ก่อนจะเล่าถึงวัดเก่า ก็จะบอกเสียก่อนเลยว่า วัดใหม่ในที่นี้คือ วัดใหม่ปิ่นเกลียว จังหวัดนครปฐม (ไว้ค่อยมาเล่าให้ฟังทีหลัง)
watวัดเก่าก็คือ วัดวังตะกู ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม แต่เดิมไม่มีใครทำประวัติไว้ ทำให้ไม่ทราบว่าวัดมีความเป็นมาอย่างไร ทราบแต่ว่า ในตำบลนี้มีวัดเดียว ต่อมาภายหลังมีวัดถูกสร้างขึ้นอีกวัดหนึ่ง ชาวบ้านจึงเรียกวัดที่ถูกสร้างใหม่นี้ว่า วัดใหม่ (คือวัดใหม่ปิ่นเกลียวในปัจจุบัน) แล้วเรียกวัดวังตะกูว่า วัดเก่า ในปัจจุบันชื่อวัดเก่า ได้หายไปตามคนรุ่นเก่า ปัจจุบันเรียกวัดวังตะกู
ในสมัยร.ศ.126 มีโฉนดที่ดินของเอกชนระบุว่า ที่ดินของตนอยู่ติดกับวัดบางตะกู ตำบลบางตะกู แล้วต่อมาเพี้ยนมาเป็นวัดวังตะกูได้อย่างไร ไม่มีใครทราบ
นอกจากนี้ยังมีผู้เคยพบป้ายของวัดนี้จมอยู่ในสระน้ำหน้าวัด ชื่อว่าวัดจันทาราม แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะได้ใช้ชื่อวัดวังตะกูไปแล้ว และริมคลองหน้าวัด มีต้นตะกูมาก เลยตั้งชื่อตำบลว่าบางตะกู บางคือถิ่นที่อยู่ริมน้ำ (บางตะกู คงหมายถึง ริมน้ำที่มีต้นตะกูมาก)
แต่ภายหลังกลายเป็นตำบลวังตะกู วัดก็คงอนุโลมตามชื่อตำบล เพราะตำบลนี้มีวัดอยู่เพียงวัดเดียว จึงได้ใช้ชื่อว่า วัดวังตะกู ตำบลวังตะกู ……

5 thoughts on “วัดเก่า-วัดใหม่

  1. ต้นตะกู เห็นจะๆ คือที่ริมคลองกลางถนนเลย รถเลยวิ่งเป็นวงเวียน แต่มีแปลงตะกูยักษ์อยู่หน้่าวัด

  2. ทราบไหม ทำไมจึงเรียกวังตะกู หาคำตอบมาเล่าหน่อยนะ

  3. หนูเคยถามเพราะตอนนั้นยังไม่รู้จักว่าตะกูคือชื่อต้นไม้ มีคนตอบว่าสมัยก่อนมีต้นตะกูเยอะ

  4. แต่เดิมชื่อบางตะกู อย่างที่พี่ปองว่ามีต้นตะกูเยอะ และอยู่ริมน้ำ ที่กลายมาเป็นชื่อวังตะกู เค้าว่ากันว่าอาจจะเป็นเพราะต้องการให้คล้องกันกับที่ใกล้ๆ กัน คือ วังกะพี้ วังลาน ก็เลยเรียกบางตะกู เป็นวังตะกูซะเลย จะได้เป็นวังเหมือนกัน 🙂

  5. คำว่า “วัง” เป็นคำกริยา แปลว่า ล้อม หรือห้อมล้อม ด้วยค่ะ ดังนั้นเรามักจะพบคำว่า “วัง” นำหน้าหลายๆ คำ ….. อย่างวังตะกู ก็น่าจะหมายถึง มีต้นตะกูห้อมล้อมเป็นไปหมด

Leave a Reply