นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน

ฉันซื้อหนังสือเล่มนี้มานานแล้ว เพราะมีอยู่วันหนึ่งมีนักศึกษามาขอยืมตัวเล่มจากวังท่าพระในขณะที่ของสนามจันทร์มีผู้อื่นยืมไปก่อนแล้ว ตัวเล่มของห้องสมุดไม่ใหม่นัก  จนวันหนึ่งไปร้านหนังสือมือสอง เห็นหนังสือเล่มหนึ่งหน้าปกน่ารัก มองแทบไม่เห็นชื่อเรื่อง เมื่อหาชื่อเรื่องพบ  ถึงรู้ว่าเป็นเรื่อง “นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน” เล่มที่มีนักศึกษาต้องการอ่าน เลยซื้อมาในราคาไม่กี่บาท
myscreenhunter  เนื้อเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับนกนางนวลที่บินมากับฝูง แล้วพลาดในขณะที่โฉบลงทะเลเพื่อจับปลา ไปโดนเข้ากับคราบน้ำมัน ทำให้ตามฝูงไปไม่ได้ และพยายามพาตัวเองไปให้รอด จนไปตกที่ระเบียงบ้านของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเลี้ยงแมวที่ชื่อ ซอร์บาสไว้ ก่อนนางนวลจะตาย ได้ไข่ออกมาและได้ฝากให้ซอร์บาสช่วยดูแลไข่ จนกว่าจะออกเป็นตัว ซอร์บาสซึ่งเป็นแมวสีดำ ที่ใคร ๆ ก็คิดว่าจะนำโชคร้ายมาให้ เรื่องนี้แม่ซอร์บาสเล่าให้ฟังและให้ซอร์บาสเข้าใจในสถานภาพของตัวเอง  ผู้เขียนนำเอาคตินี้มาสร้างให้ซอร์บาสเป็นแมวที่มีจิตใจดี รักษาสัญญา  ซอร์บาสดูแลไข่ตามสัญญา จนนางนวลตัวน้อยออกจากไข่ ได้ชื่อว่า โชคดี ซอร์บาสและเหล่าแมวที่ท่าเรือหาวิธีเลี้ยงโชคดี แม้ว่าจะต้องไปเปิดเผยตัวกับมนุษย์ว่า แมวนั้นพูดภาษาคนได้ แต่ไม่เคยเปิดเผย (จริงหรือเปล่า?) โชคดีอยู่กับแมวจนคิดว่าตัวเองเป็นแมว  เมื่อเจ้าชิมแปนซีที่ชื่อมาเตียสบอกกับโชคดีว่า โชคดีเป็นนก โชคดีก็เถียงว่า ลุงเข้าใจผิดน่ะ ฉันเป็นแมวต่างหาก สะอาดมากด้วย แต่มาเตียสบอกว่า พวกแมวทำให้โชคดีเชื่อว่าเป็นเหมือนพวกแมว .. (เหมือนหนังสือเรื่องจรเป็ดที่หัวหน้าหอฯ ชอบเล่าให้เด็กฟัง) แกอยากรู้ไหม ทำไมพวกเพื่อน ๆ ของแกเอาใจใส่ขุนแก เพราะพวกมันจะรอให้แกอ้วนแล้วจะเลี้ยงฉลอง กินแกเป็นอาหาร ทำให้โชคดีเสียใจมาก จนซอร์บาสต้องปลอบใจว่าไม่เป็นความจริง ซอร์บาสคิดหาวิธีให้โชคดีฝึกบิน เพื่อกลับไปเป็นนางนวล เหล่ามวลแมวช่วยกันคิด ค้นคว้าจาก encyclopedia ถึงวิธีการบินของนักคิดค้นต่าง ๆ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะฝึกโชคดีอย่างไร จึงคิดว่าต้องขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ที่ฉลาดและไว้ใจได้
มนุษย์ที่ซอร์บาสเลือกไปขอคำปรึกษาว่าจะสอนให้โชคดีบินได้อย่างไร คือ  มนุษย์ที่เป็นนักกวี  เพราะซอร์บาสคิดว่ากวีเป็นคนที่น่าเชื่อใจมากที่สุด โดยสังเกตจากการที่กวีใช้ภาษาที่ไพเราะ ฟังแล้วเป็นสุข และคิดว่า กวีใช้คำพูดบิน น่าจะสอนให้โชคดีบินได้
ใจความสำคัญอยู่ที่หน้า 121-123 ที่ฉันตัดมาท่อนนึงว่า …รู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนของเธอ เป็นครอบครัวของเธอ เป็นสิ่งดีที่เธอจะได้รู้ว่าเราได้เรียนรู้บางอย่างจากเธอ ทำให้เราภูมิใจเหลือเกิน เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจคุณค่า เคารพ และรักสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากพวกเรา การยอมรับ และรักสิ่งซึ่งเหมือนตัวเรานั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แต่การปฏิบัติต่อผู้อื่นที่แตกต่างจากพวกเรา เป็นเรื่องยากยิ่ง เธอช่วยให้เราทำได้สำเร็จ เธอเป็นนกนางนวลและต้องดำเนินชีวิตแบบนกนางนวล เธอจะบินได้ ถ้าบินได้เมื่อใด โชคดี ฉันแน่ใจว่าเธอจะมีความสุข และในตอนนั้น ความรู้สึกของเธอที่มีต่อพวกเรา และความรู้สึกของเราที่มีต่อเธอจะยิ่งทรงพลัง และงดงามยิ่งขึ้น เพราะเป็นความรักระหว่างสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันสิ้นเชิง
สุดท้ายที่ โชคดีบินได้สำเร็จ ซอร์บาสพูดว่า “ใช่แล้ว มันเข้าใจส่ิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนจะหล่นลงไป”  “ผู้กล้าบินเท่านั้น จึงจะบินได้”
ภาษาที่แปลมาง่าย ๆ แต่ทุกถ้อยคำอ่านแล้วจะรู้สึกเหมือนมีภาพเหตุการณ์เคลื่อนไหวอยู่ด้วย คงเหมือนกับที่ซอร์บาสบอกว่า “กวีใช้คำพูดบิน” ยิ่งตอนที่ โชคดีตัดสินใจจะโผบินไปตามที่ซอร์บาสบอก ซอร์บาสยื่นขาข้างหนึ่งออกไปจะแตะตัวโชคดี แต่ไม่ทันได้แตะต้องตัวมัน โชคดีก็โผบินออกไป… ฉันรู้สึกเห็นมีแขนของแมวตัวหนึ่งยื่นออกมาจริง ๆ พร้อมกับลุ้นให้โชคดีไม่ตกลงไป มีอยู่หลายฉากที่ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ที่เฝ้ามองนางนวลตัวน้อย และมวลแมวที่มีการประชุม มีการค้นสารานุกรมเพื่อหาข้อมูลการล้างคราบน้ำมัน อาหารของลูกนกนางนวล และวิธีการฝึกบินที่อ้างการค้นพบของเลโอนาร์โด ดาวินซี
ไม่รู้เหมือนกันว่าเจตนาที่แท้จริงของผู้เขียนคืออะไร แต่ฉันว่าส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็น การมีความรักต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเหมือนกับตัวเองหรือไม่ / คนที่จะประสบความสำเร็จต้องกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ยาก / การรักษาสัญญาเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง / กวีเป็นบุคคลที่พิเศษที่สุด และที่ไม่รู้ว่า จะเป็นจริงไหม คือ เรื่อง แมวนั้นพูดภาษามนุษย์ได้ แต่เก็บเป็นความลับ ฉันเลยนึกถึงมวลแมวที่บ้าน และตัวอื่น ๆ ว่า มันรู้มากจริงหรือเปล่า

One thought on “นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน

  1. อ่านแล้วอยากอ่านเรื่องเต็มเลยค่ะ

Leave a Reply