พญานาคในที่นี้ หมายถึง หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองสงขลา (ประวัติเมืองสงขลา http://www.geocities.com/imm_sk/ss.html)ซึ่งสร้างหรือกำเนิดขึ้นมาเมื่อราวๆปี พ.
ศ.2549 เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของชาวเมืองสงขลา ความสวยงามอยู่ที่ตัวพญานาคในแต่ละส่วนที่โผลเหนือพื้นดินออกมาในแต่ละจุดของสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณริมหาดนั่นเอง จำได้ว่าตอนที่เริ่มสร้างยังเรียนอยู่ปี 2 ที่ม.ทักษิณอยู่เลย อาจารย์ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานได้นำแบบตัวพญานาค มาให้ดูให้ชมกันเป็นน้ำจิ้ม ก็ยังคิดอยู่เลยว่าจะสร้างได้จริงหรือเนี๊ยะ แล้วพญานาคก็มาปรากฏเป็นตัวนี้แหละ
ความหมายของพญานาค » ภาษาปะกิดเรียกว่า Serpent
นาค หรือ พญานาค มีลักษณะเหมือนงูใหญ่มีหงอน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคนับเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ (เช่น บังไฟพญานาค ที่จ.ยโสธร)บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า อีกด้วย และยังมีลักษณะคล้ายกับมังกรจนแยกไม่ค่อยจะออก
มังกร มีรูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน เช่นงู มีลักษณ์น่าเกรงขาม ซึ่งถือเป็นสัตว์วิเศษตามความเชื่อของบางประเทศ อย่างเช่น ประเทศทางยุโรปจะถือว่ามังกรเป็นสัตว์ที่น่ากลัว อันตราย แต่อีกนัยก็เป็นสัตว์ที่มีพลัง ดูได้จากตำนาน หรือหนังที่นำมาสร้างกัน ส่วนแถบเอเชียจะเห็นได้ชัดสำหรับประเทศจีนซึ่งจะถือว่ามังกรเป็นสัตว์ที่ควรเคารพ สัตว์วิเศษ ถือเป็นเทพเจ้าเลยก็ว่าได้ และเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ลองสังเกตดูสิคนจีนชอบสัญลักษณ์มังกร ไม่ว่าจะเป็น แหวนมังกร ของโชว์ตกแต่งบ้าน หยกรูปมังกร เสื้อลายมังกร ใครมีลูกเขย พี่เขยเชื้อจีนก็ลองสอบถามดูนะ โดยส่วนตัวก็ชอบมังกรเหมือนกัน ในประเทศไทยมังกรกับพญานาคน่าจะคล้ายๆกันนะ
คร่าวๆของพญานาคเมืองสงขลา » ลักษณะพญานาค ทั้งตัวเป็นสีเขียวสด มีเกร็ด ลำตัวมีขนาดหญ่าย แบ่งส่วนที่มองเห็นออกเป็น3ส่วน คือ ส่วนหัวพญานาค หมายถึง สติปัญญาที่เป็นเลิศของชาวสงขลา ส่วนลำตัวพญานาค หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของเมืองสงขลา และส่วนหางพญานาค หมายถึง บริวารที่พรั่งพร้อมของชาวสงขลา
เริ่มกันที่ส่วนหัวพญานาค ทำหน้าที่เชิดหน้าพ่นน้ำอยู่ที่บริเวณแหลมสนอ่อน สวนสองทะเล (รู้จักกันในนาม สวนสน)ใกล้กับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งถือเป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาของชาวเมืองสงขลา และนักท่องเที่ยว เยื้องเยื้องกันไม่ไกลนัก มีท่าเรือคอยให้บริการพาเที่ยวชมเกาะหนู เกาะแมว และแพข้ามฝั่งไปยัง อ.สิงหนคร เยื้องมาอีกฝั่งหากขับรถกินลมไปเรื่อยๆ ประมาณครึ่งกิโลเมตรจะพบกับ สงขลาอะควอเรี่ยม หรือสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำสงขลา http://www.youtube.com/watch?v=aKMYR0egKt0 ภายในสถานแสดงพันธ์สัตว์น้ำสงขลามีกิจกรรมให้เลือกสรรออกแรงมากมาย อาทิเช่น โกคาท นั่งเรือคายัพ ขี่รถบนหาดทราย บานานาโบท เล่นเรือใบ ฯลฯ สนใจหาข้อมูลได้ที่ http://www.songkhlaaquarium.com/intro/index.html บริเวณโดยรอบมีบริการร้านอาหารมากมาย เก็บตกบรรยากาศมาฝากกัน











ร้อนนักพักก่อน 🙄 🙄 🙄
2 thoughts on “ตามหาพญานาค..หัว”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
เวลาไปสงขลาพี่ปองชอบไปพิพิธภัณฑ์ฯ สงขลา เพราะสวยมากกกกเหมือนเก๋งจีน สนามหญ้า็กว้างน่านั่งมาก ตลาดในเมืองก็สวย ขนมก็อร่อยมากและหาที่ไหนไม่ได้ แต่คนกลับไปเที่ยวแบบทางผ่านไปนอนที่หาดใหญ่กันหมด ส่วนทะเลชอบตรงเก้าเส้งมากกว่า เพราะเงียบดี ไม่ชอบตรงสมิหราเพราะปรุงแต่งมากไป แต่เวลาไปก็เนอะต้องไปถ่ายรูปกับเกาะหนูเกาะแมว เฮ้อคิดถึงจังเลย ส่วน ม.ทักษิณ ชอบตรงอ่างน้ำหรืออะไรสักอย่างด้านหลัง มอ. ไม่รู้ดอนนี้ยังอยู่หรือปล่าวนะ หรือจำผิดก็ไม่รู้นะ เพราะนานมากแล้ว สมัยเรียนไปเที่ยวกันบ่อยๆ ค่ะ สิ่งพวกนี้ยังกลับไปหาได้ ส่วนที่หาบรรยากาศแบบนั้นไม่ได้คือ สมัยก่อนยังไม่มี “พานติณ” ต้องไปข้ามแพที่นั่นไก่ทอดกับหอมแดงทอดกับข้าวเหนียว หรอยมากถึงมากที่สุด แบบไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม นึกแล้วต้งกลืนน้ำลายเอื้อก ส่วนเวลาขึ้นแพข้ามฟากเห็นน้ำปริ่มๆนะ เป็นภาพทีมีความสุขมากจริงๆ ค่ะ สมัยนี้ก็ได้อารมณ์แบบวิ่งกันโลดบนสะพานยาว ความรู้สึกก็ไปอีแบบ หากเลือกได้อยากนั่งข้ามแพค่ะ
อยากไปสงขลา อยากไปถนนนางงาม อยากกินขนมทองเอก แล้วก็ขี้มอด ที่ใครไม่รู้เขียนไว้ อิอิ
ตอนนี้พิพิธภัณฑ์สงขลายังสวยเหมือนเดิมที่เพิ่มเติม คือบริเวณรอบนอกที่ถูกปรุงแต่งด้วยความทันสมัยไปตามกาลเวลา ตลาดก็ถูกรื้อรูปแบบเ่ก่ามาสร้างใหม่แล้ว ทำให้กลิ่นอายความเป็นตลาดแบบแต่ก่อนหายไปค่อนข้างเยอะ แต่จะดูเป็นระเบียบมากขึ้นรูปแบบจะคล้ายกับตลาดบนและ ตลาดล่างของนครปฐมค่ะ ส่วนทะเลบริเวณหาดเก้าเส้งที่สวยงามในอดีต จากที่เคยมีหาดทรายสีขาวทอดยาวตลอดฝั่งกว่าจะเดินไปถึงน้ำทะเลนั้น บัดนี้ได้ถูกคลื่นน้ำทะเลซัดจนกินชายหาดหายไปหมดแล้ว จากที่เคยสามารถเดินเล่นเลาะริมหาดไปปีนโขดหิน สวยๆนั้น ตอนนี้กลายเป็นท่าเรือขนาดย่อมให้เรือชาวประมงจอด และพื้นที่บางส่วนก็ถูกถมด้วยหินขนาดใหญ่เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งต่อไปค่ะ ชุมชนเก้าเส้งจากบ้านไม้ริมน้ำก็ได้กลายเป็นชุมชนบ้านปูนไปเสียครึ่งหนึ่งแล้ว ตามความนิยมและสมัยใหม่ จึงเหลือแต่เพียงร่องรอยของความทรงจำวันวานเท่านั้น ไม่ไกลนักหากขับรถลัดเลาะถนนเก้าเส็งเข้าไปในซอยบ้านเก้าเส้งหรือเก้าแสน แนะนำมุมทะเลใหม่ที่น่าสนใจเช่นกันนั่นก็คือ หัวนายแรง ตั้งอยู่บนเขาเล็กๆ ไม่ไกลจากทางเข้าหมู่บ้านเก้าเส้งค่ะ ที่นั่นยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้สมบูรณ์อยู่มาก ชาวชุมชนยังประกอบอาชีพทำประมง และทำปลาแห้ง หมึกแห้งอยู่ พอพี่ปองพูดถึงม.ทักษิณก็คิดถึง…ซึ่งตอนนี้ก็ได้ขยันผลิตบัณฑิตที่จะเป็นบรรณารักษ์ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก คิดแล้วก็หวนกลับว่า นี่เรากลายเป็นนศ.บรรณฯน่ารักษ์รุ่นบุกเบิก จนวันนี้ได้คลอดนศ.บรรณฯน่ารักเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว คิดแล้วก็ดีใจและภูมิใจที่ได้เรียนค่ะ อ่างน้ำหลังม.ยังคงอยู่ เมื่อก่อนขึ้นตึกมนุษย์ทีไร ไปที่เรือนทานตะวันแล้วมองลงมาที่สระน้ำจะสวยมากค่ะ คิดอะไรไม่ออก โกรธใครก็จะไปยืนมองแล้วรู้สึกดีอ่ะ กล่าวได้ว่าบรรยากาศในแต่ละรุ่น แต่ละยุคสมัยที่ต่างคนต่างได้พบเจอก็จะมีความประทับใจที่แตกต่างกัน แต่เป็นความสุขใจที่จะเก็บไว้ในความทรงจำไม่ลืมเลือนตลอดไป ว่าครั้งหนึ่ง…….ข้าวเหนียวไก่ทอดใ่ส่หอมแดงที่สงขลาหรอยจริงๆใครไม่เคยกินต้องลองแลแล้วจะบอกได้ว่า หรอยหรอย หรอยจังฮู่…!