ออนทัวร์ 3 ห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮ่องกง

จากเซิ้นเจิ้นพวกเราต้องตื่นกันแต่มืดตุเลงๆ กลับมาที่ฮ่องกง ซึ่งต้องทำพิธีเหมือนกันทั้งขาไปและขาออกคือการไปสำแดงตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ขาออกมาเห็นเด็กอนุบาลตัวเล็กๆ สะพายเป้ ลากกระเป๋าเพื่อไปเรียนหนังสือที่ฝั่งฮ่องกง นัยว่าพ่อแม่ไปซื้อบ้านพักที่เซินเจิ่นเนื่องจากราคาถูกกว่าแผ่นดินทองที่ฮ่องกง ส่วนตอนเช้าก็นั่งรถไปทำงานที่หรือเรียนหนังสือที่ฝั่งฮ่องกง เย็นก็กลับมานอน เหมือนกรุงเทพฯ
มหาวิทยาลัยฮ่องกง เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มากทีเดียวตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2455 (ค.ศ.1912) มีหอสมุดกลางและห้องสมุดสาขา 6 แห่ง คือแพทย์ ทันตแพทย์ การศึกษา กฎหมาย ภาษาจีน และดนตรี  เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดนั่งรถไปยังค่อนข้างหวาดเสียว เพราะทางค่อนข้างแคบ
ห้องสมุดที่ไปเยี่ยมชมเป็นหอกลาง  อาคารแบ่งออกเป็น 2 ปีกที่เชื่อมกันสนิทขนาดคนนำชมบอกยังงงว่าเก่าตรงไหน ใหม่อย่างไร
อาคารเก่าเปิดให้บริการในปี ค.ศ.1961 ปีกที่ทำใหม่เปิดให้บริการปี ค.ศ.1991 ทำหน้าที่เป็นศูนย์นวัตกรรมความรู้ (Knowledge Navigation Centre – KNC) ให้บริการแบบ one stop service เพื่อจัดบริการสารสนเทศในสาขามนุษยศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี อำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาในการค้นหาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ห้องสำหรับจัดเตรียมและเสนอรายงาน ศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองจีนที่เรียกว่า CNKI เครือข่ายไร้สาย ฐานข้อมูลออนไลน์ต่างประเทศจำนวนมาก เช่น IEEE/IEE ProQuest และ Science Direct เป็นต้น
ห้องสมุดมีความร่วมมือกับห้องสมุดและหน่วยงานต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1. ความร่วมมือกับห้องสมุดภายในเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง จำนวน 8 แห่ง ในการจัดหาฐานข้อมูล การให้บริการ การขอยืมระหว่างห้องสมุดและขอถ่ายสำเนาเอกสารจากห้องสมุดในเครือข่ายนั้น ผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และผู้ใช้สามารถสืบค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดต่างๆ ได้ผ่านฐานข้อมูลสหบรรณานุกรมชื่อ  HKALL (Hong Kong Academic Library Link)
2. ความร่วมมือกับห้องสมุดในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ ห้องสมุดในกรุงปักกิ่งและห้องสมุดอื่น ๆ ทั่วประเทศ และยังมีการประชุมความร่วมมือกับสำหรับห้องสมุดมหาวิทยาลัยในกวางโจว ปีละ 1 ครั้ง
3. ความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยฮ่องกงเป็นสมาชิกของข่ายงานต่างๆ ได้แก่ CRL – Center for Research Libraries, RAPID, OCLC
การต้อนรับคณะผู้ไปศึกษาดูงานเริ่มจากการเชิญเข้าห้อง แล้วผู้บริหารห้องสมุด ที่เกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติเข้ามาบรรยายความเป็นมา และความเป็นไปให้พวกเราได้ง่วงนอน สลับกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเป็นระยะๆ
แนวคิดและรูปแบบการให้บริการระหว่างเรากับเค้าไม่ต่างกัน ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในทุกงานของห้องสมุด อยู่ที่ความไวและการเปิดใจยอมรับที่อาจจะต่างกันบ้าง เรามองว่าเป็นเรื่องข้อจำกัดและวัฒนธรรมองค์กร อย่างน้อยก็มีเรื่องการประเมินและวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยมาเป็นโจทย์ที่ให้คนทำงานได้คิด ผู้บริหารลงมาจัดการ
ที่โดดเด่นและชอบมากที่สุดคือมีการนำเสนอเรื่องการพัฒนาบุคลากร ที่ไม่เคยพบว่าที่ไหนนำมาเป็นประเด็นนำเสนอ เพราะส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่เรื่องของไอทีกับงานบริการ ซึ่งมองว่าหากบุคลากรไม่รับ ทุกเรื่องจะก้าวยาก   การพัฒนาบุคลากรของที่นี่จะแบ่งเป็นกลุ่มงาน และกลุ่มวิชาการต้องเรียนรู้ ในฐานะที่ตัวเองมีส่วนในหน้าที่นี้อยู่บ้างจึงรู้สึกว่าได้อะไรมากมาย อย่างน้อยก็เป็นเรื่องของการจัดระบบในการพัฒนาบุคลากรที่ต้องเอาไปผูกติดกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ การทำงานแบบแยกส่วน แล้วแต่ละส่วนไม่เชื่อมโยงเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนกันอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ที่นี่จะโดดเด่นเรื่องการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนว่าบริเวณไหนทำอะไรได้บ้าง โดยใช่สีแบบสัญญาณการจราจารมาเป็นตัวกำหนด..
Red Zone  เอาไว้อ่านหนังสือ ไม่มีการทำกิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนในพื้นที่นี้เป็นอันขาด
Yellow Zone  ส่งเสียงดังได้บ้างเล็กน้อย และอนุญาตให้นำเครื่องดื่มเข้าไปในส่วนนี้
Green Zone ไฟเขียวผ่านตลอด เปิดฟรีโลด ทั้งเสียง และอาหาร โซนนี้คงต้องมีมากในห้องสมุดกระมัง
มาถึงจุดนี้อาการตื๊บๆ ตามมาทุกที …ดูรูปกันดีกว่า
ปล. ที่นี่ดูงานเป็นดูงาน ตรงเวลาเปีะ ห้ามลั้ลลา ต้องถามและแสดงความสนใจคนนำชม ใครขืนแยกกลุ่มเป็นศิลปินเดียวเอาแต่ถ่ายรูปอย่างเดียว จะโดนมิใช่น้อย …

Leave a Reply