เมื่อคืนมีหนังกลางแปลงมาฉายใกล้ๆบ้าน ข้าพเจ้าจึงชวนน้องๆไปดูหนังด้วยกัน เพราะไม่ได้ดูมานานแล้ว ทำให้คิดถึงตอนเป็นเด็กที่รู้ว่าจะมีหนังมาฉายต้องรีบไปจับจองที่นั่ง บ้างหอบเสื่อ หรือหนังสือพิมพ์ปูรองนั่ง มีลมธรรมชาติพัดเย็นสบาย นั่งดูหนังไปกินถั่วต้มไป ลูกชิ้น ฯลฯ สมัยนี้จะหาดูหนังกลางแปลงได้ยากกว่าสมัยก่อน เพราะสมัยก่อนแถวหมู่บ้านใกล้เคียงกับบ้านของข้าพเจ้าจะมีเจ้าของหนังหลายเจ้า เจ้าของงานชอบพอหนังของใครก็จะไปติดต่อมาฉายในงาน เช่น งานบวชก็จะฉายในวันรับนาค งานศพก็จะเป็นช่วงทำบุญ 7 วัน หรือทำบุญ 100 วัน งานวัดตามเทศกาลต่างๆอาทิ งานประจำปีของวัด หรืองานลอยกระทงฯลฯ งานแก้บนต่างๆ ซึ่งงานแก้บนจะพิเศษกว่างานอื่นๆ เพราะจะฉายโป๊ยเซียน เพื่อเป็นการบูชาเทพ ที่ทำให้สมดั่งที่ขอไว้ จากนั้นจึงฉายหนังตามปกติ แต่ปัจจุบันนี้จะเห็นมีการฉายหนังงานวัดกับงานแก้บนเป็นส่วนใหญ่ งานอื่นๆ ไม่ค่อยมีผู้ว่าจ้างแล้ว
นอกจากจะฉายบ่อยแล้ว ยังมีหนังแข่งอีกด้วย เพราะว่ามีเจ้าของหนังหลายเจ้าและค่าครองชีพยังไม่แพงเท่าสมัยนี้ ผู้ว่าจ้างที่มีกำลังทรัพย์มาก และชอบหนังแข่งก็จะจ้างมา 2 เจ้า หรือหลายๆเจ้าตามแต่ชอบ หนังแข่งเค้าจะวัดกันเรื่องเสียงของใครจะกระหึ่มมากกว่ากัน ลำโพงของใครจะดีกว่ากัน ข้าพเจ้าเคยไปดูหนังแข่งแต่พอไปถึงงาน ซื้อขนมแล้วก็ต้องรีบกลับเพราะอยู่ดูไม่ไหว ขนาดอยู่ตรงร้านขนมซึ่งห่างจากจุดที่ฉายไกลมาก หัวใจยังเต้นตึกๆ แรงมากยังกับกลองรัว แน่นอกขึ้นมาทันที ส่วนบ้านใครที่มีกระจกเป็นส่วนประกอบด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง กระจกสะเทือนจนกลัวว่ามันจะหล่นลงมาแตก
แต่สมัยนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไปดูในโรงภาพยนตร์ตามห้างสรรพสินค้า หรือซื้อแผ่นซีดีซึ่งราคาไม่แพง จะดูเมื่อไหร่ หรือกี่รอบก็ได้ แต่หนังกลางแปลงมีโอกาสดูแค่รอบเดียว เพราะส่วนใหญ่จะไม่ฉายซ้ำ ยกเว้นไปฉายที่อื่น เขาจึงไปจ้างการแสดงอย่างอื่นมาเล่นกัน เช่น ดนตรี เป็นต้น และสำหรับเจ้าของหนังเมื่อผู้ว่าจ้างมาจ้างน้อยลง และลูกน้องหนังหาได้ยากเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังกลางแปลงถูกลดความนิยมลง 😆  🙄

One thought on “หนังกลางแปลง

  1. สมัยเด็กๆดูจนสว่างคาตา เรื่องที่จำได้ขึ้นใจคือ คู่กรรม สมัยนาท ภูวนัย เป็นโกโบรืโดนระเบิดในอ้อมแขนอังศุมาลินตอนหกโมงเช้า

Leave a Reply