มาตราฐานการทำงาน……(จะวัดกันตรงไหน)

ในการทำงานทุกอย่าง เราต้องกำหนดเป้าหมายว่า จะต้องทำอะไรบ้าง ปริมาณงานมีมากน้อยเพียงใด จะวัดผลสำเร็จของานชิ้นนั้นที่ตรงไหน ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้กำหนดขึ้นสำหรับเป็นเกณฑ์ไว้เพื่อการตรวจสอบและส่งมอบงาน ว่าถูกต้องตรงตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ ซึ่งในส่วนที่กล่าวมานี้คงไม่ยากสำหรับการตรวจสอบให้เป็นไปตามที่กำหนด แต่ยังคงมีรายละเอียดอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งยากมากในการตรวจสอบหรือวัดผลสัมฤทธิ์ให้ได้ตรงกัน ทั้งฝ่ายผู้ว่าจ้างและฝ่ายที่รับจ้าง รายละเอียดส่วนนั้นก็คือ ความปราณีตสวยงาม และความเรียบร้อยสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะเรียกว่า “ ฝีมือ” ก็คงจะไม่ผิด
การว่าจ้างให้ดำเนินการสิ่งได้สิ่งหนึ่ง ในสัญญาว่าจ้างเราสามารถกำหนดข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบรายการ ปริมาณงาน รายละเอียดของวัสดุสิ่งของต่างๆ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน แต่สำหรับมาตรฐานหรือฝีมือในการทำงานเป็นเรื่องที่กำหนดได้ยาก โดยเฉพาะงานที่เป็นวิชาชีพในสาขาช่างประเภทต่างๆ ฝีมือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หลายคนทำงานได้ งานเสร็จตามรูปแบบและข้อกำหนด แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ทักษะฝีมือ ฝีมือที่ต่างกัน ผลงานที่ออกมาย่อมต่างกัน เรื่องแบบนี้ตรวจสอบและวัดผลกันได้ยาก ความปราณีตสวยงาม ความเรียบร้อยสมบูรณ์ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งมักจะเป็นปัญหาอยู่เสมอๆในการทำงาน หากใช้เกณฑ์มาตราฐานแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ผู้รับมอบงานก็ตรวจสอบรายละเอียดให้ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาก็คงจบ แต่ถ้าบอกว่าฝีมือไม่ดี ไม่เรียบร้อย ทำงานไม่ปราณีต ตรงนี้ไม่มีอะไรรองรับว่าแค่ไหนถึงจะพอดี ความปราณีตเรียบร้อยของแต่ละคนไม่เท่ากัน เกิดปัญหาอยู่เป็นประจำ
การจัดจ้างของระบบราชการ หากคุณสมบัติของผู้รับจ้างถูกต้องเข้าเกณฑ์ทุกอย่าง ผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดคือผู้ที่ได้รับการคัดเลือก เรื่องนี้เป็นกฏกติกาที่ใช้กันอยู่ แต่สิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบและกำหนดเกณฑ์ได้ก็คือ มาตรฐานฝีมือของผู้รับจ้าง ทำอย่างไรที่จะกำหนดให้มาตราฐานฝีมือของงานแต่ละประเภทเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม หรือใช้เป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้รับจ้าง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำงาน

Leave a Reply