นครปฐมโมเดล

“ปั้นเยาวชนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านจิต ปัญญา วิชาการ”
โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 หนังสือพิมพ์สยามรัฐนำเสนอข่าวในหัวข้อ “นครปฐมโมเดล : ทำดีมีที่เรียน ไม่ง้อ “แอดมิสชั่นส์”

สรุปได้ความดังนี้ ในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา บางท่านคงเคยได้ยินแนวคิดใช้คะแนนความดีคัดเด็กเข้าเรียน จุด หมายสำคัญคือการกระตุ้นให้เยาวชนตระหนักถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นมนุษย์ มากกว่าแค่การเรียนเก่ง เป็นที่หนึ่งทางวิชาการเท่านั้น ซึ่งผลพลอยได้จะช่วยลดภาวะความตึงเครียดในการแข่งขัน และลดการเข้าหาสถาบันกวดวิชาลง
นายอธิวัฒน์ พันธ์ประชา รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต1 ฉายภาพของโครงการ “นครปฐมโมเดล” (Nakhonpathom Model) ว่า “เราตระหนักว่าสังคมและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง วุ่นวาย จึงคิดว่าควรมีโครงการ และกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนในจังหวัด โดยมุ่งเน้นด้านคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริตรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประหยัดกตัญญู มีความเป็นผู้นำ อนุรักษ์พัฒนาสิ่งแวดล้อม ไม่เกี่ยวข้อกับยาเสพติดทุกชนิด คุณลักษณะเหล่านี้จะถูกปลูกฝังผ่านโครงการต่างที่เขตพื้นที่ฯ จัดขึ้น อาทิ โครงการวิถีพุทธ โครงการค่ายพุทธบุตร โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการน้ำใสทั่วไทยดุจน้ำพระหทัยราชินี โครงการยุวชนประชาธิปไตย โครงการสภาเด็กและเยาวชน เป็นต้น”
จากนั้นเขตพื้นที่ฯ ได้ต่อยอดด้วยการส่งเสริมให้เด็กเก่ง ดี มีคุณธรรม ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคี มหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ภายใต้โครงการการรับนิสิต นักศึกษา โควตาพิเศษ สำหรับผู้มีคุณธรรมและบริการสังคม โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก!!!
เน้น คุณสมบัติ 4 ด้าน คือในด้านความเป็นผู้นำ มีคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกันทำงานต่อต้านยาเสพติด อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เริ่มแรกในปี 2549 คัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำนวน 92 คน ต่อมาปี 2550 ม.เกษตรศาสตร์ ได้ขยายผลไปยังจังหวดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี มีนักศึกษาผู้มีคุณธรรมเพิ่มขึ้นเป็น 102 คน ปี การศึกษา 2551 ม.เกษตรศาสตร์ ยังคงเป็นเจ้าภาพรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ 70คน แต่มี ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เข้าร่วมด้วยเปิดกว้างรับนักศึกษา 31 คน ศึกษาต่อในคณะวิศวกรรม 19 คน และคณะศึกษาศาสตร์ 12 คน ซึ่งโครงการถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุด
ผศ.ดร.ปาเจรา พัฒนถาบุตร รองคณบดี คณะวิศกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ศิลปากร กล่าวถึงศักยภาพของนักศึกษาในโครงการนี้ว่า ส่วนใหญ่ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้ และใส่ใจการเรียนดี มีคะแนนเฉลี่ยสะสม อยู่ที่ 2.00-2.49 คิดเป็นร้อยละ 58.82 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ที่สำคัญมีความประพฤติดี อย่างไรก็ตาม เราต้องเสริมด้านวิชาการมาก เพราะเด็กที่เรียนวิศวะกรรมต้องมีพื้นฐานวิทยาศาสตร์และการคำนวณที่ดี เพื่อจะไม่มีปัญหาทางการเรียน
ขณะที่ผู้เรียน  “สมชาย วัฒนปฐมทรัพย์” นักศึกษาสายวิศวกรรมฯ หนึ่งในตัวอย่าง ของนครปฐมโมเดล เปิด ใจว่า ที่เข้าร่วมโครงการนี้เพราะไม่อยากเครียดกับการสอบแข่งขัน อีกอย่างเป็นเด็กกิจกรรมก็น่าจะเป็นโอกาสเหมือนกัน และก็ยอมรับว่าเลือกคณะที่เข้ายาก แต่ความชอบก็เตรียมมาอย่างดี ซึ่งเมื่อเข้ามาเรียนได้แล้วก็ต้องตั้งใจเรียนมากขึ้นไปอีก
…ในปีการศึกษา 2552 นี้ “นครปฐมโมเดล” มี ภาคีมากขึ้นทั้งอีสาน เหนือและใต้ เช่น ม.ขอนแก่น ม.นเรศวร และ ม.สงขลานครินทร์ ที่แข็งขันอาสาร่วมโครงการ ทำให้มี โควตาเด็กดีในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งยังผลในระยะยาวที่ประเทศชาติ จะคนที่สมบูรณ์  “เก่ง ดี มีคุณธรรม”
และเมื่อวันที่ 5  สิงหาคม หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการการศึกษา ที่เสนอให้ใช้ นครปฐมโมเดล ในการก้ปัญหาการศึกษา ซึ่งจากการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดเสวนา 6 ครั้ง และศึกษาวิจัยจากโพลล์หลายสำนัก ดูงานการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ จนกระทั่งพบทางออกที่เชื่อมั่นว่าจะสามารถ “ปลดล็อก” ปัญหาการศึกษาชาติได้
ปัญหาการศึกษาชาติ ที่ต้องแก้ใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.ปรับปรุงหรือรื้อระบบสอบคัดเลือกทุกระดับ 2.อุ้มเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาให้ได้เรียนหนังสืออย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม และ 3.พัฒนาครูทั้งระบบ”
ยกเลิกหรือ โละ! ระบบสอบคัดเลือกทุกระดับชั้น โดยเฉพาะระบบการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เพราะการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเป็นบันไดขั้นสุดท้ายที่บีบให้บันไดขั้น ล่างต้องเดินตามช่องเดียวตลอด คือ ระบบแพ้คัดออก เพราะแม้ระบบแอดมิชชั่นส์จะให้น้ำหนักผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรม.ปลาย เพื่อลดความเครียดจากระบบเอนทรานซ์เดิม แต่ไม่รับเด็กที่คิดดีทำดี บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ทำให้ไม่สามารถไปบรรรลุการสร้างคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
ซึ่งการจัดการศึกษาจุดมุ่งหมายและหลักการต้องยึดคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ  ตามพ.ร.บ.การศึกษา 2542 หมวดที่ 1  เราต้องผลิตนักเรียน นักศึกษาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ปัญญา สังคม  อารมณ์ แต่ที่ผ่านมาผลิตเฉพาะคนเก่งในตำราท่องจำมาสอบ ทำให้ละเลยเด็กที่มีพฤติกรรมดี คิดดี ทำดี เด็กที่ช่วยครอบครัว ช่วยชุมชน ช่วยงานครู ช่วยงานโรงเรียน โดยต้องทำความเข้าใจตรงกันว่า คุณภาพผู้เรียนต้องหมายถึงจิตสาธารณะ จิตอาสา คุณธรรม จริยธรรม คิดเป็น ทำเป็น หรือมีทักษะชีวิตด้วย
กรรมาธิการการศึกษาจึงเสนอใช้โมเดลนครปฐม ซึ่งมีการใช้ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการแก้ปัญหาการศึกษา เพราะจากการรับนักเรียน นักศึกษาที่คิดดี ทำดี มีคุณธรรม เข้ามาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม โดยพิสูจน์มาแล้ว  3-4 ปี ปรากฏว่าสามารถไปตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพของผู้เรียนได้ ทั้งทางด้าน จิต ปัญญา และวิชา ซึ่งสามารถแน่ใจได้เมื่อเมื่อจบการศึกษาออกไปประกอบอาชีพ นักศึกษาเหล่านี้จะกลายเป็นพลเมืองที่มีความ ซื่อสัตย์ เสียสละ เข้มแข็ง
สรุปความจาก : สยามรัฐ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552
สรุปความจาก : คมชัดลึก วันที่ 5 สิงหาคม 2552  หน้า 7

One thought on “นครปฐมโมเดล

  1. โมเดลนี้กำลังฮิตในวงการศึกษา แต่ดูเหมือนว่าเราไม่ค่อยรู้ทั้งๆ ที่อยู่ในจังหวัดเรา

Leave a Reply