ปีนี้ลุงมนกับน้องชัยเป็นหัวเรื่องเรื่อใหญ่ในการทำซุ้มรับปริญญา โดยมีน้องน้องเป็นฝ่ายสนับสนุน
วันนี้ฝ่ายบริการเปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ น้องหงส์บอกว่าพร้อมตั้งแต่ก่อนแปดโมงเช้า ฟ้ามัวๆ ซัวๆ ฝน
ทำท่าอยากจะหล่นลงมาจะแย่ จึงต้องไปเชิญชวนญาติๆ และเพื่อนของบัณฑิตเข้ามาพักผ่อนด้านใน พี่จุ๋ม พี่ติ๋ว พี่อ้วนและพี่ต้อย มากันเช้าทั้งแบบปกติและผิดปกติ
วันนี้บุคลากรหอสมุดฯ ไปนอกสถานที่กันมากมาย เราอยู่จนถึงเกือบสิบโมงก็ต้องจรลีไปที่อบรมครูต่อ จึงได้ฝากหอสมุดฯ ไว้กับพี่กันยา ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุด ส่วนฝ่ายบริการฝากสองป้าช่วยกันดูแล
พอเปิดปั้บมีหนุ่มหลายคนเดินเข้ามา ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนจึงถามว่าจะไปห้องน้ำใช่ไหมคะ ถ้าใช่เชิญชั้นสอง รับคำแหะๆ จึงเชิญไปที่ชั้นสองพร้อมกับแจ้งล่วงหน้าว่าอาจจะไม่สะดวกเพราะอยู่ระหว่างการทำความสะอาด ขากลับลงมายังเดินมาขอบคุณอีกครั้ง ตามด้วยน้องภานนท์ศิษย์เก่าเราก็มา มาถ่ายรูปรุ่นน้อง บอกว่าตั้งใจมา…มาหลบฝนที่นี่เหมือนกัน
แบบฝึกหัดที่พี่แมวถามว่าเวลาเห็นผู้ใช้เก้ๆกังๆ หน้าห้องสมุด ทำกันอย่างไร ที่เขียนตอบกันหลากหลายก็ได้นำมาปฏิบัติงานจริง มีบางคนที่ผ่านมาแถวนั้นแล้วได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ลองถามน้องชัยว่ารู้สึกอย่างไร
เด็กชายที่เห็นมาไกลจากสี่จังหวัดชายแดนภายใต้ โน่น นราธิวาส ผ่านขั้นตอนการเดินทางมากมาย ส่วนสาวน้อยสองคนมาจากกรุงเทพฯ
ตอนกลับจากการไปอบรมครูฯ เห็นกลุ่มของคุณยายปูเสื่อดูทีวีหน้าอาคารหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชอบภาพนี้มากจึงรีบแบกของเครื่อง Visualizer เข้ามาเก็บเพราะทั้งเหนื่อยและหนักจนยกไม่ไหว แบกมาตึั้งแต่คณะวิศกรรมศาสตร์ฯ พอเข้าหอสมุดฯ แทบหมดแรงน้องอำนาจจึงรีบเข้ามายกเพื่อดำเนินการต่อไป
เก็บของทำภารกิจเสร็จจึงรีบออกไปถ่ายรูป คุณยายหันมาสวัสดี บอกว่านั่งแบบนี้สบายดี มาไกลจากจังหวัดสุรินทร์ มาตั้งแต่เมื่อวาน และมาถึงที่นี่ตอนเช้าเพื่อมางานรับปริญญาของหลานชายคนแรกของคุณยาย …
ภายในหนึ่งวันที่วิ่งไปข้างนอกเวียนมาข้างใน ทำให้ได้คุยกันผู้คนหลากหลาย ทั้งเด็กๆ ชายหนุ่ม หญิงสาว คุณตา คุณยาย อาแปะ อาซิ่ม ทุกเพศทุกวัย รู้สึกดีแฮะ
การทำซุ้ม การทักทาย การดูแลถือเป็นการส่งความปราถนาดีให้กับผู้มาเยือนทุกคน หรือการเอาใจช่วย ให้กำลังใจ พร้อมช่วยเหลือให้กับคุณครูที่ดูไปแล้วงานหนักกว่าเรามากมาย ถึงจะทำได้แค่หนึ่งในหลักสิบ หรือสิบในจำนวนหมื่น ก็ยังดีใจที่ได้ทำ
4 thoughts on “วันรับปริญญา แบบสบายๆ”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
เห็นแล้วนึกถึงความหลังครั้งเก่าเม่ืื่อตอนรับปริญญาตรี สมัยนั้นศิลปากรรับปริญญาที่วังท่าพระ ต้องจอดรถไว้ที่สนามหลวง พ่อแม่ ลุงป้าน้าอา และญาติต้องทำปิ่นโตกันไปนั่งกันที่สนามหลวง เพราะไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ ไม่รู้ว่าต้องไปทานกันที่ไหน ไม่เหมือนสมัยนี้ มหา’ลัย เตรียมข้าวปลาอาหารไว้ขายเพียบ เพียงแต่ต้องเดินเอาหน่อยหนึ่ง ตอนรับปริญญาโทไปกันแบบครอบครัวพ่อแม่ลูก เนื่องจากหลายคนจากลาไปสวรรค์กันหมด และติดธุระกันบ้าง วันรับปริญญามีครั้งเดียว และไม่ใช่ทุกคนที่มีวันนี้ ใครก็อยากแสดงความยินดี ใครก็อยากมาร่วม ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกท่านและครอบครัวของบัณฑิตทุกท่านด้วยค่ะ
ปีหน้าขอแก้ตัวใหม่ ตั้งใจว่าจะทำซุ้มให้เก๋กว่านี้ ปีนี้มีเวลาเตรียมตัวน้อยค่ะ เห็นบัณฑิตหลายคนมาถ่ายรูปหน้าหอสมุดแล้วรู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ ความจริงแล้วมีแบบของซุ้มมากมายที่คิดไว้ แต่แล้วก็ไม่ได้ทำ เพราะขาดทีมที่ปรึกษา ปีหน้าขอแก้ตัวค่ะ รับรองว่าเลิศกว่านี้แน่นอนค่ะ
ที่ทำมาน่ะสวยและดีอยู่แล้ว ลืมเล่าไปว่ามีศิษย์เก่ามาคุยบอกว่ารู้สึกดีจังที่ทำแบบนี้ เพราะตลอดเส้นทางที่ขับรถมาไม่เห็นอะไรแบบนี้เลย เพราะตั้งแต่ด้านหน้าและห้องน้ำพนร้อมให้บริากรจริงๆ เอ้า…ทุกท่านรับคำชมไปด้วยค่ะ มีคนฝากมาบอก
บรรยากาศรับปริญญาปีนี้ ภายในมหาวิทยาลัยอาจมีไม่มากเท่าปีก่อนๆ ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่พระราชวัง ทั้งอาหาร การกิน ดอกไม้ ในมหาวิทยาลัย คงมีกระจาย มาถ่ายรูปบ้าง หอสมุดของเรา เคยจัดทุกปี และก็คงตลอดไป แหล่งบริการทุกอย่างทั้ง ความรู้ ความรื่นรมย์ ทุกคนรู้สถานการณ์ ต้องทำตนอย่างไร พร้อมสำหรับบริการตลอดเวลา ต้องขอขบคุณพวกเราทุกคน คนละไม้คนละมือ ทั้งจัดสถานที่ ต้อนรับขับู้ตั้งแต่ก่อนหอสมุดเปิด เฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำ รู้ดีจังเลย ฮ่าๆๆๆ สำหรับพวกที่ยังคิดอะไรได้ไม่กว้างก็จงช่วยกันค่อยๆเปิด และแง้มออกมา ช่วยๆกัน ทุกระดับ ทราบมาว่า ระดับน้อง ระดับ… พูดว่า ไว้ให้คนแก่ที่มาจากต่างถิ่นได้จอดอยู่ใกล้ลูก หลาน เราวันเดียว อยู่ไกลหน่อยช่างมันเถอะ ฟังแล้วชื่นใจ จิตใจมองอะไรแง่บวก ขอให้เจริญๆนะ