ผักญี่ปุ่น

ได้ไปอ่านเจอมาจากนิตยสารแล้วชอบ  เลยเอามาฝากเป็นเกร็ดความรู้  จริงๆผักของไทยกับของญี่ปุ่นก็คล้ายๆกันเนอะ
11909827_1075673649127245_767661692_nเรนคง : รากบัว  ชาวญี่ปุ่นนิยมนำรากบัวมาทำอาหารหลายประเภท  เช่น  เทมปุระ คุชิอาเกะ และผัดผัก เป็นต้น  รากบัวอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งมีปริมาณเทียบเท่าเลมอน 1-3 ลูก  มีส่วนช่วยในการการดูแลเรื่องผิวพรรณ  ช่วยป้องกันจุดด่างดำและรอยเหี่ยวย่น  ช่วยลดอาการอ่อนเพลียจากความเครียด
 
 
11868807_1075673662460577_1425601603_nคาโบฉะ : ฟักทอง  กลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนญี่ปุ่นถึงขนาดมีเทศกาลโทจิ  วันที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุด  ประมาณวันที่ 22 ธันวาคมของทุกปี  เป็นวันที่ชาวญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมทานฟักทองกันในวันนี้  ฟักทองเป็นผักที่มีวิตามินซีสูง  ช่วยในการป้องกันไข้หวัด  มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
 
 
11880776_1075673659127244_166436227_nไดคง : หัวไชเท้า  ที่ญี่ปุ่นมีการนำมารับประทานทั้งแบบดิบ และแบบปรุงสุก  ส่วนใหญ่นิยมทานเพื่อลดความมันของอาหาร  นำไปต้มในซุป  หรือนำไปทำผักดองด้วย  หัวไชเท้าที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว  มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สุซุชิโระ”  นอกจากนี้ยังมีสีแดง เขียว ม่วงและดำอีกด้วย  การรับประทานหัวไชเท้าดีต่อกระเพาะอาหาร  ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร  ขับเสมหะ ขับปัสสวะ รักษาอาการร้อนใน และรักษาโรคไข้หวัดได้
 
 
11897173_1075673655793911_1142190627_nคาบุ : หน้าตาค่อนข้างคล้ายกับหัวไชเท้า  แต่มีหัวที่แข็งและสั้นกว่า  คนญี่ปุ่นนิยมนำมาต้มใส่ซุปหรือสตูว์ มากกว่าทานแบบสด  ส่วนใบก็สามารถนำมารับประทานได้  คาบุเป็น 1 ใน 7 พืชผักผลไม้แห่งฤดูใบไม้ผลอของญี่ปุ่นที่มีชื่อเรียกว่า “สุซุนะ”  ส่วนหัวของคาบุมีสรรพคุณเหมือนกับหัวไชเท้า  ส่วนใบอุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้าแคโรทีนและวิตามินบี2 ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
 
 
11868708_1075673672460576_1763323893_nคัมเปียว : มาจากเส้นใยสีขาวของฟักเขียวที่นำไปตากแห้ง  เป็นวัตถุดิบที่ชาวญี่ปุ่นนำมาประกอบอาหารประเภทต้ม ผัด ยำ  และนิยมนำไปต้มกับน้ำ โชวยุ สาเก และน้ำตาล  เพื่อทำเป็นไส้ซูชิที่ชื่อ คัมเปียวมากิ  คัมเปียวมีส่วยช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น  จึงมักติดอยู่ในลิสต์รายชื่ออาหารสำหรับคนญี่ปุ่นที่กำลังไดเอท  คัมเปียวมีแคลเซียม โพแทสเซียม และกากใยอาหารสูง  ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก  อีกทั้งดูดซึมของเสียที่อยู่ในไตและกระตุ้นให้ขับออกมาทางปัสสาวะ
 
 
11911786_1075673675793909_110209963_nโคมัสสึนะ : นิยมใช้เป็นส่วนผสมของซุปมิโซะ นาเบะ นำไปประกอบอาหารทั้งผัดและยำ  หรือใช้แทนผักโขม  เป็นผักที่ขาดไม่ได้ในโอโวนิ  ซุปที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทานคู่กับโอเซจิเรียวริในวันปีใหม่  โคมัสสึนะช่วยเรื่องโลหิตจาง  ป้องกันโรคกระดูกพรุน  อุดมไปด้วยโพรลีนซึ่งเป็นสารช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย  มีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยดูแลเรื่องเส้นผม  ผิวหนัง  และต่อมต่างๆในร่างกาย
 
 
11880282_1075673679127242_840625735_nคิวริ : แตงกวาญี่ปุ่นมีน้ำเป็นส่วนประกอบ  จึงนิยมทานกันในฤดูร้อนเพื่อช่วยกักเก็บและทดแทนน้ำในร่างกาย  จะทานสดๆหรือนำไปดองก็ได้  ลักษณะผลของแตงกวาญี่ปุ่นจะใหญ่ยาวเหมือนแตงล้านของไทย แต่มีผิวขรุขระกว่า  มีเบต้าแคโรทีน  โพแทสเซียม ช่วยเรื่องผิวพรรณและเส้นผม  และยังมีโซเดียมซึ่งช่วยในการขับของเสียออกทางร่างกาย  มีประโยชน์กับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
 
 
11910765_1075673682460575_80939379_nมิซึบะ : ผักชนิดนี้ขึ้นได้เองตามธรรมชาติ  อุดมด้วยวิตามินเอ ซี และธาตุเหล็ก  ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวลดความเครียด  กลิ่นหอมของมิซึบะช่วยกระตุ้นให้อยากอาหารได้เป็นอย่างดี
 
 
 
11912932_1075673685793908_1150513236_nมิซุนะ : เป็นผักประเภทไม้ล้มลุก  ชาวญี่ปุ่นมักจะใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารประเภทนาเบะ ดอง และยำ  มิซุนะมีแคลเซียมและวิตามินซีสูง ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย  มีใยอาหารสูง ช่วยป้องกันมะเร็วลำไส้ใหญ่  และสามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
 
 
11903508_1075673689127241_1774633606_nชิโสะ : เป็นผักที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว  มี 2 ชนิด คือ  อาคะชิโสะ  ที่มีใบเป็นสีแดง  และอาโอะชิโสะ  ที่มีใบเป็นสีเขียว  ชาวญี่ปุ่นใช้ประโยชน์ของกลิ่นฉุนนี้เพื่อดับคาวของอาหารทะเล  นอกจากนี้เมล็ดของชิโสะยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันได้อีกด้วย  ชิโสะมีสารอาหารสูงมากโดยเฉพาะวิตามินเอ  ซึ่งมีมากที่สุดในบรรดาผักทั้งหมด  มีโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 และซี  ที่ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาท
 
 
11880282_1075673695793907_304437342_nฮะคุไซ : ผักกาดขาวเป็นส่วนประกอบของอาหารญี่ปุ่นมากมายหลายเมนูทั้งต้ม ซุป ผัด และดอง  มีแคลอรี่ต่ำ มีโพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี รวมถึงใยอาหาร และอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 5 เท่า
 
 
 
11911911_1075673692460574_642299469_nเนกิ : ต้นหอมญี่ปุ่นมี 2 ชนิด คือ Hanegi เป็นต้นหอมแบบที่เดียวกับที่เราคุ้นเคย  และอีกชนิดหนึ่งชื่อว่า Naganegi ที่มีลำต้นสีขาวขนาดใหญ่และยาว มีใบสีเขียว  เป็นผักที่สามารถใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย  เนกิประกอบด้วยสารอัลลิซินเช่นเดียวกับสารที่พบในหอมหัวใหญ่และกระเทียม  ซึ่งช่วยลดคอเลสตอรอลได้  และยังมีวิตามินบี 1 ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ
 
 
 
11897096_1075673772460566_1325026106_nนาสุ : มะเชือม่วงผักสุดโปรดปรานของชาวญี่ปุ่น  เป็นผักประจำฤดูร้อนขึ้นได้ตลอดปี  ชาวญี่ปุ่นนำมาปรุงอาหารหลากหลายทั้งย่าง ต้ม และทอด  เป็นที่นิยมทานในหมู่สาวๆเนื่องมีปริมาณแคลอรี่ต่ำ  มีวิตามินบี ซี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และแคลเซียมที่คอยช่วยประบสมดุลในร่างกาย
 
 
11913596_1075673762460567_347375481_nชุนกิคุ : ตั้งโอ๋เป็นผักที่มีกลิ่นและรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  มีหน้าตาคล้ายกับดอกคิคุ  ชาวญี่ปุ่นจึงเรียกว่ชุนกิคุ สรรพคุณอุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีน  ซึ่งลดควมเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระและดูแลรักษาผิวพรรณให้ผ่องใส มีวิตามินเคสูง ช่วยป้องกันเลือดออกภายในและภาวะเลือดไหลไม่หยุดได้
 
 
11911796_1075673775793899_1611400146_nซาโตะอิโมะ : เนื้อด้านในเป็นสีขาว ชาวญี่ปุ่นมักจะนำส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดินมาประกอบอาหาร  ส่วนก้านก็สามารถรับประทานได้  มีแคลอรี่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับมันชนิดอื่นๆ มีโพแทสเซียมสูงป้องกันความดันโลหิตสูง  และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายไปยังเหงื่อและปัสสาวะได้อีกด้วย
 
 
11909839_1075673769127233_1207158673_nซัสสึมะอิโมะ : มันหวานญี่ปุ่นมีรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำส่วนหัวมาปรุงอาหาร ก้านและใบสามารถนำมารับประทานได้  มีวิตามินซี แคลเซียม และใยอาหารช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ลดเมลานินในผิว  ทำให้ผิวเนียนนุ่ม และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
 
 
 
11880866_1075673779127232_580643686_nยามะอิโมะ : เป็นชื่อรวมประเภทของมันที่ขึ้นตามป่าภูเขาในญี่ปุ่น  ชนิดยอดนิยมที่สุดคือ  นากาอิโมะ  ส่วนมันภูเขาชนิดอื่น ได้แก่  จิเน็นโฉะ  สึคุเนะอิโมะ  อิโจวอิโมะ  และมุคาโกะ  มีแอนไซม์ที่ช่วยย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลสำหรับร่างกาย  มีมิวซินที่ช่วยป้องกันและรักษาให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และลดปริมาณคอเลสเตอรอลอีกด้วย
 
 
11903358_1075673782460565_955452677_nเมียวกะ :  เป็นพืชในตระกูลขิง  มีกลิ่นค่อนข้างเฉพาะตัวและแรงกว่าขิงทั่วไปเลยทานได้ยากเล็กน้อย  90% ของเมียวกะประกอบไปด้วยน้ำจึงไม่ค่อยมีสารอาหาร  แต่จะช่วยได้ดีในเรื่องร้อนใน อาการเจ็บคอ และอ่อนเพลียในฤดูร้อน
 
 
 
11911442_1075673785793898_1785204894_nทาเคโนะโกะ : หน่อไม้เป็นผักประจำฤดูร้อน  ชาวญี่ปุ่นนิยมทานสดและปรุงสุก  โดยนำไปต้มใส่น้ำซุป และที่เห็นเป็นส่วนใหญ่คือนำไปใส่ในราเมน  หน่อไม้มีสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีน โพแทสเซียม วิตามินบี 1บี 2 เป็นต้น  ที่สำคัญยังมีกรดอะมิโนซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท
 
 
11880457_1075673789127231_959716666_nวาซาบิ : เป็นผักที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น  เมื่อทานเข้าไปจะเกิดอาการแสบจมูกในระยะเวลาสั้นๆ และเปลี่ยนเป็นรสขมปนหวานผสมผสานกัน  วาซาบินับเป็นเครื่องเทศของอาหารญี่ปุ่นที่ใช้กันมานานกว่าพันปี  ซึ่งมักจะแซมไปกับซูชิ ปลาดิบ โซบะ และสเต็ก  ส่วนใบ ก้านและดอกก็สามารถรับประทานได้  วาซาบิสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียในสำไส้ใหญ่และช่วยป้องกันปรสิตที่อาศัยอยู่ในอาหารทะเลได้  ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมทานคู่กับปลาดิบ  นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อมะเร็งและป้องกันฟันผุ
 
 
11910829_1075673792460564_948948566_nยูริเนะ : เป็นพืชที่ปลูกในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น  มีลักษณะคล้ายกับหัวกระเทียม  สีขาวครีมและมีสีชมพูอ่อนตรงปลาย  นอกจากทำอาหารยังนำไปทำเป็นยาได้ด้วย  ยูริเนะไม่มีเปลือกจึงสามารถทานได้เลย  มีปริมาณโพแทสเซียมสูงป้องกันโรคโลหิตจางและช่วยเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกาย  พอนำไปสกัดเป็นยาก็จะช่วยในเรื่องการขับปัสสาวะ แก้ไอ  และบำรุงประสาท
 
 
11873915_1075673799127230_185899151_nโกโบ : นำใบและรากมาประกอบอาหาร  โกโบเป็นผักที่มีใยอาหารสูง  ช่วยแก้อาการท้องผูก  และขับของเสียที่อยู่ในลำไส้ออกมาได้อย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้ยังช่วยขับเสมหะและอาการร้อนใน
 
 
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพ : นิตยสารสำหรับคนอยากรู้เรื่องญี่ปุ่น DACO ฉบับที่ 142 เดือนกรกฎาคม 2558

Leave a Reply