่เลื่องลือไปทั่วพระนคร เข้าใจว่าเป็นที่มาของคำว่าพระนครไหว
หลังจากกรมมหรสพถูกยุบไปรวมในกระทรวงวัง หนังพระนครไหวได้ถูกนำไปเก็บไว้ในโรงละครของกรมศิลปากร และเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2503 เกิดเพลิงไหม้โรงละคร ทำให้หนังใหญ่ที่เก็บไว้ไหม้เสียหายและสูญหายไป ผู้รู้หลายท่านเจ้าใจว่า หนังพระนครไหวถูกไฟไหม้ไปเป้นจำนวนมาก เหลือเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งอยู่ในสภาพที่ชำรุดมากไม่สามารถใช้การได้
nhang1ต่อมามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริษัทคาร์สสเบอร์ก ประเทศไทย ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนโครงการอนุรักษ์หนังใหญ่ของกรมศิลปากร โดยการซ่อมแซมตัวหนังเดิมและสร้างตัวหนังใหม่ขึ้น ทำให้สามารถฟื้นฟูการแสดงหนังใหญ่ที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง
หนังพระนครไหวที่มีอยู่นั้น ประกอบด้วย 1) ตัวหนังชุดเบิกโรง คือชุดจับลิงหัวค่ำ มีตัวหนังพระฤษี ลิงขาว และลิงดำ และ 2) ตัวหนังเล่าเรื่อง สำหรับการแสดงตอนต่างๆ คือ อินทรชิตออกศึก หักคอช้างเอราวัณ หนุมานอาสา ทศกัณฐ์สั่งเมือง และพระรามเสี่ยงม้าอุปการ
ลักษณะพิเศษของหนังใหญ่พระนครไหวคือ ตัวภาพเดี่ยวทั้งตัวพระ ตัวนาง เทวดา ยักษ์ วานร ฯลฯ จะอยู่ในอากัปกิริยาท่วงท่าต่างๆ กัน รายล้อมและสอดแทรกด้วยลวดลายกนกที่พลิ้วไหว ส่วนตัวหนังเล่าเรื่อง จะมีองค์ประกอบเพิ่มเติมด้วยอาคาร ราชรถ แม่น้ำ ต้นไม้ ภูเขา ฯลฯ ….

4 thoughts on “หนังพระนครไหว

  1. พี่ชอบหนังใหญ่วัดขนอน เคยได้ไปดูของจริงด้วยกับรายการทุ่งแสงตะวันเมื่อสิบกว่าปีก่อน เมื่อสามสี่ปีก่อนมหาวิทยาลัยฯ จัดงานอนุรักษ์มรดกไทย มีหนังใหญ่มาเล่นที่ทับเจริญ นั่งดูไปตบยุงไปคราวนี้น้องเต็มทันไปดู
    ส่วนงานที่ติดตามตอนนี้เป็นงานของอาจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำโครงการเงาที่แปรเปลี่ยน-โครงการสารคดีเชิงทดลอง กรณีศึกษา หนังใหญ่วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

  2. อืืืืมมมมมมมม
    อาจารย์ของเราในหลายๆ ภาคส่วนคณะวิชา สาขาอะไรก็ช่าง
    น่าจะตั้งวง จับเข่าคุยกันทำวิจัยเชิงสร้างสรรค์
    แบบบูรณาการความรู้ทุกองค์ ที่มีในศิลปากร
    มาจับทำให้มันโด่งดังในทางที่มหาวิทยาลัยศิลป์ ศิลป์ อย่างเราถนัด นิ
    สารคดีเรื่องนี้สำเร็จ เสร็จเมื่อไหร่ กระซิบดังๆ ด้วยนะคุณสมฯ
    ฐานะหน่วยข่าวรวม สหสาขาภาคีความร่วมมือ หุหุหุ

  3. ผลงานอาจารย์อยู่ในศูนย์ครีเอทีฟข้างๆ บ้านเรา ต่อมาพี่พบอาจารย์แบบบังเอิญด้วยการแนะนำกันต่อๆมา จึงมีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องข้อมูลว่ามันไม่ใช่ที่เป็นตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตีความอะไรรอบๆตัว แล้วสร้างเป็น content ขึ้นมา เพราะตัวพี่สนใจเรื่องแสงและเงา พอได้คุยกับอาจารย์เลยชอบมากจึงตามงานตลอด
    พี่เคยเสนอให้ใครสักคนถ่ายรูปห้องสมุดทั้ง 365 วันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่มีใครรับไปเลยความจริงถ้าทำมันได้อะไรเยอะแยะ ปีหน้าว่าจะหาทีมทำจริงๆสนใจไหม หรือไปหาทีมเองยินดีไกด์ให้ ส่วนการคุยเรื่องงานแบบเรื่อยเปื่อย ทำให้เราได้อะไรเยอะแยะ

  4. เสนอมาใหม่ซิ พี่ได้รับทราบหรือไม่ หรือว่าจำไม่ได้หว่า

Leave a Reply