มือใหม่ : หัดปลูกแคคตัสเป็นงานอดิเรก

 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เวลา 9.00 – 16.00 น.  ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการเพาะ ขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงแคคตัส ซึ่งจัดขึ้นในงานมหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์ ระหว่างวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2562 ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ได้ฟังการบรรยายจากท่านวิทยากร สาธิตวิธีการต่าง ๆ และลงมือทำด้วยตนเอง สนุก ได้ความรู้ และยังได้ต้นแคคตัสและวัสดุปลูกกลับบ้านมาด้วย 
 
ผู้เขียนเคยปลูกแคคตัสมาบ้างแล้ว แต่ไม่มีความรู้เท่าที่ควร และบางครั้งไม่มีเวลาจึงปล่อยปละละเลย ทำให้ตายไปบ้าง และไม่ค่อยออกดอก แต่ก็ยังซื้อมาปลูกเรื่อย ๆ เพราะชอบ
 

การปลูกแคคตัส หรือกระบองเพชร หรือตะบองเพชร จะถือว่าง่ายก็ง่าย หรือจะถือว่ายากก็ยาก ขึ้นอยู่ว่าเราเข้าใจธรรมชาติของเขาหรือไม่ และดูแลรักษาให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเขาหรือไม่
 
แคคตัส เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความทรหดอดทนต่อสภาพแวดล้อม เจริญเติบโตได้ในหลายพื้นที่ หลายสภาพอากาศ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของแคคตัส เช่น ทะเลทราย ชายฝั่งทะเล บริเวณทุ่งหญ้า ในป่าที่มีความชื้นสูง ที่ที่มีอากาศหนาว แคคตัสมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกา จนถึงกลางศตวรรษที่ 15 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสได้นำเข้ามาในทวีปยุโรป จนนิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันอย่างแพร่หลายทั้งในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก มีการเพาะพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ให้สวยงามจนถึงปัจจุบัน
  
 
แคคตัส มีหลายสายพันธุ์และมีรูปร่างแตกต่างกันไปมากมาย เช่น ทรงกลม ทรงกระบอก มีทั้งที่ขึ้นเป็นต้นเดี่ยว ๆ และที่ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม มีขนาดต่างกันตั้งแต่ขนาดเล็กที่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นไม้ประดับ จนถึงขนาดใหญ่ที่มีความสูงกว่า 24 เมตร
พืชประเภทแคคตัสจะมีลักษณะ คือ

  • ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ ผิวลำต้นคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง มีส่วนประกอบที่เรียกว่าตุ่มหนาม
  • ไม่มีใบที่แท้จริง เพราะใบลดรูปกลายเป็นหนาม เพื่อช่วยลดการคายน้ำและป้องกันอันตรายของต้น ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่ยังมีใบให้เห็นอยู่
  • ดอกเป็นแบบไม่มีก้านดอก ดอกมักเกิดจากตาดอกที่บริเวณตุ่มหนาม ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่อาจมีตาดอกบริเวณอื่นของลำต้น ดอกมีรูปร่างต่างกัน เช่น รูปกรวย รูประฆัง รูปจาน หรือมีลักษณะเป็นหลอด
  • ผลของแคคตัส โดยมากจะมีสีสันสดใส รูปร่างเป็นทรงกลม ทรงกระบอก หรือรูปไข่ ผิวมันเรียบ มีขนหรือมีหนามปกคลุม หรือมีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนทับกัน เนื้อในผลมีลักษณะนุ่ม ใส คล้ายวุ้น และมีเมล็ดปนอยู่ในเนื้อ

  
ในการปลูกแคคตัส จะต้องใช้วัสดุปลูก ซึ่งจะนำมาผสมกัน เพื่อให้ได้วัสดุปลูกตามที่เหมาะสมกับแคคตัส วัสดุที่นำมาเป็นวัสดุปลูกมีหลายชนิด เช่น

  • ดิน ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวที่มีลักษณะร่วมซุย น้ำซึมผ่านได้ดี
  • พีทมอส เป็นวัสดุที่เกิดจากการผุพัง ทับถมของพืชจำพวก Sphagnum moss มีสารอินทรีย์ที่เป็นอาหารพืช และสามารถอุ้มน้ำได้ดี
  • เพอร์ไลท์ เป็นวัสดุธรรมชาติที่เกิดจากการสลายตัวของหินภูเขาไฟ มีสีขาวอมเทา ได้มาจากลาวาของภูเขาไฟ มีลักษณะเป็นเม็ดเล็ก ๆ มีน้ำหนักเบา เอาไว้เป็นที่ยึดเกาะของรากพืช
  • ขุยมะพร้าว ใบไม้ผุ เมล็ดฝ้าย เปลือกถั่ว ขี้เลื่อย แกลบคั่ว
  • ถ่านป่นซึ่งเป็นถ่านดำนำมาทุกให้แตกเป็นก้อนเล็ก ๆ
  • ปูนขาว เพื่อช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น
  • กระดูกป่น
  • เวอร์มิคูไลท์ มีสีน้ำตาลแบน ๆ เป็นชั้น ๆ สามารถอุ้มน้ำได้ดี ทำให้วัสดุปลูกมีความชื้น ไม่แห้ง
  • ทรายหยาบขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว
  • ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก
  • ดินญี่ปุ่น เป็นดินที่ทำมาจากธรรมชาติ มีแร่ธาตุสูง
  • หินภูเขาไฟหรือหินพัมมิส เป็นหินแร่แถบภูเขาไฟ จะมีโพรงอากาศอยู่ภายใน 


 
สูตรผสมวัสดุปลูก ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบ ความเหมาะสมกับสถานที่ปลูก หรือแล้วแต่จะหาวัสดุปลูกได้ ซึ่งต้องดูคุณสมบัติของวัสดุปลูกให้ผสมกันแล้วมีความโปร่ง น้ำซึมผ่านได้ดี มีธาตุอาหารที่พืชต้องการ เช่น

  • ดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน ใบไม้ผุหรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน อาจผสมกากถั่ว ปุ๋ยคอก กระดูกป่น
  • ดินร่วน 3 ส่วน ถ่านเกล็ด 1 ส่วน ขุยมะพร้าว 1 ส่วน ปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน
  • ดินร่วน 1 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน พีทมอส 1 ส่วน หินภูเขาไฟ 1 ส่วน เพอร์ไลท์ 1 ส่วน

 
 
การขยายพันธุ์แคคตัส ทำได้ 3 วิธี ได้แก่

  1.  การเพาะเมล็ด โดยใช้เมล็ดเล็ก ๆ ที่อยู่ในผลสุกเต็มที่ นำมาล้างน้ำเอาเมือกออกให้หมด นำไปผึ่งให้แห้งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท จากนั้นโรยเมล็ดลงบนวัสดุปลูก
  2.  การตัดแยกจากต้น กิ่ง หรือหัวย่อย 
  3. การต่อยอด นิยมทำกับแคคตัสพันธุ์ที่มีสีสันต่าง ๆ ที่ไม่ใช่สีเขียว

 

   
       

แคคตัสเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย การให้น้ำไม่จำเป็นต้องรดบ่อย จะทำให้รากเน่า ให้รดน้ำประมาณ 3-4 วันต่อครั้ง หรือดูว่าดินแห้งค่อยรดน้ำ แต่เป็นพืชที่ต้องการแสงแดด จึงควรให้ได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ หากนำไปไว้ในที่ร่ม แคคตัสจะยืดตัวเพื่อหาแสง ทำให้ทรงไม่สวย ไม่เป็นทรงกลม หรือตายได้ หากเลี้ยงในที่ร่ม ควรนำออกไปรับแสงแดดบ่อย ๆ
 
เหตุผลที่ผู้เขียนชอบปลูกแคคตัสเป็นงานอดิเรก เป็นพืชที่มีทรงต้นหลากหลาย มีดอกที่มีสีสันสวยงาม ดอกมีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่น สีแดง สีขาว สีชมพู สีเหลือง สีส้ม ผู้เขียนได้ลองหัดขยายพันธุ์ด้วยวิธีต่าง ๆ ดูบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีไม่กี่ต้น เพราะแบ่งปันเพื่อนบ้าง ตายไปบ้างเพราะรากเน่า โดนหนู หอยทากกัดกิน และแมวเอาไปเล่น แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกเลี้ยง
 

บรรณานุกรม

 
พฤษภะ ณ อยุธยา.  (2546).  การปลูกแคตตัส.  กรุงเทพฯ : พี พี เวิลด์ มีเดีย.
พัฒน์  พิชาน.  (2545).  แคตตัส : CACTUS.  กรุงเทพฯ : แนวเกษตรกรรม.
วชิรพงศ์  หวลบุตตา.  (2538).  แคตตัส : ไม้ดอกไม้ประดับ.  กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
 

Leave a Reply