เมื่อวานพอกลับจากสัมมนาไปถึงบ้าน น้องกาญจน์ ได้เอาจดหมายน้อยจากโรงเรียนมาให้ดู เนื้อความประมาณว่าจะให้นักเรียนไปร่วมร้องเพลงชาติ ที่ศาลากลางเมือง นครปฐม (เดาว่าคงจะเป็นศาลากลาง จ.นครปฐม) ไม่อนุญาตให้ไปเพราะไม่สะดวกในการเดินทาง พอตอนเช้าของวันนี้น้องกาญจน์อีกคนมาบอกว่า วันนี้จะมีการร้องเพลงชาติไทยกันที่ จ. นครปฐม ( เข้าใจว่าน่าจะเป็นงานเดียวกัน ) ตามโครงการ ไทยสามัคคี ไทยเข็มแข็ง ของรัฐบาล …
ก่อนไปสัมมนามองอย่างผิวเผินก็จะไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรต้องทำ แต่จริงๆ แล้วๆ มีภาระงานหลายอย่างซึ่งมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่มากมาย
หลังจากที่มีการจองเวลาท่านผู้บริหาร พาหนะ ที่พัก ห้องประชุม ก็ต้องร่ายยาวเขียนเป็นโครงการ กำหนดระยะเวลา เป้าหมาย และคำนวณงบประมาณ ก็ส่งไปให้สำนักงานเลขานุการ เพื่อส่งต่อให้มหาวิทยาลัยอนุมัติ ซึ่งก็ต้องผ่านด่านการตรวจสอบ มีการแก้ไขและชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามคำชี้แนะ รับหน้าโดยข้าพเจ้าเอง
เมื่อได้รับเรื่องอนุมัติกลับมา สำนักงานเลขานุการเป็นฝ่ายทำประกาศขอปิดหอสมุดฯ…
ประชุมวิชาการของ ศวท.
ศทว. เป็นชื่อย่อของศูนย์บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรือชื่อย่อเดิมๆ ที่คุ้นเคยคือ TIAC หากจำไม่ผิดจะมีการจัดประชุมแบบนี้ทุกปี โดยแต่ละปีก็จะมีธีมต่างกันไปตามยุคสมัย แต่ตอนนี้เปลี่ยนรูปโฉมใหม่ใช้ชื่อว่า STKS
“เครือข่ายความร่วมมือบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ด้วยไอซีที” เป็นหัวเรื่องของปีนี้ โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-18 กันยายน 2552 ณ โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว กรุงเทพฯ …
ตั้งแต่พี่แมวมาเป็นหัวหน้าหอสมุดฯ ก็ได้มอบหมายให้ทำหน้าที่นี้มาตลอด ส่วนจะถูกใจหรือไม่…ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจและ…ไม่เข้าใจก้แล้วกัน
เวลาไปสัมมนาแต่ละครั้งที่ต้องเป็นต่างจังหวัด มักมีคนถามบ่อยๆ ว่าเลือกที่ไหนและตัดสินใจอย่างไร คำตอบคือมีหลายแบบทั้งที่ตัดสินใจเอง ดูจากคนอื่น และฟังความเห็นจากพวกเรา
ประการหลังก็มีหลายแบบเหมือนกันเช่น ตอบกว้างๆ ว่าขอให้ไปทะเล ไปภูเขา ตอบแคบๆ หน่อยก็ไปจังหวัดโน้น ไปจังหวัดนี้ และตอบแบบกว้างๆๆๆ คือไปที่ไหนก็ได้
เนื่องจากทะเล ภูเขา …
โลกของหนูต้อนรับปิดงบฯ ในวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.52 เราได้จัดกิจกรรมโลกของหนูท่ามกลางฤดูฝน กลัวว่าฝนฟ้าจะตก และชอบมาตอนเย็นๆเสียด้วย เดี๋ยวสมาชิกที่บอกไว้จะหายหมดแต่ก็โชคดีที่ฝนไม่ตก เราได้นัดแนะผู้เกี่ยวข้องและอาสาทั้งหลายที่มีใจรักเด็ก กันเวลาประมาณ 16.30 น. พอใกล้เวลาเราก็ไปอัญเชิญ นักศึกษาที่ใช้ห้องโลกของหนูอยู่ออกเพื่อจัดกิจกรรม แต่ได้ปิดป้ายประกาศที่หน้าห้องไว้ก่อนแล้ว เมื่อเคลียห้องเรียบร้อยพวกเรา+ อาสา ก็ขนอุปกรณ์ขึ้นไป จัดเตรียมเรียบร้อยสักพัก สมาชิกก็ทยอยกันมาเรื่อยๆๆๆ …
วันนี้เป็นวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้ายของการทำงานของพี่สาวสองคนที่เลือกพักชีวิตการทำงานในระบบราชการ ไปพักผ่อนและทำงานในกิจการของตนเอง
วันอาทิตย์-วันอังคาร ชีวิตต้องเดินทางตั้งแต่เช้ากลับดึกติดต่อกันสามวัน จึงรู้สึกเหนื่อยมาก น้องอ้อบอกว่ารัฐบาลจะขยายอายุที่จะสามารถเข้าโครงการ Early Retire ลงไปจนถึงอายุ 45 ปี มองในแง่บวกคือดีจังออกไปได้โดยมีเงินสำรองเป็นกอบเป็นกำ แต่ใจหนึ่งเหมือนเขารังเกียจคนมีอายุยังไงไม่รู้ หน่วยงานจะอยู่อย่างไรหากมีแต่เด็กๆที่ยังด้อยประสบการณ์ หรือใครก็ทำได้ หรือ ฯลฯ…
ไม่่ยากไม่เย็นไม่เป็นปัญหาเพียงแต่หนังสือที่จะส่งซ่อมมีมาจากหลายคนหลายที่ภายในห้องสมุด เราผู้มีหน้าที่ตรวจหนังสือก่อนส่งขี้นซ่อม ตรวจดังนี้คือ
– ตรวจลักษณะการชำรุด ซ่อมเองไ้ด้เบื้องต้นชำรุดไม่มากพอซ่อมเองได้ซ่อมเองเลย แล้วนำออกบริการและถ้าเลขเรียกหนังสือชำรุดก็แยกเพื่อส่งเขียนเลขเรียกใหม่
– หน้าขาดหรือไม่ ถ้าขาดขอถ่ายเอกสารปรึกษาหัวหน้าฝ่ายก่อนนะ ถ้าหนังสือเล่มที่จะส่งซ่อมนั้นเป็นภาพสีจะได้ขอถ่ายเป็นภาพสี ก่อนส่งซ่อมพร้อมประสานงานกับผู้ซ่อมได้ด้วยยิ่งดี
– หรือกรณีหนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือของมหาวิทยาลันสุโขทัยธรรมาธิราชซ่อมไม่คุ้มสู้ซื้อใหม่ไ ม่ได้ ทำบันทึกปรึกษาหัวหน้าฝ่ายให้ความเห็นชอบหรืออนุญาตก่อนแล้วค่อยส่งประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องตามคำสั่งของหัวหน้าฝ่าย
– ถ้าหนังสือมีรอยขูด ขีดแสดงความเป็นเจ้าของ(ใช่หนังสือห้องสมุดนั้นล่ะ) ถ้ารอยขูดขีดเป็นรอยปากกาคงไปจัดการลบให้ไม่ได้ …