เมื่ออาทิตย์ก่อน มีผู้ใช้บริการมาถามหาหนังสือ และต้องการค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับ “สัตตศิลา” จึงได้ค้นคว้าให้ผู้ใช้บริการ พบว่า ไม่มีหนังสือเล่มนี้ ที่เขียนโดย ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ อยู่ในห้องสมุด (หนูเล็กพิจารณาตามหาให้ีด้วยนะ) ….ทีแรกคิดว่าเป็นเรื่องใหม่ที่เรายังไม่รู้ เพราะต้องยอมรับว่าไม่คุ้นหู คุ้นตาเลย แต่พอค้นคว้าแล้วถึงได้รู้ว่า เป็นเรื่องเืกือบเก่าแล้ว… ทีนี้เลยเอาตนเองเป็นที่ตั้ง…คิดว่าอาจมีเพื่อน ๆ บางคนยังไม่รู้จักเหมือนกับเรา  จึงขอสรุปเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ อ่่านด้วย…
สัตตศิลา ถ้าจะแปลตรงตัว ก็คงแปลว่า  เสาหิน 7  หลัก และก็น่าจะตรงกับ ความหมาย และใจความหลัก ที่ ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ ซึ่งได้รับทุนวิจัยจาก สกว. ปี 2548  ทำการวิจัยบูรณาการเรื่อง การเปลี่ยนผ่านการศึกษา (Education Transformation)  ต้องการสรุปผล หรือสร้างผลึกของการวิจัยนั้น    หลักทั้ง 7 ของสัตตศิลา ได้แก่
หลักที่ 1 คุณลักษณะผู้เรียนที่พึงประสงค์  (4 ร )
ร 1  รู้ทัน นำโลก  ได้แก่ ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการใช้และจัดการความรู้ ทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหา ทักษะทางภาษาและการสื่อสาร
ร 2  เรียนรู้ชำนาญเชี่ยวชาญปฏิบัติ  ได้แก่ การคิดใหม่ คิดสร้างสรรค์  และจิตมุ่งคุณภาพมาตรฐานและความเป็นเลิศ
ร 3   รวมพลังสร้างสรรค์สังคม  ได้แก่ การทำงานแบบร่วมมือ และสร้างเครือข่าย  ความสามารถในการจัดการ  ความอดทนที่จะไปสู่สิ่งที่ยาก  และการเห็นแก่ส่วนรวม มีความเป็นธรรม
ร 4  รักษ์วัฒนธรรมไทย  คือมีความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทย
หลักที่ 2 การพัฒนาสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Benchmarking)  โดยหาองค์กรต้นแบบที่มีการปฏิบัติงานเป็นเลิศ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างหรือเป็นตัวอ้างอิงในการเทียบเคียง
หลักที่ 3 การบริหารจัดการแบบบูรณาการ (iBMS)  มีองค์ประกอบย่อยที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบองค์รวม สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้เรียน  ได้แก่ การวางจุดมุ่งหมายที่ต้องการ มีการทำ SWOT ประเมินความต้องการและความสำเร็จของสถานศึกษา  มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารที่มีตัวชี้วัดผลสำเร็จของแต่ละงาน  มีการบริหารจัดการ โดยใช้ MSPA เป็นตัวขับเคลื่อน  (M – Mobilization คือการระดมทรัพยากร S – Strategy คือการใช้กลยุทธ์ P- Participation คือ การมีส่วนร่วม A- Autonomy คือ ความเป็นอิสระในการสร้างความโดดเด่นทางวิชาการ) และการติดตามกำกับ ประเมินผลตามตัวชี้วัด เพื่อปรับปรุงแก้ไขจนบรรลุจุดมุ่งหมาย
หลักที่  4 การจัดหลักสูตรที่พัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ  เป็นการจัดหลักสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งมีศักยภาพ และความสนใจต่างกัน โดยยิดหลัก Fun, Find, Focus, Fullfillment
หลักที่  5 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ที่เหมาะสมกับวิชาที่มีจุดประสงค์ของการเรียนแตกต่างกัน  โดยใช้รูปแบบ  CRP
C = รูปแบบการเรียนการสอนแบบตกผลึก
R= รูปแบบการเรียนการสอนแบบใช้วิจัยเป็นฐาน
P = รูปแบบการเรียนการสอนเชิงผลิตภาพ
หลักที่ 6 การพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศ  (NET)  ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีขั้นตอนตั้งแต่การกำหนดเรื่อง  การเข้าถึงสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ และการบูรณาการ
หลักที่ 7 บทบาทของผู้เกี่ยวข้อง ในการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งรวมทั้ง  โรงเรียน ครู ครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน  ซึ่งมี  3 บทบาท  (3M)
M1 : Moral Supporter = บทบาทของผู้ให้กำลังใจ
M2 : Monitor =  บทบาทของผู้ใส่ใจกำกับ
M3 : Mentor = บทบาทของผู้สนับสนุนส่งเสริม
อ่านของคนโน่น คนนี้แล้ว..คิดว่า น่าจะรวมเรียกเสาหินทั้ง 7 หลัก  นี้เป็นศิลาจารึกที่มี 7 ด้านได้หรือเปล่า  (คิดเอาเองนะ ตัวเองก็ยังไม่เคยอ่านตัวเล่มของ ศ.ดร.ไพฑูรย์ เหมือนกัน)  เพราะน่าจะใช้เป็นคัมภีร์ให้สถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระดับโรงเรียน หรือระดับอุดมศึกษา เป็นคู่มือในการจัดการสถานศึกษา และพัฒนาผู้เรียน ในยุคสารสนเทศ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านการศึกษาเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ได้อย่างยั่งยืน…วันนี้เขียนยาวไปหน่่อยนะคะ
หนังสือที่ส่งให้หนูเล็กตามหาให้ด้วยคือ
1. ไพฑูรย์ สินลารัตน และคณะ.  คู่มือการเปลี่ยนผ่านการศึกษาตามหลักสูตรสัตตศิลา.  กรุงเทพฯ :  บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด.  2550.
2. ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ.  สัตตศิลา : การเปลี่ยนผ่านการศึกษาเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  2549.

4 thoughts on “สัตตศิลา

  1. รู้สึกว่า ช่วงเวรวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่อ้อเป็นหัวหน้าเวรจะมีผู้ใช้มาค้นหนังสือที่เขียนโดย อ. ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ด้วยเหมือนกันเป็นเรื่อง รูปแบบการเรียนการสอนแบบใช้วิจัยเป็นฐาน ค่ะ ช่วงนี้นักศึกษาป. โทน่าจะกำลังทำบทที่ 2 อยู่ มาหาทฤษฎีเกี่ยวกับการศึกษากันมาก

  2. น่าจะใช่เรื่องเดียวกันนะอ้อ เพราะเป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนการสอนในหลักที่ 5 แล้วงานนี้เป็น primary source ของปรมาจารย์ที่สามารถใช้อ้างอิงได้เป็นอย่างดีเลย

  3. สัต หรือ สัตตะ แปลว่า เจ็ด ได้ยินคำนี้บ่อยๆ คือ สัตตบงกช เคยขับรถผ่านมีบ้านใช้ชื่อว่า สัตตคาม ชี้ให้ลูกดูว่าแล้วบอกว่าในรั้วนี้คงมีบ้านเจ็ดหลัง เป็นคำศัพท์เอาไว้สอนลูกได้ค่ะ บรรณารักษ์ทั้งหลายทราบแล้วเปลี่ยน

  4. รับทราบ..ครับผ๊ม..
    เป็นหนังสือปีเก่าแล้ว…จะลองตามดูนะขอรับ
    หญิงเล็ก

Leave a Reply