วันนี้ 4 กุมภาพันธ์ ได้ไปประชุมคณะทำงานกลุ่มบริการที่นิด้า ตอนเช้าเป็นการบรรยาย เรื่อง แนวคิดและหลักการการบริหารทุนมนุษย์และองค์กร โดย รศ. ดร. มณีวรรณ ฉัตรอุทัย คณะบริหารธุรกิจ สพบ. ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า ..เนื้อหาที่อาจารย์บรรยายเยอะมาก ดิฉันพยายามจด แต่มีทั้งสิ่งที่เป็นเนื้อหา และสิ่งที่ฟังอาจารย์พูดแล้วชอบ หลังจากกลับมาดูสิ่งที่จด เลยชักสับสน มันปนกันอยู่ในหัว จึงต้องรีบเขียนเอาไว้ ก่อนที่จะยิ่งเขียนอะไรไม่ออก ประกอบกับสไลด์ของอาจารย์เป็นแบบมืออาชีพ สไลด์เดียวได้ใจความที่อาจารย์แตกเรื่องออกไปได้มากมาย ฟังๆ ไปจะรู้ได้เลยว่านอกจากความเชี่ยวชาญในเรื่องของอาจารย์เองแล้ว อาจารย์อ่านหนังสือมาก และแตกฉานในสิ่งที่อ่านเพราะอาจารย์สามารถสรุปเนื้อหาของหนังสือ และสอดแทรกทฤษฏี ยกตัวอย่างประกอบที่เราสามารถเข้าใจได้ ในบริบทแบบไทยๆ และทำให้พวกเราที่เป็นคนจากห้องสมุดกันเกือบทั้งหมด (คนเข้าฟังประมาณ 90 คน) รู้สึกสนุก และคล้อยตาม อย่างไรก็ตามจะพยายามสรุปใจความสำคัญให้เพื่อนๆ ได้ทราบด้วย เนื้อหาในการบรรยาย หลักคือ การบริหารทุนมนุษย์ และนำไปสู่การบริหารองค์กร ให้ประสบความสำเร็จ
การเล่าอาจตะกุกตะกักไปบ้าง…
![]()
From productivity to quality : อาจารย์กล่าวถึงหลักการของนักคิดที่ทรงอิทธิพลที่เป็นเจ้าของแนวความคิดทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่จะส่งผลไปถึงประสิทธิผลของการทำงาน ได้แก่ Frederick Taylor ที่เป็นเจ้าของหลักการที่เป็น Scientific management ว่า ต้องวางมาตรฐานวิธีการทำงาน ต้องคัดเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องฝึกอบรมทักษะมาตรฐานงาน และต้องทำมาก โดยจับเวลาการทำงานเป็นหลัก เพื่อลดความขี้เกียจของคนทำงาน คนที่ 2 Elton Mayo รับความคิดของ Taylor มาแล้วปรับ เป็นหลักการแบบ Human relations เพิ่มขึ้น โดยคิดว่า งานเป็นผล คนเป็นสุข และความพึงพอใจ สร้างผลงาน ต้องให้คนทำงาน ทำงานแบบมีความสุข งานถึงจะมีประสิทธิภาพ จนมาถึง W. Edwards Deming ซึ่งมีหลักการเรื่อง management for quality และกล่าวว่า ความผิดพลาดและกระบวนการผลิตสินค้าด้อยคุณภาพ ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย และเป็นคนนำเอาความคิดของทุกคนมารวมกัน เผยแพร่แนวความคิดไปจนประเทศญี่ปุ่นนำไปทำตามจนกิจการอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ ในประเด็นหลักการของนักคิดทั้ง 3 ท่านนี้สรุปได้ถึงพัฒนาการของการคิด คือ
![]()
Skill Happy Quality
แนวคิดใหม่ของ Gary Stanley Becker ได้สร้าง Human Capital Investment model สรุปได้ว่า สร้าง พัฒนาความสามารถคนทำงานในทุกระดับและสายงาน สงวนเก็บรักษาให้คงอยู่ สั่งสมความสามารถชั้นเลิศ สนับสนุนให้มีการจัดการ HC อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่งานเสริม
ผลรวมของทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ของพนักงาน นั้นปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นปัจจัยเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
ระบบประสิทธิภาพของมนุษย์ Human Performance System ของ Rummler & Brache (ในประเด็นนี้ จะเอารูปประกอบ วันจันทร์จะเอาขึ้นค่ะ)
ประเด็นสุดท้าย อาจารย์บรรยายถึง Competancy บอกว่า เป็นเหมือนเสื้อสามารถ ที่ต้องตัดเย็บเอง ลอกเลียนแบบ เอาของคนอื่นมาใส่ไม่ได้ เพราะอาจจะไม่เหมาะสำหรับตัวเอง (อาจารย์เปรียบกับ คล้าก เค้นท์ นักข่าวที่มี competency ของตัวเอง แต่จะแสดง Competancy ของตัวเองได้ ต้องวิ่งเข้าตู้โทรศัพท์เพื่อเปลี่ยนชุดซุปเปอร์แมนก่อน ถึงจะบินได้) Competancy ทำให้องค์กรดำเนินงานไปได้ตรงตามวัตถุประสงค์ Competancy ทำให้องค์กรสะกดคำว่า Success ได้ถูกต้อง Competancy ไม่มีจุดสิ้นสุด หยุดนิ่งไม่ได้
ชอบความคิดที่อาจารย์บอกเกี่ยวกับผู้บริหารอย่างหนึ่งคือ อาจารย์บอกว่า ก่อนอื่นเลย ผู้บริหารต้องเข้าใจตนเอง (หน่วยงานของตนเอง) ก่อน อย่าเพิ่งไปเต้นตามสิ่งที่คนรอบข้างพูด หรือต่อว่า (ให้ใจเย็น และพิจารณาคำต่อว่าที่ได้รับ กับพิจารณาบทบาทที่ถูกต้องของตนเอง หากเรากระทำตามบทบาทที่ถูกต้องแล้ว เราก็จะสามารถอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นต่อสาธาณชนได้ พร้อมกับเปิดใจกว้างพิจารณาปรับปรุง แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย) ผู้บริหารต้องเป็นเหมือนหมอแมะ ที่สามารถจับจุดชีพจรคนไม่สบาย แล้วบอกได้ว่าเป็นอะไร ตรงไหน แล้วรักษา (แก้ปัญหา) ได้ตรงจุด เฉพาะจุดนั้น (คือจับจุดที่จะต้องดำเนินการได้ point of action)
หากผู้บริหารสามารถบริหารทรัพยากรทุนมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม หน่วยงานหรือผลผลิตก็จะประสบความสำเร็จ อย่างหอสมุดเราก็น่าจะเป็น Good to Great อย่างที่อาจารย์สรุปหนังสือเล่มหนึ่งให้ฟังได้ นึกอะไรออกจะมาเพิ่มเติมค่ะ
2 thoughts on “แนวคิดและหลักการ : การบริหารทุนมนุษย์และองค์การ”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
อ่านแล้วเพลิน ชวนให้คิด
อ่านไปอ่านมารู้สึกว่าเข้าข่ายจิตวิทยานิดหน่อยค่ะ หนูชอบ