เมื่อเช้านี้ น้องปอง   เข้ามาหอสมุดฯ เอ่ยวาจาว่า “หอมกลิ่น จำปาดะ นะ”  ยังไม่หมดอีกหรือ  แหม! ไม่เสียแรง ที่เคยไปเรียนทางใต้มา  แต่เราเข้ามาก่อนไม่ได้กลิ่นเลย (จมูกไม่ดี)   แต่ถ้าเป็นบางคนอาจจะหมิ่น เมื่อคืน มี นศ.บอกว่า กลิ่นเจลนะ ดมไปดมมาเหมือน  เจลๆๆแน่ๆๆ เราก็เลยเฉยๆ ไปเพราะรู้ว่ามันกลิ่นอะไร  แต่เอากลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้วสบายใจได้    ไหนๆพูดถึง จำปาดะแล้ว ก็จะขอกล่าวอ้างความอร่อยๆๆ ที่หอมเหมือนกลิ่นทุเรียนหน่อยนะ  เรามีข้อมูล
จำปาดะ มีชื่อสามัญว่า Champeak  ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Artocarpus integer (Thunb.) Merr. พม่าเรียกว่า sonekadat  อินโดนีเซียเรียกว่า chempedak  มาเลเซียเรียกว่า bankong ถิ่นกำเนิดของจำปาดะอยู่ในคาบสมุทรมลายูแถมประเทศ มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย

  • จำปาดะอยู่ในวงศ์ Moraceae เช่นเดียวกับขนุนและ สาเก ใบสีเขียว หน้าใบเป็นมัน ตามกิ่งอ่อนมีขนอ่อนขึ้นคลุมรอบ ผลคล้ายกับขนุน แต่มีขนาดเล็กกว่า ผลกลมยาวคล้ายผลฟัก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล 12-15 ซม. ยาว 25-30 ซม. เปลือกบาง ผลดิบเปลือกแข็ง มียางสีขาวขุ่นแทรกซึมอยู่ตามเปลือก ผลสุกเปลือกนิ่ม และมียางน้อยลง เนื้อยวงเหลว รสหวานแหลม มีกลิ่นหอมมากกว่าขนุในแต่ยวงมีเมล็ด 1 เมล็ด
  • ช่วงที่จำปาดะสุกอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ปลูกมากแถบภาคใต้ เป็นผลไม้ขึ้นขื่อของอำเภอเกาะยอ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ยวงเนื้อของจำปาดะพร้อมเมล็ดนำมาชุบแป้งทอง คล้ายกล้วยแขก เนื้อแป้งกรอบ หอมเนื้อจำปาดะ และมันด้วยเมล็ดที่สุก เนื้อล่อน จำปาดะกินยวงเนื้อสด ๆ รสหวานจัด เนื้อเละเหนียว กลิ่นหอมแรง ส่วนเมล็ดนำไปต้มกิน หรือเอามาแกงไตปลาก็ได

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ
จำปาดะ มีเส้นใยแบบละลายน้ำ ซึ่งเป็นเส้นใยที่สามารถขับไขมันและสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนและน้ำตาลสูง เนื้อผลอ่อน ช่วยฝาดสมาน แก้ท้องเสีย เนื้อผลสุก บำรุงกำลัง เป็นยาระบายอ่อน ๆ เมล็ด ช่วยขับน้ำนมในสตรีหลังคลอด และบำรุงร่างกาย
จาก www.itmstrade.com/index.php?lay=show&ac…Id…

3 thoughts on “จำปาดะ

  1. จำปาดะเป็นผลไม้พื้นถิ่นของภาคใต้ ดังนั้นคนภาคกลางจะไม่ค่อยเห็นและชิมรส บางคนก็หอม บางคนก็ว่าเหม็น น้องอ้อเล่าว่าผู้ให้บอกว่าเป็นผลผลิตระหว่างทุเรียนกับขนุน ตัวเองกินได้ทั้งสดและทอด แต่ต้องกินร้อนๆ ถ้าปล่ยให้เย็นจะอมน้ำมัน พบที่ไหนก็ต้องเร่ไปโซ้ย ที่นครปฐมเคยทีคนทอดขายแต่แพ้งแพง ว่าแต่ว่าทอดยังคะ

  2. จำได้ว่า เคยทานครั้งแรกสมัยมาทำงานใหม่ ตอนนั้นที่พระราชวงัสนามจันทร์จัดงาน แล้วมีสินค้าท้องถิ่นต่างจังหวัดมาขาย เห็นจำปาดะทอดแล้วรู้สึกน่ากิน ด้วยความที่เป็นคนชอบกินทุเรียน และขนุนเป็นทุอยู่แล้ว หลังจากกินแล้วติดใจ เห็นที่ไหนเป็นต้องซื้อ เมื่อก่อนไปบ้านสามีที่สงขลา พอเข้าตลาดสดเป็นต้องชะแง้หา จนสามาีถามว่าหาอะไร พอบอกว่า หาจำปาดะ เค้าถามว่ากินเป็นด้วยเหรอ (แม้มันน่าน้อยใจไหมน้า ที่ไม่รู้ว่าภรรยาชอบกิน) พอเค้ารู้ก็เลยพาไปซื้อมาให้ อร่อยสุดๆๆ คิดแล้วอยากกินจังอิอิ

  3. ทุกคนทราบแล้วเปลี่ยนด้วย รู้ไหมว่าจำปาดะ หอสมุดได้แต่ใดมา ฮ่าๆๆๆ ร.ศ. วินัย ผู้นำพล ท่านนำมาฝากคนใต้ที่อยู่ในห้องสมุด ท่านมาที่พนิดา แล้วถามว่า มีคนใต้ในห้องสมุดไม๊ พนิดาพบพี่แมว บอกเพียงว่า อ.วินัยนำมาให้ มีคนนำมาฝากท่าน ป้าแมว เคยได้ยินแต่ชื่อ จึงไปดู โธ่เอ้ย มันก็ครือๆ ขนุน แต่ฉุนกว่ามากๆ ถาม อบต (เจ้าหน้าที่ประจำเกี่ยวกับอาคารสถานที่หอสมุด มีสามีคนใต้) บอกว่า ต้องนำไปทอด โอ้ แบบนี้ต้องหาคนกินเป็น และมีความเป็นแม่บ้าน ถามปอง ปองตอบว่าทอดหรือยัง ต้องทอด ว้าย ถ้ากินได้เลย คงไม่ถึงห้องสมุดหรอก คิดได้ไง พอดีน้องอ้อ อยู่แถวนั้น สามีก็คนใต้เช่นเดียวกับ อบต ก็บอกว่าต้องทอด แหมอะไรกันนักหนา บอกว่าให้เจ๊เกเถอะ แหมเสียงใครแปร๋นเชียว โฮ้ยแกไม่ว่างทอดหรอก เกษรซิ แม่บ้าน ฮ่าๆ หวยออกที่เกษร จากนั้น อบต. ก็โทรศัพท์ บอกเกษร กว่าจะเจารจารู้เรื่องจนหมั่นไส้ สรุปเห็นไหม เกศินีที่ไม่ว่างได้ไป ฮ่าๆๆๆ เชื่อป้าแมวไม๊ เจ้าแม่นะเออ

Leave a Reply