เที่ยวเกาะสมุยลุยน้ำทะเลเค็มๆ
เมื่อวันที่ 26-30 มี.ค. 2552 ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่สุราษฎร์ธานี ไปงานเลี้ยงรุ่น 396 ของตำรวจตระเวนชายแดน ได้ไปเที่ยวเกาะสมุยเดินทางกันไป 3 คน ถึงท่าเรือดอนสัก ก็ลงเรือซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด เสียค่าโดยสารคนละ 120 บาท เวลาชั่วโมงครึ่งก็ถึงเกาะพอดี พี่บรรจง …
เป็นเวลา 5 วันเต็มๆกับค่ายห้องสมุดสุดหรรษาของความสนุกสนานของเด็กๆ มีอะไรเกี่ยวกับเด็กๆที่น่าร๊ากๆมากๆมาเล่าสู่กัน ประเดิมด้วยวันแรกที่เปิดค่ายพอเริ่มลงทะเบียน เด็กๆทุกคนก็จะได้รับเสื้อสีฟ้ากันปรากฏว่าเด็กๆเปลี่ยนกันตรงนั้นแบบไม่อายใครเลย (นางแบบนู๊ดยังอายเลย) ส่วนศิษย์เก่าค่ายพอเจอกันก็คุยกันจ้อ ส่วนน้องใหม่ยังวางมาดครึมไว้ก่อนเอาไว้สักสองสามวันก่อนให้ป้าๆตายใจก่อนจะจ้อให้ป้าๆปวดหัวเลย ปีนี้มีเด็กๆที่ชื่อเล่นซ้ำกันหลายคน เช่นน้องกายอ้วน(ขวัญใจพี่แจ๊ค) น้องกายหล่อ(ตัวเล็ก+รูปหล่อ) และมีน้องพิมใหญ่และน้องพิมเล็ก แถมพี่น้องควงกันมาเป็นคู่ๆเช่นน้องก้องก็จูงน้องกายหล่อมา น้องมิ้งค์คนสวยก็จูงน้องมูน น้องป๊อบก็จูงน้องฟ้า น้องเบลก็จูงน้องแบมตาหวานมา มากันแบบพี่ๆน้องๆน่ารักดีผู้ปกครองบอกว่าเสีย 200 บาท …
มาตามคำสัญญาค่ะว่าจะมาเล่าบรรยากาศงานขันโตกไทยวน (หลังจากพี่ปองเขียนเรื่องโคมลอย และน้องพิชิตเขียนเรื่องสัมภาษณ์ท่านนายก…ไปแล้ว) โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนา พวกเราไปเที่ยวงานปอยขันโตกไทยวน ที่จริงงานนี้ต้องยกความดีให้พี่สมปองอีกเช่นเคย เพราะพี่เค้าขับรถไปส่งลูกๆ เรียนพิเศษที่ต. เจ็ดเสมียน แล้วเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ จึงมีการชักชวนพี่ๆ น้องๆ กันไป ครั้งแรกพี่แมว (หัวหน้าหอสมุดฯ ชาวเหนือแท้ๆ) จะไปด้วย …
เมื่อวันที่ 25-27 มีนาคม 2552 ได้ไปประชุมคณะทำงานเทคโนโลยีสารสนเทศ PULINET ที่กองห้องสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์…เอ…จะเรียกพิพิธภัณฑ์หรือเปล่า…ไม่แน่ใจ หรือน่าจะเรียกว่าเป็นศูนย์จัดแสดงศิลปหัตถกรรม…ก็คงได้นะ
ชื่อของที่นี่เค้าเรียกกันว่า “บ้าน ๑๐๐ อัน ๑๐๐๐ อย่าง” แต่เห็นที่ด้านหน้าของเค้าเขียนว่า “สร้างสรรค์ หัตถกรรม …
มีวันแรกก็ต้องมีวันสุดท้าย และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึงเด็กๆรู้จักกันมากขึ้น สนิทสนมกับพี่ๆ เล่นกันมีเสียงดัง จนป้าๆก็ต้องงัดวิทยายุทธ์
เก่ามาใช้ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง กิจกรรมแต่ละวันก็สนุกสนาน พี่แหวนก็พยายามตั้งอกตั้งใจสอนน้องๆวาดรูปการ์ตูนมีผลงานให้เด็กๆเอากลับไปอวดคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านทุกวัน และยังมีวีรกรรมของเด็กๆมาเล่าให้ฟังคือว่า ในช่วงพักเที่ยงของวันหนึ่ง มีเด็กคนหนึ่งมาบอกว่า มีคนลงไปเล่นขี้โคลน เราก็วิ่งไปดูปรากฎว่าเป็นลูกชายคนเล็กของร้านจักรทอง กำลังเดินขึ้นมาจากโคลน แต่ไม่มีรองเท้ากางเกงเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้โคลน รองเท้าติดอยู่ในโคลนเอาออกไม่ได้ จึงบอกว่ารองเท้าไม่ต้องเอาแล้ว (น่าตีไหมเนีย) พี่ชายเตรียมกางเกงมาให้เปลี่ยน …
วันนี้ (30 มี.ค.52) เด็กๆ มากันแต่เช้า ทำให้ น้าๆ ป้าๆ ต้องตื่นแต่เช้าด้วย เพื่อมารับน้องๆ บางคนก็มาเองเพราะคุ้นเคยกับสถานที่ (ศิษย์เก่า) บางคนคุณพ่อคุณแม่มาส่ง เราจับมาลงทะเบียน (เซ็นชื่อ)พร้อมทั้งแจกเสื้อ เด็กๆยังไม่รู้จักกันก็ยังแปลกๆหน้า นั่งกันเงียบเลย (ยังไม่ออกลาย) นอกจากศิษย์เก่าค่าย ไม่นากนักพี่ๆคณะวิทย์ก็มา …
หลังจากที่ไปสัมภาษณ์ท่านนายกเทศบาล ตำบลหนองโพ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงนัดแนะกันว่าเช้าไปถ่ายรูป ส่วนวิดีโอท่านนายกฯ ให้อนุเคราะห์กับหอสมุดฯ ส่วนเย็นเสาร์เราจะยกขบวนไปงานขันโตกกัน พี่แมวมั่นหมายจะไปต้วยโดยเตรียมซิ่นผืนงามไว้แล้ว แต่มีภารกิจเร่งด่วนจนต้องโทรไปอู้กับน้องเอ๋ที่เพิ่งกลับมาจากเฮือนข้าเจ้า เมืองเจียงใหม่ว่าปี้ไปบ่ด้าย ขอให้น้องๆ ไปกันเต๊อะ ส่วนละอ่อนลูกๆ ของหมู่เฮาก็นัดกันสลายตั๋วไปว่ายน้ำและไปดูดิสนีย์ออนไอซ์ จึงเหลือสามสาว (น้อย) หวยจึงไปออกที่ไอทีแมนที่นั่งอยู่ี่ร้านกาแฟ
บรรยากาศของงานรออ่านจากน้องอ้อแล้วกัน ส่วนพี่่จะเขียนเรื่องโคมลอย (หัวเราะเป็นนัยยะ) …