ความคาดหวังของผุู้ใช้บริการต่อห้องสมุดในยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2559 ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปราชการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานบริการสารนิเทศ ครั้งที่ 3/2559 ณ สำนักบรรณสารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2559  ท่านประธานฯ คือ คุณปณิธาน สืบนุการณ์ (กรรมการผุู้จัดการ บริษัทปณิธานเพื่อแผ่นดิน จำกัด) ได้ให้เกียรติมากล่าว
เปิดงานและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความคาดหวังของผุู้ใช้บริการต่อห้องสมุดในยุคดิจิทัล”  ซึ่งท่านวิทยากรได้ให้ความรู้และข้อคิดเกี่ยวกับงานห้องสมุดมากมาย พอจะสรุปประเด็นได้ดังนี้
ภาระกิจองค์กร
–  ความรู้ที่แท้จริง คือ “การอ่อนน้อม”  โบราณเปรียบคนดี คนเก่ง เหมือนรวงข้าว รวงข้าวที่สมบูรณ์ เมล็ดข้าวย่อมมีน้ำหนัก ก็ยิ่งน้อมลงสู่ดิน แต่ถ้ารวงใดเมล็ดฟีบ/ฝ่อ/ไม่สมบูรณ์ รวงขาวก็จะตั้งขึ้น ไม่น้อมลงดิน ได้แต่อวดตัวแกว่งไปแกว่งมา แต่หาคุณค่ามิได้
–  การเรียนรู้  อ่านไม่พอ คุยไม่พอ ต้องได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ บางคนยิ่งรู้มากยิ่งเชื่ออะไรยาก จะต้องทำอย่างไรให้พวกเขาเกิดการยอมรับ+เรียนรู้
–  ห้องสมุดเป็นยิ่งกว่าคณะวิชา เพราะเป็นศูนย์รวมของศาสตร์ทุกวิชาไว้ด้วยกัน เช่น ไม่ได้เรียนที่คณะอักษรฯ ก็สามารถใช้ห้องสมุด/ตำรา ของคณะอักษรฯ ได้เช่นกัน
–  คนรุ่นใหม่ถนัดเป็น “นักแสวงหา” เพราะพวกเขาเชื่อว่า Google หาได้หมดทุกสิ่ง แต่คนรุ่นเก่ามักเป็น “นักคิด”
ปัญหาองค์กร
–  ช่องว่างของงานห้องสมุด คือ ความรู้เดินทางมาไม่ถึงผู้ใช้บริการ ไม่มีใครแนะนำ ช่องทางการสื่อสาร เป็นต้น
–  มนุษย์ในยุคปัจจุบันมักจะชอบแชร์/แบ่งปันมากกว่าการอ่าน บางครั้งได้รับข้อความมายังไม่ทันเปิดดู/เปิดอ่านก็แชร์ บ่อยครั้งข้อมูลที่ได้รับและแชร์ส่งไป “ไม่ใช่”และ “ไม่ถูกต้อง”
–  การมีค่านิยม Core Value อันสวยหรู แต่ไม่รู้จะทำอะไรในสายงานของท่าน
–  การไม่ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง มักจะเกิดการ “กีดกัน” คือ ไม่ปรับและไม่รับ
–  หากเราไม่ฟังความต้องการและความคิดเห็นของลูกหลานเรา ก็เท่ากับเราไม่ได้ทำเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง เรามักจะทำในสิ่งที่เราทำได้ เรามักไม่พยายามทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้หรือองค์กรต้องทำ เหตุเพราะเรา “ทำไม่ได้”  ดังนั้น ต้อง “เปลี่ยน”
แนวทางการปรับตัวไปกับองค์กร
–  ห้องสมุดต้องใฝ่รู้ ต้องรู้ก่อนผู้ใช้บริการอย่างน้อย 1 ก้าว (รู้ให้มากว่า user)
–  การที่ผู้ใช้บริการไม่รู้ว่าจะความรู้ที่ต้องการได้จากที่ไหน ไม่รู้ว่าจะเชื่อเล่มไหน จะอ้างอิงเล่มใดแล้วโอเค สิ่งแหล่านี้ คือ คุณค่าที่ห้องสมุดต้องมี ไม่ใช่ทุกที่สามารถมีได้
 
–  การเรียนรู้ทุกวันนี้ สิ่งที่ต้องเติมเต็ม คือ การยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ไม่ใช่เรียนไปแล้วเห็นแก่ตัว  ยิ่งเรียนมากความเห็นแก่ตัวมากขึ้นตามไปจะทำให้เกิดปัญหาสังคมต่อไป
–  การอ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการวิเคราะห์ ก็จะเกิดความเชื่อเพียงเอกสารชุดเดียว ไม่เกิดการเปรียบเทียบ ห้องสมุดจึงควรพิจาณาซื้อหนังสือในเรื่องเดียวกัน แต่หลายผู้แต่ง เพราะจะมีส่วนช่วยในเรื่องการวิเคราะห์แก่ผู้ใช้บริการ
–  คนมาห้องสมุด เพราะพวกเขาไม่รู้ เราจงเชื่อว่าเขาเรียนรู้ได้เร็ว เราคือผู้ชี้นำเท่านั้น แต่ถ้าเราชี้นำไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ เสมือนกับการสอนวิธีหาปลามารับประทาน แต่ไม่ใช่หาปลาแล้วส่งให้ทาน ต่อไปถ้าเราไม่หาให้เขาก็ไม่สามารถหาปลาได้ ไม่มีปลารับประทาน เป็นต้น
– ห้องสมุดกับความทันสมัยในบางทฤษฎี เช่น  ทฤษฎีการบริหาร เราคงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์การบริหาร/การจัดการ เป็นต้น
–  ในโลก Digital library ท่านจะมีปฏิสัมพันธ์น้อยลง เพราะผู้ใช้บริการจะดีใจที่ไม่ต้องมาปฏิสัมพันธ์กับท่าน เพราะเค้าได้ในสิ่งที่เค้าต้องการแล้ว และในโลกโซเชียลทุกวันนี้มีมากมาย มักไม่มีการถนอมความรู้สึกของคนในสังคมฯ
–  ชีวิตวัฒนธรรมดิจิทัล กับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คนที่จะคุมชะตากรรมองค์กร คือ คนรุ่นหลัง รุ่นพี่เพียงแค่คอยช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่คนรุ่นหลัง  คนรุ่นหลังไม่ได้ผิดที่คิดไม่เหมือนคนรุ่นพี่ เหตุเพราะพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้เอง เช่น
** การทดลองเรียนก่อนถ้าดีค่อยจ่ายตังค์ เขาจะไม่ยอมเสียตังค์ฟรีหากเรียนแล้วไม่ดี เพราะคนรุ่นใหม่ชีวิต “เลือกได้” ชีวิตพวกเขาต้องไม่สูญเปล่า การซิ่ว การหยุดเรียน การชะงักเรียน เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเขา เพราะหากพวกเขาเรียนแล้วพบว่า ไม่ใช่ ไม่โอเค ก็จะดร้อปการเรียนทันที แล้วแสวงหาสิ่งที่ใช่แล้วไปต่อ
** การซื้อสินค้าผ่านโลกออนไลน์ พวกเราสามารถเปรียบเทียบราคาได้ จนกว่าจะพอใจ
** การฟังบรรยาย พวกเขาจะดูก่อนว่า วิทยากรเป็นใคร สำคัญอย่างไร เค้าเป็นคนมีความรู้ความสามารถแค่ไหน เพื่อการพิจารว่าควรจะมากี่โมงและควรจะกลับกี่โมง โดยการขอทราบชื่อวิทยากรก่อนเพื่อการพิจารณา
–  การรวบรวมผลงานของอาจารย์ อาจหาได้จากคณะวิชาฯ และอาจหาได้จากห้องสมุดหรือไม่ จะเป็นไปได้ไหม เพื่อเป็นการส่งเสริมเกียรติภูมิของอาจารย์ ให้อยู่ในระบบฐานข้อมูลห้องสมุดที่เป็น digital เพื่อประโยชน์ของการศึกษาและการดำรงเชิดชูเกียรติ
–  การมารับบริการในห้องสมุดแล้วได้อะไร เช่น การมาห้องสมุดแห่งนี้แล้วพบอาจารย์ท่านนี้ ปกติแล้วอาจารย์ท่านนี้หาตัวยาก พบยาก แต่ท่านสามารถพบได้ ณ ห้องสมุดแห่งนี้  เป็นต้น
อื่น ๆ
–  ความสวยงามย่อมทำให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะกับมนุษย์เป็นของคู่กัน
–  ชีวิตคนเราบางจังหวะต้องการเหตุผล ต้องเลือกใช้ในบางจังหวะชีวิต ไม่ใช่หาเหตุผลเสียหมดทุกเรื่องจนเราติดกับดักชีวิตของเราเสียเอง
ท้ายที่สุดแล้ว ห้องสมุดต้องก้าวไปอย่างมีทิศทาง มีการเริ่มต้น การก้าวหน้า การสนับสนุน ดังองค์ประกอบของงานห้องสมุด มีดังนี้

  • Company
  • Care
  • Customer
  • Management
  • Marketing
  • Potential
  • Strategy
  • Support
  • Sales
  • Service
  • Value
  • Vision

Leave a Reply