ห้องสมุดของเรานอกจากมีหัวหน้าเวรโอที แล้วยังหัวหน้าเวรเช้า หน้าที่นี้ตั้งไว้เมื่อไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามาทำงานที่นี่เมื่อปี 30 ก็มีแล้ว (ต้ายตาย…ทำไมแก่จัง) เคยมีการยกเลิกอยู่เหมือนกันนแต่เป็นช่วงสั้นๆ สมัยที่มีการผลัดเปลี่ยนอำนาจการปกครอง ส่วนตัวแล้วบางครั้งก็ชอบ บางครั้งก็ไม่ชอบ แต่หนักไปทางเมื่อเป็นหน้าที่ก็ทำไป
แต่การทำไปนั้นหมายถึงตั้งใจมาและตั้งใจตรวจตรา เริ่มตั้งแต่ต้องมาเช้าก่อน 7.40 น. เรื่องนี้ควรจะเฉยๆ นะ เพราะปรกติมาทำงานเช้า แต่ที่เฉยไม่ได้คือเป็นเวรทีไรต้องมีเหตุต้องมาสาย …
Author: Pong
เมื่อวานเย็นๆ หลังเลิกงานแล้ว มีเสียงโทรภายในเข้ามาสอบถามว่า เวลาจะคืนหนังสือแบบตลอดเทอมต้องเอาตัวเล่มไปแสดงหรือปล่าวคะ
ตอบไปว่าต้องเอามาค่ะ เพราะตอนนี้ห้องสมุดมีนโยบายของดูตัวเล่มปีละ 1 ครั้ง ในภาคปลาย ส่วนภาคแรกจะต่ออายุการยืมให้โดยอัตโนมัติค่ะ
เสียงตอบมาว่าเอาไปให้ไม่ได้เพราะหนังสือหายค่ะ
ตอบไปว่าเรื่องนี้แหละค่ะที่ห้องสมุดกลัว การดูปีละครั้งแบบเห็นตัวเล่มจริงเป็นการช่วยเตือนความจำว่าสิ่งที่ยืมไปยังมีอยู่จริง เพราะหากต่ออายุกันไปเรื่อยๆ โดยไม่เห็นตัวเล่ม เมื่อวันหนึ่งต้องใช้ตัวเล่มมาก็จะหายากมากกว่านี้ ปีละครั้งช่วงสั้นกว่าหาง่ายกว่าค่ะ
เสียงตอบมาว่าความจริงแล้วไม่ได้หาย แต่หาไม่เจอไม่รู้ว่าเอาไปไว้ไหน หรือหายจริงๆ …
คุยกับพี่พัชไว้ว่าหากมีใครถามว่าอะไร แล้วเราตอบว่าอะไร มาเผยแพร่ให้พวกเราได้อ่านกัน เพราะหากมีใครมาถามซ้ำอีกเราก็จะได้ตอบกันได้ หากมีสะสมไว้หอสมุดฯ ของเราก็จะมีคลังคำถามคำตอบมากมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกคนเลยทีเดียวทั้งในเรื่องความรู้และการทำงาน
นำไอเดียนี้ไปเสนอที่ประชุมบรรณารักษ์ที่ไปประชุมทั้งสองครั้งก่อนว่าพวกเราน่าจะช่วยกันทำเรื่องแบบนี้นะ เพราะนักศึกษาก็เรียนเหมือนหรือคล้ายกันทุกมหาวิทยาลัย หากเราช่วยกันทำงานเราก็จะเบาแรงในงานแบบนี้ อาจจะพอมีเวลาและนำสติปัญญาไปคิดงานอย่างอื่นที่คาดว่าจะเข้ามาอีกมากมาย ทุกคนก็บอกว่าดีแต่เก็บเอาไว้ก่อนเป็นโครงการของปีหน้า
ส่วนตัวเองขอเริ่มก่อนและตั้งใจจะเขียนทุกครั้งหากมีใครถามอะไร แล้วมาเล่าให้พวกเราได้อ่าน ส่วนท่านอื่นๆ ใครได้รับคำถามใดมาก็ช่วยๆ กันหน่อยแล้วกัน คิดเล่นๆ นะว่า เดือนหนึ่งมี …
ดูภาพสวยๆ แล้วมาอ่านเรื่องนี้กันดีกว่า….
เมื่อวานนี้กับวันนี้หมุนวนเวียนกับตัวเองว่าจะเขียนอย่างไรกับ SAR ของสำนักหอสมุดกลาง ในองค์ประกอบที่ต้องรับผิดชอบคือ การจัดการความรู้ เหตุที่หมุนวนเวียนจนปวดหัวตุบๆ เพราะนอกจากจะต้อง “หา” เรื่อง ยังต้อง “หา” ทั้งหลักฐานมาประกอบแล้ว
ทำให้อดคิดถึงกระบวนการ รวมถึงเครื่องมือที่จะช่วยให้แลกเปลี่ยน แบ่งปัน เพื่อการเรียนรู้ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคน …
มีคนถามว่าเอาเวลาที่ไหนไปเที่ยว บอกว่าก็หาช่วงเวลาแล้วลาพักร้อนไปบ้า่ง ไปตอนเช้ามืด ไปตอนเย็นๆ ไปบ้านเพื่อน ไปบ้านของเพื่อน ไปบ้านญาติ ไปราชการ เสาร์อาทิตย์ไหนที่ว่าก็ไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างทางมีอะไรน่าสนใจก็เก็บข้อมูล คุยกับชาวบ้าน สิ่งไหนที่่ใช้ในที่ทำงานได้ก็ยกให้ สิ่งไหนใช้กับชีวิตส่วนตัวก็เก็บไว้ เรื่องงาน เรื่องเที่ยว เรื่องชีวิตส่วนตัวไปด้วยกันได้ ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกสับสวิตซ์โช๊ะเชะ แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่เคยทำคือขนงานใส่กระเป๋าไปทำที่บ้าน ยกเว้นช่วงลาคลอดที่ยังมีคนไปปิ๊นๆๆรับ-ส่งงานให้ที่บ้าน แต่ก็โอเคและไม่ถือว่าเป็นภาระ …
เห็นน้องอ้อมีรูปสวยๆ มาฝาก เลยอิจฉาอยากสำแดงบ้าง เป็นของปี 51 ที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่31 ธ.ค.50 เรื่อยๆ มาจนถึง 31 ธันวาคม2551 ที่เพชรบุรี
การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมยามว่างและพยายามให้ว่างเพื่อเสาะแสวงหามุมมองใหม่ๆ มีทั้งตั้งแต่ใกล้ตัวจนถึงไกลๆ กับชาวคณะที่หลากหลายตั้งแต่กลุ่มก๊วนของตัวเองและของคนที่บ้าน นับตั้งแต่พี่ น้อง เพื่อนสมัยประถม มัธยม อุดม …
อาการที่ว่ามีสาเหตุหลังจากการอ่านบทความเรื่อง “สังคมนินทา” เรียบร้อยแล้ว บทความที่ว่านี้อยู่ในคอคอลัมภ์ “สยามประเทศไทย” เรื่อง “แม่น้ำลำคลอง แหล่งรวมขี้เยี่ยวของราษฏรและครูอาจารย์” เขียนโดย คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ
เนื่องจากบทความนี้เกี่ยวกับจังหวัดนครปฐม จึงอ่านละเอียดทุกข้อความ ทั้งอ่านใจใจและออกเสียง เพื่อจะได้ทบทวนทุกข้อความอย่างใช่ความตั้งใจและพยามยามคิดต่อ จึงขอสรุปเฉพาะในส่วนี่เกี่ยวข้อกับจังหวัดนครปฐม เพราะยังมีอีกจังหวัดคือพระนครศรีอยุธยาด้วยที่ยกเป็นตัวอย่าง เพราะอ่านแล้วเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนจริงๆ และขออนุญาตคัดลอกบางตอนมาให้พวกเราได้อ่านกันคือ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ …