อาทิตย์ที่แล้วคุณพี่แมวพาพวกเราทีมดาวกระจุยไปเมืองกรุง หะแรกกะว่าจะเบี๊ยว แต่ก็เกรงใจีเกรงใจไปกัน ออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้าไก่ยังไม่โห่ เพราะโห่ไม่เป็น ได้แต่ขัน แต่ก็ไม่ขันเพราะหนาวจับจิต ขนาดเป็นวันหยุดนะเนี่ย
งานทำแบบจิตอาสา ว่าจะเชียนให้อ่านตั้งแต่งานองค์พระฯ กับตอนที่คุณหนูใหญ่แถลงไขเรื่องเงินโอที ซึ่งบอกกับพี่น้องใกล้ตัวว่าบางครั้งคงต้องทำงานแบบจิตอาสากันบ้าง แค่มีข้าวกินก็โอเคแล้ว สมัยเรียนหนังสือไปออกค่ายเป็นเดือน แต่ก็มีคนแย้งว่ามีภาระต้องูแล ก็ใช่อีก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะไม่ได้หมายความว่าต้องทำแบบนั้นตลอดไป  บางวาระสักวัน สองวันก็น่าจะมีจิตศรัทธา หรือบางคนก็ทำบ่อยๆ จนชินเห็นเป็นเรื่องธรรมดาก็มากมีในห้องสมุด
ส่วนตัวข้าพเจ้าและหลายๆ คนไปสุขสบายที่ศาลายากันเสียสองวันเต็มๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นเยี่ยงไร พอเย็นวันศุกร์พบคุณพี่ๆ ก็บอกว่าเตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมอบตำแหน่งเจ๊าะแจ๊ะ สะแหลนแจ๋นให้
และแล้วรวมดาวกระจุยกันแต่เช้า ถึงปลายทางเ็จ็ดโมงกว่า ภารกิจก็เริ่มขั้นตั้งแต่ยกของ ขนของ ที่เตรียมพร้อมออกศึก ตั้งแต่ยังหนังสติ๊ก จนถึงคอมพิวเตอร์ ใครอยากได้อะไรมีโหม้ด
การไปทำงานกับคนแปลกหน้าก้ดีไปอย่างทำให้เรามีประสบการณ์มากมาย มีทั้งเรื่องถูกใและไม่ถูกใจ อันนี้หมายถึงทั้งเราและเชา แต่หากใครนำบทเรียนของการทำงานแต่ละครั้งไปสอนใจ ปรับตัว ปรับใจ คนนั้นก็จะได้มากกว่า และถือเป็นกำไร เป็นต้นทุนที่ไม่ต้องลงทุน เพียงแต่อาศัยสติปัญญา การรับฟัง การไตร่ตรอง  และการฉุกคิด
แต่ก่อนมักปฏิเสธไม่ทำงานกับคนที่ศรศิลป์ไม่กินกัน แต่มีคนที่เคารพและรักมากๆ ถึงสองคนเตือนว่าหากเราใช้ชีวิตแบบนั้น จะทำให้ขาดการเรียนรู้อีกแบบหนึ่่งและเราจะได้คำตอบไม่ครบ ไม่รอบด้าน จึงเชื่อฟังมาโดยตลอด เดี๋ยวนี้ยิ่งอายุมากขึ้น ความรู้สึกเฉยๆ ไม่มีบวกหรือลบกับใครทั้งนั้น ว่ากันเป็นเรื่องๆ ดีแบบนี้ก็อาจไม่ดีอีกแบบ ไม่ดีแบบนี้แต่อาจจะดีอีกแบบ
แต่หากเราคิดว่าไม่ดีเลยในสายตาเรา  แสดงว่าเรามองเขาในด้านเีดียว และเขาก็อาจมองเราแบบนั้น หรือหากเรายืนยันคามความคิดเรา การไม่กล่าวถึงไม่ว่าจะเป็นแง่ไหน เป้นสิ่งที่เลือกใช้ ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดที่คิดแบบนี้
ดาวกระจุย ทำงานแบบดาวกระจาย คือแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบว่าใครทำอะไร มีการประสานงานกันตลอด จึงตอบปัญหาแทนกันได้ แต่จะไม่ก้าวก่าย เช่น ทีมกระจุย 1 มีพี่หน่อย น้องรส และน้องเขียด ทั้งสามคนก็จะมีงานย่อยๆ ของตน ซึ่่งทุกคนรู้ แต่ไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่สามารถทำงานแทนและตอบคำถามได้ ส่วนทีมกระจุย 2 มี น้องอ้อ น้องเอ๋และน้องน้อง ซึ่่งไม่ต่างกัน ไม่ต้องรอถาม ไม่ต้องมีหนึ่งเดียวคนนั้น
ระหว่างการทำงาน ตรงไหนติดขัดก็บอกกัน เสียงดัง เบา ดุ ชม ได้ยืนประปราย แต่งานก็งาน และทุกอย่างต้องมีการปรับแก้ตามสถานการณ์ เพราะเราเริ่มจาการนับหนึ่งไปพร้อมกัน จนถึงเก้า  ที่ให้งานเราก้าวหน้าไปด้วยดี จนลงตัวและถือว่าเป็นกรรมวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งหมายความว่าทุกคนรู้ ตอบได้ ทำงานแทนกันได้ จนถึงช่วยกันแก้ปัญหาได้
ส่วนหน้าที่ของข้าพจ้าต้องทำงานกับอารมณ์ของผู้ใช้บริการล้วนๆ ซึ่งทุกคนอยู่ในสภาพ “ไม่รู้” หรือ “เข้าใจผิด” รวมทั้งต้องการความช่วยเหลือ ตลอดเวลา ซึ่งก็เหมือนกับนางงามที่ต้องขึ้นเวที มีหลายเรื่องที่ชวนหงุดหงิดมากมาย เพราะแค่เขาทำไม่ถูกใจเรา  แค่เขามีท่าทีที่เราไม่ชอบ ฯลฯ แต่กับผู้ใช้บริการไม่ได้ พวกเราต้องฟังเขา ปัญหานานาล้วนมี แต่ที่มีล้วนมีทางออก  และบางครั้งทางออกนั้นก็ไม่ใช่อำนาจของเรา หากพบแบบนี้คุณพี่แมวรับไป
บทเรียนที่ได้คืองานนี้มีการแบ่งงานออกไป แบบดาวกระจาย แต่ตัวเราเองรู้สึกว่าฟ้าคงจะกว้างไป เลยกระจายไปทั่ว ไม่มีกลุ่มดาวที่เมื่่่อมองแล้วชวนฝันหา ไม่มีจุดศูนย์รวมของจักรวาล มีแต่ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงที่นับรวมถึงพวกเราด้วย
ส่วนตัวมีโอกาสได้พบกับผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน เนื่่องจากมีสายสัมพันธ์ุที่ดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สายใยเล็กๆ แบบนี้เป็นสะสมจากงาน หรือการพูดคุยที่ล้วนเชื่อมโยงกับงานในห้องสมุด กับความคิดที่เรามี กับการขอข้อชี้แนะ ฯลฯ  ซึ่งเกิดจากเพื่อน เพื่อนของพื่อน เพื่อนของอาจารย์  อาจารย์ของเพื่อน จนถึงในโลกของออนไลน์ และทุกครั้งก้ไม่ผิดหวัง
น้องๆ ที่ไปถือคนในยุคต่อไป ลองมาเทียบเคียงกับการทำงานในห้องสมุดเราสิว่า จะเลือกมุมตรงไหนมาใช้กับชีวิตปัจจุบัน และกับอนาคตข้างหน้า
การมีสายสัมพันธุ์มีความจำเป็นมากในการใช้ชีวิต  อย่าปิดตัวเอง อย่าสกัดกั้นความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ด้วยการคิดไปเอง เพราะจะทำให้วนเวียนอยู่ในโลกเดิมๆ การให้และสร้างโอกาสให้กับตัวเอง โดยไม่ต้องใช้เพื่่อนเป็นบันไดทุกคนทำได้ ส่วนตัวแล้วเอาใจช่วยและยินดีแบ่งปัน ที่เหลือก้คงคำเดิม  ตัวเราทั้งนั้นที่ต้องขยันและอดทน
สองวันได้ประสบการ์ที่มากมายและล้นเหลือเล่าสามวันสามคืนก็ไม่จบ แต่งานนี้จบแล้ว ทีมดาวกระจุยก็ต้องขีดเส้นใต้จบพร้อมกัน ไม่อยากรับซาลาเปาเพิ่ม เพราะพอแล้ว อิ่มแล้ว
ขอบคุณค่ะพี่แมว …แต่คงพอแล้ว
ที่เขียนน่ะความจริงจะชมว่าหวกเราน่ะมืออาชีพ  ไหงกลายเป็นบ่นอะไรก็ไม่รู้ ทนอ่านหน่อยแล้วกัน ส่วนท่านใดจะเม้นท์อย่าได้เผลอไปเขียนนะว่าไปงานไหนมา  และไปแค่สองวันยังมีคนซ้อขนมมาฝากบอกว่าขอบตุณที่เข้าใจและช่วยเหลือ แหม….เล่นเอาปลื้มซะ

6 thoughts on “ดาวกระจุย ปะทะดาวกระจาย

  1. และแล้วทุกอย่างก็ปรู๊ด…แม้บางครั้งอาจจะปรี๊ดไปบ้าง…จริงมั้ยคับ..คุณพี่

  2. ปรู๊ดดดดดดดดดดดอยู่แล้วน้อง พี่น่ะนะ..คัดสรรดาวมากับมือเลยจะบอกให้

  3. เล่าแจ้งให้ชื่นใจ ประโลมใจ ก็วันแรกที่ทำงานก็วันที่ 7 หลังจากทีมกระจุย 2 กลับแล้ว ทีมกระจุย 1 และพี่แมว ต้องทำหน้าที่ต่อจนถึง 5 โมงเย็นตามกำหนดในเอกสาร (พร้อมสำหรับผู้เข้าร่วมงานมาถึงเวลาใด สามารถดำเินินการตามสิ่งที่ประสงค์ได้เลย) พวกเราทั้ง สี่ คนได้รับฟังคำพูด จากผู้ที่จะร่วมงานครั้งนี้ว่า “ปีนี้การลงทะเบียนเรียบร้อยดี”
    วันทร่ 9 ก็วันที่ 3 ของงาน ได้รับคำชมจากท่านพี่ผู้ครำ่หวอดในวงการของเรา และทำงาน ณ สถานที่นี้มาโดยตลอด กล่าวว่า การลงทะเบียนครั้งนี้…(จำคำพูดไม่ได้ แต่ดีก็แล้วกัน) ท่านบอกให้เพือ่นของท่านที่เดินตามกันมาด้วย และยังบอกว่าน่าจะขอไปศึกษาการทำงานนะ แค่นี้พี่แมวก็ยิ้มแก้มแตกเลยแหละ 8 คน รวมพี่แมว จากหอสมุด มศก. นครปฐม ทำงานแล้ว มีคนเห็นและชม ก็พอใจแล้ว ส่วนขนมไม่ได้ไปรับจากน้องเขา เพราะเข้าใจผิด นึกว่าที่ปองยกถุงให้ดูนั้นเขาให้ทุกคน (ฮ่า ฮ่า) ทราบว่าท่านอุปฯ ก็ได้ 1 ห่อด้วยล่ะ แสดงว่าน้องเขาให้ทั้ง 3 คนคนละ 1 ห่อ (ท่านอุปยังบอกว่าน้องเขามีตังค์ซื้อขนมให้ ทราบเมื่อวันลำดับที่ 3) จากการได้ค่าอาหารเย็นคนละ 50 บาทสำหรับทีมกระจุย รวมพี่แมวเป็น 4 คน เย็นวันที่ 7 ได้พาน้องๆไปทานอาหารที่ร้าน kinaree มีอาหารเจสำหรับพี่หน่อยด้วย อาหารอร่อยสำหรับคอที่กินรสชาวต่างชาติ หะแรก จะกินโกเด้ง ข้างถนนนั่นแหละ แต่น้องรส บอกว่า แหมมากรุงเทพฯ ทั้งทีกินโกเด้งได้ไง ฮ้า เป็นไงเป็นกัน เอาก็เอาว่ะ ก็เลยเป็นกินรีไง บ่ายวันนี้ต้องสรุปงานอีก อย่าๆๆขออีกครั้งปีหน้า น่าไหนๆๆก็ไหนๆๆ เพื่อศิลปากรของเรา

  4. คุณพี่แมวขาาาาาา…หนูน่ะประเภทดูร้าย แต่ไม่ร้าย ถึงจะชอบทำหน้าแอ๊บแบ๊วก็เถอะค่ะ อย่างว่าล่ะค่ะเราไปทำอะไรที่ไหนคนก็รัก คนก็ชอบ….อยากให้ทำงานด้วย เพราะออกจะ Perfect ซะปานนั้น ปีหน้าคว้าใหม่ สบม.ยห.
    แต่แหม…กินข้างที่ร้านกินรี ว๊าวววว… ครั้งหน้าขอเป็นอาหารจีนในโรงแรมนะคะๆๆๆ จุ๊บจุ๊บ ล่วงหน้าค่ะ

  5. วันที่ 23 ธันวา จะแกงฮังเลมาให้กินก่อนแล้วกัน (ส่วนที่จะกินในโรงแรมขอเก็บตังค์ก่อน) และสามารถตักใส่ถุงกลับบ้านได้ด้วย ถ้าไม่หมดก่อน หลายๆๆคน บอกว่าพี่แมวแกงฮังเลอร่อย ก็แหงล่ะ เป็นที่รู้กัน สำหรับแกงโฮะ ขอติดไว้ก่อน อย่าลืมบอก สะมะเกียรติ มากินข้าว แกงฮังเลด้วยล่ะ ที่ปรึกษาหอสมุด อ้อ ดร.วรพจน์ด้วยนะ ท่านไปไหน ไม่เห็นหน้านานแล้วนะ

  6. เตรียมล้างท้องรอ….ข้าวเหนียวไปซื้อแถวนี้คงมี และจะบอกทั้งสองคนให้ค่ะ ขอรายงานว่าคนแรกน่ะเห็นทู๊กวัน คนหลังน่ะต้องออกตามหา… (ลาภปาก)

Leave a Reply