กว่าอีเล้งเค้งโค้งจะออกงานได้ต้องผ่านกระบวนการมากมาย… อีเล้งเค้งโค้ง เป็นงานเขียนของนักเขียนวรรณกรรมเด็กมือฉมังของไทยคือ อาจารย์ชีวัน วิสาสะ ตัวละครเป็นห่าน หนังสือขึ้นต้นว่า มีห่านตัวหนึ่งหน้าบึ้งหน้าบูด ไม่เอ่ยพูด…….. จะจบบทกลอนว่า ส่งเสียงเป็นเพลงอีเล้งเค้งโค้ง ไปทุกหน้าๆ จนจบเล่ม
อีเล้งเค้งโค้ง ปกแข็งมีอยู่สองเล่ม เป็นเรื่องของ การไปเมืองใหญ่ กับไปอยุธยา ซึ่งตอนหลังนี้ น้องเต็มได้สร้างวีรกรรมพาคุณอาหลงทาง เพราะเหตุว่าพูดอย่างคล่องแคล่วน่าเชื่อถือประหนึ่งรู้ทางว่า เลี้ยวซ้ายสุพรรณ ขวานั้นอยุธยา ตรงไปข้างหน้า ป่าโมกอ่างทอง สรุปคือกว่าจะถึงปลายทางคือสระบุรีใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็น
ส่วนที่มาของการสร้างละครหุ่นแบบง่ายๆ ดึงตัวละครจากหนังสือให้ออกมาโลดแล่นใกล้ชิดกับเด็กมากขึ้น เพราะมีโอกาสได้เข้าไปอบรมเรื่อง Reading Thetre ซึ่งเคยเขียนเล่าไว้ใน blog ของ gotoknow เมื่อปีก่อน http://gotoknow.org/blog/lovelylibrary/199521 เกือบปีแล้วซิไม่ได้ไปเขียนอะไรที่นั่น ต้องแวะไปบ้างเสียแล้ว
ส่วนอีเล้งเค้งโค้งตอนที่ไปนำเสนอนี้จะใช้ตอน ปลูกดอกไม้ เป็นหนังสือเล่มบางๆ พิมพ์ขาวดำเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสระบายสี เล่มนี้ได้มาจากครูชีวัน เป็นหนังสือยอดฮิตของที่บ้าน ดังนั้นสภาพจึงค่อนข้างยับเยิน ถึงสภาพเป็นอย่างไรความสนุกก็ยังคงที่ ยิ่งได้การแต่งแต้มให้อีเล้ง สามารถเดินได้ ขยับได้ ก็ยิ่งเพิ่มความสนุกไม่รู้สักกี่เท่า
จากหนังสือพิมพ์เก่าๆ ม้วนๆ ปีนี้กลายเป็น อีเล้งยุคพัฒนา มีสีสันสดสวย ได้แรงความคิดและแรงงานของพี่น้องในฝ่ายบริการที่ทั้งลงมือและช่วยติชมว่ามันน่าจะไปแบบไหน ใช้อะไรได้บ้าง เป็นการจัดการความรู้ที่งดงาม เป็นการสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง ที่ทำด้วยใจ ด้วยความสามัคคี ด้วยความรัก และด้วยความเคารพนับถือความคิด ยอมรับเพื่อนำไปสร้างกิจกรรมกับเด็กอย่างสวยงามและลงตัว
กิจกรรมครั้งนี้มีแม่งานคือพี่ติ๋วที่เตรียมงานทุกอย่าง ใครอยากได้อะไรบอกเพราะพี่ติ๋วจัดให้ได้ทุกอย่าง จัดการประชุมแบ่งงานกันทำว่าแต่ละคนต้องรับผิดชอบตรงไหน ช่วยกันระดมความคิดว่ากิจกรรมควรมีอะไร ช่วยกันไปเลือกหนังสือ ช่วยกันเตรียมและเก็บงาน
หน้าที่ของเราที่ได้รับมอบหมายคือทำหน้าที่อ่านหนังสือ เพราะเสียงดังและทุกคนเชื่อว่าสามารถ “คุม” เด็กได้ นอกจากอีเล้งแล้วก็ยังต้องหาหนังสือไปอ่านอีกครั้งนี้เลือกเรื่อง “กูจี กูจี” ซึ่งแปลมาจากต้นฉบับที่เป็นภาษาจีน เป็นเรื่องราวของ “จรเป็ด” ที่น่ารักแบบแกมโกง
สรุปว่างานนี้มีทั้ง “ห่าน” และ “จรเป็ด” และเล่านิทานประกอบการพับกระดาษ นำเสนอโดยพี่พัชที่เป็นคนพับ ซึ่งตอนแรกจะให้เล่าเอง แต่สรุปว่าทำสองอย่างในคร้งเดียวจะไม่รุ่ง จึงขอทำหน้าที่พับ ส่วนการเล่าเรื่องมีเงือ่นไขว่าต้องมัน ต้องฮา ต้องดูเวลา ต้องรอจังหวะการพับ ต้องดูอารมณ์เด็ก มอบหมายให้ข้าเจ้าเช่นกัน
พวกเราซ้อม 1 ครั้ง โดยมีลูกหลานแถวนี้เข้าชมรอบสื่อมวลชน ในที่สุดเจ้าเสือยิ้มยากอย่างหนูใบหม่อนก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา น้องจูนโตขึ้นมาหน่อยยังขำบอกว่าอยากให้ไปที่โรงเรียนบ้าง น้องครีมยืนมองตาแป๋ว น้องโอ๊ตให้กำลังใจป้าๆ เต็มที่บอกว่าสนุกครับ พวกเราเลยโมเมว่าสิ่งที่ทำมาใช้ได้และน่า “ใช่” สำหรับเด็ก หลังจากซ้อมต่างคนก็ต่างไปทำตามหน้าที่แบบวุ่นๆ ยุงๆ งงๆ มึนๆกันไป
เย็นวันที่ 5 มีการขนของเตรียมไว้ ส่วนเราก็เริ่มคุ้ยหาหนังสือที่วางไว้ที่ไหนไม่รู้ในวันซ้อม ในที่สุดก็ได้เอามาอ่านเพื่อหาจังหวะของหนังสืออีกหนึ่งครั้ง ส่วนต้นฉบับนิทานพี่พัชยังไม่มา ไม่ทวงหรอกหากลืมจะได้รอดตัว แต่ที่ไหนได้
ถามว่าพี่ๆ คะ เราไม่ซ้อมกันเหรอ คุณพี่ติ๋วบอกว่าครั้งเดียวพอ ส่วนคุณพี่เกบอกว่าโอ๊ยไม่ต้องหรอก ใช้ประสบการณ์แล้วกัน โธ่เอ๊ยยยแค่นี้เอง……จ้าท่านพี่
One thought on “อีเล้งเค้งโค้ง ตอนที่ 1 intro….”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
แล้วเป็นไง ซ้อมหนเดียว