พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

คัดสรร และรวบรวมพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท จากหนังสือที่ให้บริการในหอสมุดฯ
ขอน้อมนำกระแสพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มาปฏิบัติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานให้มีความสุข
“… ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่  อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์  เป็นรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ  จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง…”
พระบรมราโชวาท  พระราชทานเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน  1 เมษายน 2533
———————————————————————————————————————————–
“… เมืองไทยของเรา ประกอบด้วยคนหลายจำพวก  หลายวัย หลายความคิด  หลายหน้าที่  ซึ่งทั้งหมดจะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งคนใดจะอยู่ได้โดยลำพัง…”
พระราชดำรัส  พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ  ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องใน
โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา  4 ธันวาคม 2517
————————————————————————————————————————————-
“… ในการประกอบการงานทั้งปวงนั้น  ทุกคนต้องมีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร ต้องรู้จักคิดพิจารณาด้วยปัญญาและความรอบคอบยึดมั่นในความสามัคคีและความซื้อสัตย์สุจริต  ถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นจุดประสงค์สำคัญ  จึงจะสามารถปฏิบัติงานต่างๆ ให้สำเร็จผลโดยสมบูรณ์ได้…”
พระราชดำรัส ในพิธีพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรประจำจังหวัดน่าน  10  มีนาคม 2512
——————————————————————————————————————————-
“…การเขียนเรื่องใดๆ จะเป็นแนวใดก็ตาม จะเป็นคุณเป็นประโยชน์ได้และจะเป็นโทษได้ทั้งนั้น  แล้วแต่วิธีการที่เขียนที่ประพันธ์หรือที่เรียบเรียง  ถ้ามีความคิดที่ดีที่ชอบธรรมอยู่  แล้วเขียนลงไปด้วยความสามารถก็เป็นคุณได้…”
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดรายการโดยเสด็จพระราชกุศล ณ
พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  10 มีนาคม  2513
——————————————————————————————————————————-
“… โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ฉะนั้น ก่อนที่จะปักใจเชื่ออะไรลงไป  ควรพิจารณาดูเหตุผลให้ถ่องแท้เสียก่อน  แม้แต่  สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ยังทรงแนะให้ใช้สติและปัญญา ศึกษาค้นคว้าและไตร่ตรองให้แน่ว่า  คำสั่งสอนนั้นเป็นความจริงที่เชื่อได้หรือไม่  ไม่ให้สักแต่ว่าเชื่อเพราะว่ามีผู้รู้บัญญัติไว้…”
พระราชดำรัส  ในพิธีถวายปริญญากิตติมศักดิ์ ของมหาวิทยาลัยวิลเลียมส์ ณ
วิลเลียมทาวน์  นครนิวยอร์ค  11 มิถุนายน 2510
——————————————————————————————————————————-
“… ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ  ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม  เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ  เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง  และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริง ๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้น ๆ  ก็จะ ช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป   และจะช่วยให้ฟื้นดีขึ้นได้เป็นลำดับ…”
พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่ว
ประเทศ ครั้งที่ ๑๒ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ ๑๓  ธันวาคม ๒๕๑๓
————————————————————————————————————————————
“… คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา  จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย  ว่าเมืองไทย ไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่  แต่เราพออยุ่พอกิน  และขอให้ทุกคนมีความปราถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน  มีความสงบ  และทำงานตั้งจิตอธิษฐานปณิธานจุดมุ่งหมายในแง่นี้  ในทางนี้  ที่จะให้เมืองไทยอยู่พออยู่พอกินไม่ใช่รุ่งเรืองอย่างยอด  แต่ว่าการพออยู่พอกินมีความสงบนั้นถ้าจะเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้ารักษาความพออยู่พอกินนั้นได้  เราจะยอดยิ่งยวด  เพราะประเทศต่างๆ  ในโลกนี้กำลังตก  กำลังแย่  กำลังยุ่ง  เพราะจะแสวงหาความยิ่งยวดทั้งในอำนาจ ทั้งในความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ  ทางอุตสาหกรรม  ทางลัทธิ  ฉะนั้นถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความคิดแต่ละท่าน แต่ละบุคคล  และมีความคิด  มีอิทธิพล  มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่นซึ่งมีความคิดเหมือนกัน  ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร  ขอย้ำ  พอควร  พออยู่  พอกิน มีความสงบไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้  ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาลนาน…”
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะผู้แทนสมาคม องค์การเกี่ยวกับศาสนา ครู นักเรียน
โรงเรียนต่างๆ   นักศึกษามหาวิทยาลัยในโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  ถวายพระพร
ชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันพุธ  ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๗
——————————————————————————————————————————–
“…จุดหมายโดยแท้ของศาสนาทั้งปวง  และโดยเฉพาะของพระพุทธศาสนา  มุ่งจะให้บุคคลศึกษาพิจารณาหลักการและแนวความคิดในศาสนธรรม แล้วน้อมนำมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวและปฏิบัติด้วยตนตามความสามารถ  เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการครองชีวิต  คือให้เกิดความผาสุกร่มเย็นและความเจริญในแต่ละบุคคล  ในส่วนรวม และให้เกิดความบริสุทธิ์หลุดพ้นอ้นเป็นปรมัตถประโยชน์  ดังนั้น การบำรุงส่งเสริมพระศาสนาจึงควรจะได้กระทำให้ถูกเป้าหมาย…”
พระราชดำรัส สำหรับเชิญไปอ่านในการเปิดประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๔
ณ วัดอัมพวัน  อำเภอพรหมบุรี  จังหวัดสิงห์บุรี  วันเสาร์ ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๔
————————————————————————————————————————————
“… การปฏิบัติงานทุกอย่างของข้าราชการ มีผลเกี่ยวเนื่องถึงประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมือง และประชาชนทุกคน ข้าราชการทุกฝ่ายทุกระดับจึงต้องทำความเข้าใจในความสำคัญข้อนี้ให้ถ่องแท้  แล้วเพียรพยายามปฏิบัติงานของตนด้วยความตั้งใจ  จริงใจ และด้วยความรับผิดชอบอย่างสูง  เพื่อให้งานที่ทำบังเกิดผลเป็นประโยชน์เป็นความเจริญมั่นคงแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน  ปีพุทธศักราช  2552
ณ  พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช  2552


“…ถ้าเราคิดดี  ทำดี ไม่ใช่แต่ปากนะทำอย่างดีจริง ๆ  คือสร้างสมสิ่งที่ดีด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่าดีหมายความว่าไม่เบียดเบียนผู้อื่น สร้างสรรค์ทำให้มีความเจริญ  ทั้งวัตถุทั้งจิตใจแล้ว ไม่ต้องกลัว  ไม่ต้องกลัวเพราะผู้ที่ทำในสิ่งที่บริสุทธิ์  แม้ถึงจะตายก็ตายดี…”
พระราชดำรัส พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิ
องค์กรต่าง ๆ  ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา  วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๘
วันพฤหัสบดี  ที ๔  ธันวาคม  ๒๕๑๘
———————————————————————————————————————————————
“…หน้าที่แต่คนแต่ละคนก็มีและมีความสามารถแตกต่างกัน  จะต้องอาศัยผู้อื่นในสิ่งที่เราไม่แตกฉาน  เราไม่ชำนาญ  ฉะนั้น  แต่ละคนย่อมต้องอาศัยคนอื่น ถ้าแต่ละคนอาศัยคนอื่นได้ก็เป็นบุญของแต่คน เพื่อที่จะให้อาศัยได้ ก็ต้องเมตตาซึ่งกันและกัน  ถ้าเมตตาซึ่งกันและกันแล้ว สิ่งที่เราต้องการก็ได้มาแล้ว  คือความเอ็นดูของผู้อื่น  เราเมตตาเขา  เขาก็เมตตาเรา  ถ้าเมตตาแล้วก็ดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องที่กินไม่ได้  แต่ว่าความเมตตานี้ก็นำมาสู่ความเอื้อเฟื้อ  ความเอื้อเฟื้อทั้งในด้านความเป็นอยู่  ทั้งในความปลอดภัยของตน  ทั้งในความเจริญ  ความก้าวหน้า ความสุขที่เพิ่มขึ้นได้…”
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง  ๆ ซึ่งเฝ้าฯ
ถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย  วันเสาร์  ที่ ๔  ธันวาคม ๒๕๑๙
—————————————————————————————————————————————– “… ความรู้ประโยชน์แท้จริงของสิ่งทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องปลูกฝังให้หยั่งลึกในตัวเด็ก เด็กจักได้เติบโตเป็นคนฉลาดเที่ยงตรง และสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์ที่พึงประสงค์ ให้แก่ตนส่วนรวมได้แน่นอนมีประสิทธิภาพ…”
 
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๓๒
—————————————————————————————————————————————-
“…คนทำงานดี คือคนมีระเบียบ ได้แก่ระเบียบในการคิดและในการทำ  ผู้ไม่ฝึกระเบียบ  ถึงจะมีวิชา  มีเรี่ยวแรง มีความกระตือรือร้นอยู่เพียงไร  ก็มักทำงานให้สำเร็จดีไม่ได้ เพราะความคิดอ่านสับสนว้าวุ่น  ทำอะไรก็ไม่ถูกลำดับขั้นตอน มีแต่ความลังเลและขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการปฏิบัติงาน  ข้าราชการจึงประคองส่งเสริมให้ทำตนทำงานให้ดีขึ้น  และประสบความเจริญ มั่นคงในราชการ”
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน วันอาทิตย์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๗  พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๗
————————————————————————————————————————————————————-
สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
๑.  ประมวลพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชวพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม  2542  (PL4209.5ภ7พ42)
๒. พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสคัดตัดตอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  (Call no. PL4209.5ภ7พ463)
๓. พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ๒๔๙๕-๒๕๕๒  (Call no. PL4209.5ภ7ก44)
 
 

Leave a Reply