ขอดื้อๆ จากไอเดียคุณสมเกียรติ ที่คุยให้ฟังว่าเสนอให้มีโชว์รูมที่แสดงผลงานอะไรไม่ทราบ เพราะจำไม่ได้ ก็เลยบอกว่างั้นขอใช้นะ คำว่า Library Showroom จึงเกิดขึ้น
ครั้งนั้นตั้งใจว่าจะให้เป็นแหล่งรวบรวมงานเขียนของบุคลากรทุกคนในหอสมุดฯ แล้วนำไปแสดงในเว็บไซต์ของหอสมุดฯ เพื่อจะได้เห็นว่าในแต่ละปีมีบุคลากรผลงานวิชาการอะไรที่คนในวงวิชาชีพสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้าง รวมทั้งยังคิดรวมไปถึงผลงานทางวิชาการที่บุคลากรทั้งสาย ข และ ค นำเสนอเพื่อขอรับตำแหน่งทางวิชาการ แต่ของภาพรวมขอยั้งๆไว้ เพราะต้องขอดูแลคนในก่อน
เนื่องจากหอสมุดฯ มีบุคลากรที่ดำรงตำแหน่งเป็นชำนาญการอยู่หลายคน หลายตำแหน่ง และมีพีแมวเป็นเชี่ยวชาญ ข้าราชการสาย ข และ ค มักมีการวิพากษ์วิจารณ์หรือมีคำถามจากสายเดียวกัน หรือต่างสาย หรือจากผู้บังคับบัญชา หรือจากเพื่อร่วมงาน ว่า เมื่อได้ตำแหน่งนั้นแล้วได้สร้างผลงานอะไรที่รักษาสภาพความเป็นชำนาญการ หรือหยุดตัวเองเมื่อได้ตำแหน่งแล้วกลับไปทำงานเดิม อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องปวดหัวที่ยากจะชี้แจงเพราะต่างมีตัวตน
หอสมุดฯ โดยพี่แมว เป็นหัวหอกพยายามให้พวกเราหลุดพ้นจากวังวนของคำวิพากษ์ในแง่ลบ เราต่างเข้าใจว่าการทำงานแต่ละชิ้นก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะตัวแต่ทุกอย่างต้องมีหลักฐานมาสนับสนุน ดังนั้นความรู้ที่อยู่ในตัวจะต้องเผยแพร่ออกมาให้คนอื่นได้รู้และ้เห็น การที่พวกเราจะสลัดภาพดังกล่าวให้ได้ มี keyword คือมีผลงาน ต่อเนื่องและสร้างสรรค์
ผู้อำนวยการฯ ได้พูดถึงนวัตกรรมและแรงจูงใจอยู่หลายครั้ง ปีที่แล้วมีการพูดเรื่องนี้กันอยู่ ให้กลับไปอ่านที่นี่ค่ะ http://www.snamcn.lib.su.ac.th/activity/LibKM_Seminar.pdf เนื่องจากต้องรับผิดชอบงานวิชาการ หมายถึงงานอะไรก็ได้ที่พัฒนาหน่วยงานและบุคลากร จึงรับเละเพราะมีทั้งเสียงบวกและลบ สำคัญคือต้องมองอะไรเป็นภาพรวม ไม่ยึดติดกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือผู้ใด ก็ต้องนำคำวิพากษ์วิจารณ์กลับไปทบทวนของทุกคนว่าปีต่อไปจะทำอย่างไร
หลังจากนั้นได้มีโอกาสสนทนากับท่านผู้อำนวยการฯ ว่าที่คณะวิชาแก้ปัญหานี้อย่างไรหรือทำอะไรที่สร้างแรงจูงใจให้อาจารย์เสนอผลงานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ท่านบอกว่าจะมีค่าตอบแทนให้ แต่ไม่เท่ากันแล้วแต่คณะ มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป จึงเรียนถามต่อไปว่าแล้วหอสมุดฯ จะทำแบบนี้ได้ไหม ท่านนิ่งไปสักพักก็บอกว่าได้ เพราะถือว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจ จึงเก็บข้อมูลไว้เผื่อทำอะไรต่อได้
หอสมุดฯ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับหลายหน่วยงานที่ผลงานทางวิชาการขาดความต่อเนื่อง ต้องมีการแจ้ง กระตุ้น บังคับ ข้อร้องหรือขู่เข็ญ การเลือกใช้รูปแบบไหนก้ต้องขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นั้นมีควาามสัมพันธ์กับเราขนาดไหน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ดูเหมือนจะยากเพราะการเขียนเป็นข้อจำกัดของหลายๆ คนเท่ากับเรื่องเวลา ดังนั้น “ลานจันทร์” ซึ่งเป็นวารสารของหอสมุดฯ ที่ตั้งใจฟื้นฟูมาให้เป็นพื้นที่ของบุคลากรนำเสนอเนื้อหาในงานที่ตนเองรับผิดชอบในแง่มุมเดิม ใหม่และแสดงถึงวิวัฒนาการ กลับเป็นของกลุ่มคนเล็กๆ จนหน้าช้ำ ถามว่าแล้วบทความเหล่านี้ได้มาจากทางไหน ส่วนใหญ่แล้วมักได้แบบขอร้องแกมบังคับกันเสียมากกว่า ทั้งเขียน ทั้งแก้ไขบ่อยๆ จึงกลายเป็นประสบการณ์ ส่วนบรรณารักษ์มือใหม่ไม่กล้า มีเหตุผลให้ตัวเองมากมาย จนเป็นกำแพงขวางกั้นความสามารถ ขณะที่พี่น้องตำแหน่งอื่นไม่มีความเชื่อมั่น เพราะคิดว่าตำแหน่งและหน้าที่ของตนเองไม่ใช่ จึงต้องบอกว่าทุกคนทำได้ เพราะทุกคนต่างทำงาน ทุกคนมีความรู้ในงานที่ตนเองทำมากับมือ เชื่อมั่นว่าทุกคนทำได้ดี และยินดีดูแลอย่างจริงจัง แต่ทุกอย่างก็ต้องเริ่มที่ตัวเองเช่นกัน https://snc.lib.su.ac.th/snclibblog/?p=3434 เช่นเดียวกับการเขียน blog ที่แนะนำว่าเป็็นที่สำหรับการสะสมและเสริมสร้างประสบการณ์ ขณะที่หอสมุดฯ เราจะได้มีคลังปัญญา เรื่องราวของรุ่นเรา รุ่นต่อไปก็จะได้มาอ่าน มาฝึกฝน หรือนำไปปรับใช้ให้กับสถานการณ์ในรุ่นของพวกเขา ส่วนคนเขียนก็จะได้คลังคำ สติ สมาธิและการมองอะไรเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ และยังรวมไปถึงการสร้าง/เพิ่มเนื้อหาเข้าไปในโลกของออนไลน์เป็นคลังความรู้ให้กับทุกคนที่ต้องการ
ด้วยความที่อยากให้กำลังใจทุกคน เท่าที่ความคิดและความสามารถที่จะคิดและทำได้ จึงกลับมาเขียนโครงการฯ โดยใช้ชื่อแบบเดิมคงไว้ซึ่งการเสนอผลงาน แต่เพิ่มมุมของการให้ค่าตอบแทนในชิ้นงานที่พี่น้องผลิดขึ้นมา ในปีนี้สำนักหอสมุดกลาง เปลี่ยนนโยบายใหม่ว่าให้ทุกอย่างรวมเข้าในส่วนกลาง จึงนำเสนอโครงการฯ นี้ไปพร้อมกับโครงการอื่นๆ ของหอสมุดฯ ไปยังคณะกรรมการพัฒนาบุคลากร กลับมาจากเวียดนามจึงทราบว่า ในที่ประชุมถามว่าคืออะไร ทำอย่างไร เนื่องจากไม่ได้อยู่ชี้แจง อย่างไรก็ตามผู้บริหารได้นำไปไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของสำนักหอสมุดกลาง และได้สอบถามความกระจ่างจากท่านผู้อำนวยการฯ ในคราวการไปสัมมนาที่พัทยา https://snc.lib.su.ac.th/snclibblog/?p=2267ซ ซึ่งก็ทำให้สบายใจว่าทุกอย่างของพวกเราคงเหมือนเดิม
แต่งานยุ่งๆ มารู้ตัวก็ตอนทำงานประกันคุณภาพฯ เพราะต้องรายงานผลทุกโครงการ ส่วน โครงการ Library Showroom ส่งมาให้รายงานในวันเกือบสุดท้าย และมีการแจ้งว่าเป็นโครงการของของหอสมุดฯ จึงต้องไปปัดฝุ่น และปรับแก้โครงการใหม่ จำกัดขอบเขตเฉพาะบุคลากรหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ เมื่อวาน 27 กรกฎาคม 2522 ไปเช็คกับหนูใหญ่จึงทราบว่าโครงการอนุมัติกลับมาแล้ว ดังนั้นผลพวงที่ตามมาคือท่านใดทีมีบทความเผยแพร่ในสื่อต่างๆ จะได้รับผลตอบแทน ลดหลั่นกันคือ
1. สื่อในทุกหน่วยงานของสำนักหอสมุดกลาง เรื่องละ 200 บาท
2. สื่อในมหาวิทยาลัยศิลปากรภาษาไทยเรื่องละ 500 บาท ส่วนภาษาอังกฤษเรื่องละ 3,000 บาท
3. สื่อนอกมหาวิทยาลัยศิลปากร ภาษาไทยเรื่องละ 1,000 บาท ส่วนภาษาอังกฤษเรื่องละ 3,000 บาท
4. สื่อในต่างประเทศ เรื่องละ 5,000 บาท
ทั้งนี้นับตั้งแต่สิ่งพิมพ์ที่ตีพิมพ์ในปีงบประมาณ 2552 คือ 1 ตุลาคม 2551 -30 กันยายน 2552 ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะเป็นอย่างไร ก็ค่อยว่าและค่อยปรับกันในปีหน้า เท่าที่สำรวจคร่าวๆ แล้ว ยังมีพี่น้องอยู่ในข่ายนี้อีกหลายคน พี่แมวคงสรุปให้ แต่ท่านใดที่มีผลงานเผยแพร่ในฐานะบุคลากรขงหอสมุดฯ กรุณาแจ้งกลับมาด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะจะได้รวบรวมเพื่อดำเนินการต่อไป
ขอบคุณท่านผู้อำนวยการที่ให้โอกาส ขอบคุณพี่แมวที่โอเคกับโครงการ ขอบคุณน้องสะมะเกียรติที่เป็นที่พึ่งพิงในไอเดียหลายๆ อย่าง (แล้วจะพาไปเลี้ยงข้าว ปลอบใจนะ) ขอบคุณตัวเองที่พยายามหาโอกาสให้กับทุกคน (ไม่อยากรอให้ใครชม) และขอบคุณทุกคนที่สร้างโอกาสตัวเอง
เขียนไปเขียนมาได้ตังส์จนได้ เมื่อคืนฝันว่าถ้าได้ blog ละ 5 บาท ข้าพเจ้าคงไม่ต้องใช้เงินเดือน เรื่องนี้ล้อเล่นค่ะ อิอิ พี่น้องผองเพื่อนท่านใดประสงค์จะนำข้อเขียนของตนไปเผยแพร่นอกหน่วยงาน หากจะให้ช่วยก็ยินดีทุกเมื่อ ส่วนลานจันทร์ยินดีรับต้นฉบับทุกวัน เมื่อเริ่มนับหนึ่ง ก็จะมี สอง… สาม… 😛
4 thoughts on “LIBRARY SHOWROOM”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
ยินดี้ ยินดี กับหัวหน้าค่ะ เอาไว้จะขอแจมด้วยนะค่ะ
ยินดีกับพี่เกด้วยเช่นกัน
จะเอา blog ละ 5 บาท แล้วที่ เม้นท์ล่ะเท่าไร เดี๋ยวว่า ป้างก กะอีแค่เม้นท์ อยากฝากทุกคนเขียนๆๆๆๆๆๆๆๆ นอกจากมีผลงานแล้ว ยังมัตังค์ด้วย ค่าขนม ก็ยังดี จะบอกให้ ข่าวดีตามรายละเอียดข้างต้น ของเกศินี มี 1 กวีมี 1 พี่นก มี 1 พี่มนตรี มี 1 หนูเล็ก อ้อ เอ๋ พี่หน่อย พี่พัช พี่ปอง (ใครตกหล่น ขออภัย) พี่แมว พลอยได้ด้วยล่ะ ฮ่า ๆๆๆๆ แต่ที่มากที่สุด ก็พี่ปองนะแหละ ผลงานบทความ หากจำไม่ผิดน่าจะ ระหว่าง เมษายน 2551 – 30 กันยายน 2552 ใครมีช่วงนี้ คำนวณรายได้ที่งอกออกมาได้เลย
ขอให้กำลังใจทุกคนนะคะ
ป้าแมว เม้นท์กี่ตกะตังค์ จะตามไปเม้นท์ ทุกทู้เลย อิอิ